เสาร์อาทิตย์อยู่ห้องมันก็เบื่อ นั่งอยู่หน้าคอมตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์แล้วไง๊! จะให้นั่งหน้าจอคอมเสาร์อาทิตย์อีกมันก็ไม่ใช่ป่ะ! ว่าแล้วก็เลยควงแขนเพื่อนตัวดีไปเที่ยวอัมพวาสมุทรสงคราม ใกล้กรุงเดินทางง่าย สะดวก น่าจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะทริปนี้เราเน้นกินอย่างเดียวจ้า กินให้ตัวแตกแหลกลาน แบกกระเป๋าไปใบเดียว มีเสื้อผ้า 1 ชุด ชุดนอน 1 ชุด ง่ายๆ สบายๆ ฉบับ 2 วัน 1 คืน ที่อัมพวาไปกันเลยยยยจ้าาาา

เที่ยวอัมพวา2วัน1คืน



เราออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่ไปขึ้นรถตู้กันที่ขนส่งสายใต้ใหม่ (ปิ่นเกล้า) โดยเดินทางจาก กรุงเทพฯ มุ่งสู่ สมุทรสงคราม แต่หายใจยังไม่เต็มปอดก็ถึงสมุทรสงครามแล้ว อีหยังวะ!! ซึ่งใช้เวลาการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง รวดเร็วทันใจปานสายฟ้าฟาด 

หลังจากลงมาจากรถตู้อย่างงงๆ เรากับเพื่อนก็ยื่นมองหน้ากันอย่างงงงวย จะไปที่ไหนก่อนดี ตามแพลนที่วางไว้คือกิน กิน กิน แล้วก็กิน พร้อมแล้วนาทีนี้ที่แรกที่เราจะไปคือ คาเฟ่นาเกลือสุดเก๋อย่าง Salt Lake De Maeklong ตกแต่งสไตล์ American Cottage ตัวอาคารสีขาวโดดเด่นตั้งอยู่ริมถนน เดินทางเข้ามาภายในร้านเจอกับจ้าสโนว์แมนเกลือตัวโตทำจากเกลือยืนต้อนรับอยู่ 

Salt Lake De Maeklong

Salt Lake De Maeklong

อากาศร้อนๆ อย่างนี้สั่งเครื่องดื่มดับกระหายสักหน่อย เมนูของที่นี่มีแต่ชื่อแปลกๆ อย่างเช่น  นมสาวนาเกลือ นมสาวบางคนที นมสาวแม่กลอง นมสาวอัมพวา จึงเข้าไปถามเจ้าของจึงได้ความว่า ชื่อเมนูนี้เป็นชื่อที่ตั้งตามอำเภอต่างๆ ในจังหวัดสมุทรสงคราม และนมแต่ละแก้วจะมีรสชาติ ความหอม แตกต่างกันไป

Salt Lake De Maeklong

ถือแก้วน้ำลงมาดื่มด่ำธรรมชาติกันสักนิดและไปเดินสำรวจนาเกลือกันสักหน่อย บรรยากาศโดยรอบอากาศดี มองเห็นวิวนาเกลือแบบสุดลูกหูลูกตาทันที ลมตีหน้าเบาๆ เพลินเพลินได้บรรยากาศซะจริงๆ กำลังชิลกับบรรยากาศ เมนูของหวานก็ตามมา ซึ่งมีเมนูขนมปังปิ้งมะพร้าวคั่ว เป็นขนมปังปิ้งกรอบๆ ราดนมข้น โรยมาด้วยมะพร้าวคั่วหอมๆ ได้ลิ้มลองรสชาติแล้วหอมทั้งเนย ทั้งกลิ่นมะพร้าว ฟินไปเลยจ้าา

