เคยถามตัวเองไหมว่า จริงๆ แล้วเราชอบรสชาติของกาแฟหรือบรรยากาศในการดื่มกาแฟมากกว่ากัน?
ผมเองสารภาพเลยว่าเลือกไม่ได้จริงๆ กาแฟดีๆ ก็เหมือนเพื่อนสนิท ถึงไม่ได้ตัวติดกันตลอดเวลา แต่ก็ขาดไม่ได้... ส่วนบรรยากาศก็สำคัญไม่แพ้กัน ไม่อย่างนั้นหลายคนคงไม่ดั้นด้นไปเช็คอินคาเฟ่เก๋ๆ นั่งละเลียดจิบกาแฟ หรือหาแรงบันดาลใจในวันหยุดพักผ่อนกันบ่อยๆ

So why choose one if you can have both?

อย่างั้นงี้เลย...ขอเหมาสองเลยก็แล้วกัน!! ผมจะพาคุณไปรู้จักคาเฟ่ลับในย่านเอกมัย ที่ไม่เหมือนใครเพราะร้านนี้เค้าซ่อนตัวอยู่ในร้านเฟอร์นิเจอร์สุดฮิปอีกทีหนึ่ง ซึ่งถ้าหากมองเผินๆ อาจเดินผ่านหน้าร้านไปโดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ พร้อมแล้ว...ตามมาเลย!

Sho Coffee


ก่อนอื่นหากใครขับรถมาเอง แนะนำให้ปักหมุด GPS ที่โครงการ Acmen เอกมัย เลี้ยวรถเข้าไปจอดในโครงการแล้วเดินออกมาที่ถนนใหญ่ด้านหน้า จะมองเห็นป้ายร้าน Mobella X SHO Specialty Coffee อยู่ด้านซ้ายมือ แต่อ๊ะๆ อย่าเพิ่งเดินตรงเข้าไปด้านในเลยนะครับ เพราะตัวร้านกาแฟจะเป็นห้องกระจกฝั่งขวาของร้าน ซึ่งแค่พอเห็นป้ายสติ๊กเกอร์ด้านหน้าที่ติดไว้ว่า “We Speak Coffee” ก็รู้ว่าร้านนี้แหละใช่เลย!

Sho Coffee


แม้ภายในร้านจะมีพื้นที่กะทัดรัด แต่ก็ดูไม่อึดอัดด้วยกระจกใสบานใหญ่ที่เปิดรับแสงจากพื้นจรดเพดาน  สิ่งแรกที่สะดุดตาผมคือเฟอร์นิเจอร์สวยๆ ในร้าน อย่างเก้าอี้สตูลบาร์หุ้มด้วยเบาะหนังสีสวย พร้อมกับกลิ่นหอมของกาแฟที่โชยมาเตะจมูก เรียกว่าทั้งดีไซน์และบรรยากาศภายในร้านให้ 3 ผ่านเลยครับ

Sho Coffee


แต่มาร้านกาแฟทั้งที จะมาเช็คอินเก๋ๆ อย่างเดียวก็ไม่ใช่คอกาแฟอย่างผมแน่นอน ต้องลองสั่งเมนูเด็ดของที่ร้านมาเทสต์ซะหน่อย ว่าแล้วก็กางเมนูสั่งเลยละกัน...ประเดิมด้วย Salted Caramel Cream Cheese ที่เป็นเมนู signature เด็ดประจำร้าน ที่เกิดจากความที่เจ้าของร้านชอบกินชีสมาก เลยปิ๊งไอเดียนำเมนูกาแฟมาผสมกับคาราเมลและครีมชีสนุ่มๆ ได้รสชาติหวานมันเค็มนิดๆ กลมกล่อม ก่อนท้อปปิ้งด้วยชีสกรอบที่ทำจากเชดดาชีส เวลากินจะใช้หลอดคนให้เข้ากัน หรือยกดื่มแบบสัมผัสกับรสชาติของครีมชีสก่อน ตามด้วยเลเยอร์ของคาราเมลและกาแฟอีกชั้นก็อร่อยไปอีกแบบ แก้วนี้ผมว่าทานง่าย คนไม่ทานกาแฟเข้มๆ ก็ทานได้ น่าจะถูกใจคุณสาวๆ ที่ชอบเมนูหวานๆ ให้คะแนนไอเดียความคิดสร้างสรรค์เต็มสิบไปเลยครับ!

Sho Coffee


มาถึงเมนูสำหรับคอกาแฟสาย Filter กันบ้าง กับเมนูกาแฟดริปร้อน ความเด็ดของแก้วนี้อยู่ตรงที่ทางร้านเลือกใช้เมล็ดกาแฟ Single Origin เกรด specialty coffee ที่พิเศษจริงๆ โดยนำเข้ามาจากหลายประเทศ ทั้งจากกัวเตมาลา, เอธิโอเปีย ฯลฯ ซึ่งเราสามารถซื้อเมล็ดกาแฟกลับไปที่บ้านได้ด้วย เหมาะสำหรับสาวกเหล่า Home Brewer ที่ชอบชงกาแฟเองที่บ้าน ส่วนใครชอบกาแฟเบลนด์ทางร้านก็มีกาแฟสูตรพิเศษจากโรงคั่วของทางร้านเองมาวางขายที่นี่ด้วย

Sho Coffee


ปกติแล้วกาแฟที่ใช้ดริปในร้านจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปทุกสัปดาห์ หรือถ้าอยากลองตัวไหนก็สั่งเป็นพิเศษได้ อย่างวันนี้ผมเลือกสั่ง Costa Rica Del Padre Bendicious Honey กาแฟจากคอสตาริกา เพราะเคยได้ยินมาว่าคอสตาริกาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในแหล่งปลูกกาแฟระดับพรีเมียมของโลกเนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นดินภูเขาไฟ โดยแหล่งเพาะปลูกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ ทราราซู (Tarrazú) ในจังหวัดซานโฮเซ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเดียวกับกาแฟที่ผมสั่งวันนี้เอง

Sho Coffee


นั่งคุยกับคุณโชกุน เจ้าของร้านที่ควบตำแหน่งบาริสต้าไปพลาง ระหว่างรอขั้นตอนที่ค่อยๆ ดริปกาแฟโดยรินน้ำร้อนผ่านตัวกรองช้าๆ อย่างพิถีพิถัน ซึ่งผมมองว่ามันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของกาแฟดริปที่แตกต่างจากเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ ประมาณว่าถ้าคุณอยากโด๊ปคาเฟอีนง่ายๆ เร็วๆ ก็สั่ง Espresso shot กระดกแล้วไปเลย แต่ถ้าวันนี้ไม่เร่งรีบอะไร อยากสโลว์ไลฟ์ ละเมียดละไมกับกาแฟสักแก้วล่ะก็...Slow Bar แบบกาแฟดริปนี่แหละตอบโจทย์ลงตัวที่สุด

Sho Coffee


สำหรับกาแฟคอสตาริกาตัวนี้พอดริปออกมาแล้ว ให้รสชาติแนวผลไม้สีเข้มที่มีรสเปรี้ยวอมหวานอย่างแบล็ดเคอร์แรนท์ และโทนคาราเมลผสมกัน บอดี้เบาบาง ไม่หนักมาก กำลังพอดี และยังมีกลิ่นหอมของดอกไม้ชัดเจน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟที่ผ่านกรรมวิธีแบบ Honey Process ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา บวกกับความพิถีพิถันและใส่ใจเป็นพิเศษ

Sho Coffee


ส่วนใครเป็นสาย Cold Brew ต้องลองเมนู Tropical Nitro กาแฟดำสกัดเย็นที่ทางร้านครีเอทใส่ส่วนผสมพิเศษอย่างน้ำมะม่วง,สับปะรด และซีตรัสที่มีรสเปรี้ยวหวานสดชื่นผสมเข้ากับกาแฟ Cold Brew และเอสเพรสโซ บอกเลยว่าแก้วนี้ดื่มแล้วคึก! เพราะนอกจากรสสดชื่นฉ่ำๆ แบบ Fruity ที่เข้ากับช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ยังได้ความเข้มข้นของกาแฟ ผสมกับความครีมมี่ของไนโตรเจนที่อัดเพิ่มเข้ามาจนเป็นฟองเนียนนุ่ม การันตีว่าเป็นเครื่องดื่มที่สนุก แปลกใหม่ ไม่ซ้ำใครเลยจริงๆ

Sho Coffee


นอกจากเครื่องดื่มหลากหลายแล้ว ที่ร้าน Sho Coffee ยังมีเมนูเบเกอรี่โฮมเมดให้ลิ้มลองกันด้วย แนะนำ Raspberry Chesses Cake ราสเบอร์รี่ชีสเค้กเนื้อเนียนนุ่ม ราดด้วยซอสเบอร์รี่รสเปรี้ยวอมหวาน ท้อปปิ้งด้วยราสเบอร์รี่ฉ่ำๆ แถมมีกลีบดอกหางยกยูงโรยหน้ามาด้วย ไม่ใช่แค่ถ่ายรูปเก๋ๆ แต่กินได้ด้วย! ต้องมาโดนกันแล้วล่ะ...

Sho Coffee


นอกจากนี้ ใครอยากเดินช้อปหาเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้าน หรือมองหาที่นั่งจิบกาแฟทำงานชิลๆ ก็สามารถเข้ามานั่งที่โซนโชว์รูมของ Mobella แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ยุโรปที่มีกลิ่นอายความเป็นไทยโมเดิร์นได้ด้วย ซึ่งผมว่ามันเป็นการคอลแลปส์สุดเจ๋งระหว่างร้านกาแฟกับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่ลงตัวสุดๆ ทั้งกาแฟดี บรรยากาศก็แจ่มแบบนี้...คงต้องปักหมุดไว้ในลิสต์ร้านกาแฟร้านโปรดยาวๆ ไปเลยยย...

Sho Coffee


ใจเต้นแรงกับเมนูกาแฟไปแล้ว บอกเลยว่าใครมีแอปพลิเคชัน FWD MAX ฟินสองต่อ!! รับส่วนลด 20% สำหรับเมนูเครื่องดื่ม (Coffee and Non-Coffee) ดูรายละเอียดได้ที่ >> https://www.chillpainai.com/fwdmaxprivilege/


สมัครรับสิทธิพิเศษ FWD MAX ได้ง่ายๆ

 iOS: https://goo.gl/c1PwMq

Android: https://goo.gl/RVJ6Kl


Sho Coffee


ที่ตั้ง : 267/51 โครงการ Acmen สุขุมวิท 63 (เอกมัย) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

ราคาเริ่มต้น : 85-160 บาท

เวลาเปิด - ปิดบริการ : ทุกวัน 08.30-19.00 .

โทรศัพท์ : 063-4143443

GPS : https://goo.gl/maps/176iWBYTkDoerfhd9

แผนที่ร้าน Sho Coffee