Salt Lake De Maeklong

เราเดินสำรวจคาเฟ่และกินอิ่มหน่ำสำราญไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราจะเข้าไปเช็คอินที่พักกันที่ “เดอะ บัฟฟาโล อัมพวา” The Buffalo Amphawa ที่พักสุดฮิป เป็นที่พักสไตล์บูติคอาร์ตโฮเทล มีกลิ่นอายลอฟท์นิดๆ เน้นความเรียบง่าย ใช้ไม้และไม้ไผ่เป็นวัสดุในการตกแต่ง เป็นที่พักที่มีเรื่องราวเรื่องเล่าให้เราได้เรียนรู้ผ่านศิลปะการตกแต่งที่พัก แสดงให้เราเห็นวิถีชีวิตชาวแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม

เดอะ บัฟฟาโล อัมพวา The Buffalo Amphawa

หลักจากที่เราเก็บข้าวของกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็มุ่งหน้าสู่ “ตลาดน้ำอัมพวา” แหมมมมาถึงที่แล้วจะพลาตลาดน้ำไปได้อย่างไรกัน สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต เป็นตลาดน้ำที่มีความยาวประมาณ 800 เมตร ของกินเต็มตลอดสองฝั่งคลอง มีทั้งของคาว ของหวาน ของฝาก คาเฟ่ ร้านอาหารซีฟู้ด เดินให้ขาลากไปเลยจ้างานนี้ ผู้คนขวักไขว้มากหน้าหลายตา มีทั้งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เดินเลือกซื้อ กิน ช้อปปิ้ง กันกระจาย

ตลาดน้ำอัมพวา

ตลาดน้ำอัมพวา

ในคลองอัมพวาเองก็ครึ้กครื้นไม่แพ้สองฝั่งบนบกเลยทีเดียวเพราะเรือสัญจรผ่านไปผ่านมาหลายลำ เป็นเรือนักท่องเที่ยว เรือขายของกิน เราเดินเที่ยวซื้อของกินให้หน่ำใจกันแล้ว ถึงแม้ว่าจะอิ่มท้อง แต่แค่นี้ก็ยังไม่สะเทือนกะเพราะอาหารเท่าไร เพราะเรายังมีอีกร้านอาหารหนึ่งที่ต้องตามไปตะลุยกันก็คือ “ร้านอาหารเจ้าสำราญ” อยู่ใกล้ๆ กับคลองอัมพวาเลย เดินนิดเดียวก็ถึง

ร้านอาหารเจ้าสำราญ

เมื่อเราเดินเข้ามาถึง “ร้านเจ้าสำราญ” ติดริมแม่น้ำแม่กลอง แล้วให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ริมชายหาด เพราะมีลมพัดตลอดเวลา อากาศดี๊ดี แถมมีดนตรีสด ชมวิวพระอาทิตย์ตก โรแมนติกมากมาย เราเก็บงำความสงสัยว่าทำไมถึงชื่อร้าน “เจ้าสำราญ” และก็ได้รับคำตอบว่า เจ้าของร้านเป็นคนที่ชื่นชอบการสังสรรค์ พาเพื่อนมาเลี้ยงสนุกสนานกับเพื่อนๆ จึงเป็นที่มาของชื่อ “เจ้าสำราญ” อาหารจากเตาร้อนๆ นำมาเสิร์ฟถึงที่ 

ร้านอาหารเจ้าสำราญ

โดยมี เมนูแกงส้มปูไข่หน่อไม้ดอง เนื้อปูทะเลสดๆ แน่นๆ บวกกับรสชาติแกงส้มที่เข้มข้น ความเผ็ดจากเครื่องแกง และความเปรี้ยวของหน่อไม้ดอง อื้อหือ~ อร่อยจนหยุดไม่อยู่เลยทีเดียว

มาต่อที่ เมนูกุ้งแม่น้ำเผา กุ้งทะเลตัวใหญ่ ถูกผาครึ่งทำให้เห็นเนื้อกุ้งขาวๆ เน้นๆ ตักชิ้นเนื้อเข้าปาก หวานมันมากๆเลยล่ะ ต่อด้วย เมนูปลากะพงทอดน้ำปลา ปลากะพงเสิร์ฟพร้อมน้ำยำรสแซ่บ ซึ่งครบรสทั้ง เปรี้ยว หวาน เผ็ด เค็ม โดนใจไปอีกเมนู 

ร้านอาหารเจ้าสำราญ

พักยกไปได้สักพัก แล้วมาต่อกันที่ เมนูปลาทูซาเตี๊ยะ อาหารพื้นเมืองของจังหวัดสมุทรสงคราม คล้ายๆ ปลาทูเค็มแต่ มีการโรยหน้าด้วยหอมแดง พริก และมะนาว ทำให้รสชาติอร่อยถูกปากมากยิ่งขึ้น เสร็จแล้วพบกับเมนูต่อมาคือ เมนูปลาทูฉู่ฉี่ ปลาทูเป็นของขึ้นชื่อของเมืองสมุทรสงคราม จะเห็นเมนูที่แปรรูปมาจากปลาทูเยอะแยะ ทำให้เราได้เปิดประสบการณ์กินเมนูปลาทูที่มีความหลากหลาย เช่นเดียวกันกับปลาทูฉู่ฉี่ถูกราดด้วยเครื่องแกง เข้มข้นถึงใจด้วยเครื่องแกง ได้รสชาติความมันของกะทิและได้กลิ่นใบมะกรูดนิดๆ กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ฟินกันเลยทีเดียว เมนูสุดท้ายแล้วกับ เมนูน้ำพริกปูหลน สุดแสนประทับใจกับเนื้อปูชิ้นโตๆ มีความหอมกลิ่นกะทิ ถูกปากมากๆ เลยล่ะค่ะ

วันนี้จบลงพร้อมกับความอร่อย เต็มอิ่ม อิ่มมาก แน่นมาก กางเกงเริ่มปริแล้วล่ะ ได้เวลากลับห้องไปนอนตีพุงเล่นๆ ที่ห้องกันดีกว่า 

เดอะ บัฟฟาโล อัมพวา The buffalo Amphawa

เริ่มต้นวันที่สอง ตื่นเช้ามาด้วยอากาศแสนสดใส ไปเดินเที่ยวที่ “ตลาดน้ำท่าคา” เป็นตลาดน้ำขนาดเล็กที่ยังคงวิถีชีวิตชาวริมน้ำไว้ได้เป็นอย่างดี มีของมาขายให้เราเลือกช้อปเลือกซื้อกัน ในราคาหลักสิบเท่านั้น! ทั้งหอยทอด ก๋วยเตี๋ยวเรือ กระเพาะปลา ไปจนถึงผลไม้อย่างส้มโอ กล้วย และอีกมากมาย ตลาดท่าคาจะเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ 

ตลาดน้ำท่าคา

ตลาดน้ำท่าคา

แล้วหลังจากนั้นก็ไปเดินย่อยกันที่ “โบสถ์คริส อาสนวิหารแม่พระบังเกิด” (วัดบางนกแขวก) อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม โบสถ์คริสเก่าแก่อายุมากกว่า 100 ปี ว่ากันว่าที่นี่สวยทุกเวลา เช้า เที่ยง เย็น กลางคืน สวยงามตั้งแต่ข้างนอกจนเข้าไปถึงภายในตัวอาคารจะเห็นความละเอียดในการตกแต่งอย่างอลังการ สวยงามมากๆ เลย เซลฟี่เก็บบรรยากาศความประทับใจกัน 

โบสถ์คริส อาสนวิหารแม่พระบังเกิด วัดบางนกแขวก

ท้องเริ่มร้องกันอีกแล้ว มีคาเฟ่เก๋ๆไม่ไกลจากโบสถ์สักเท่าไร ตั้งอยู่ริมน้ำแม่กลอง “สิริสมปอง ฟาร์ม แอนด์ คาเฟ่” จะบอกว่ามีเมนูน่ารักน่ากินเพียบ เมนูของที่นี่แปรรูปจากมะนาวโห่มาเป็นเมนูน่ารักเยอะแยะ เราก็ทำการสั่งมากินดู อย่าง เครปเค้กแยมมะนาวโห่ ความเปรี้ยวของแยมที่ทำจากมะนาวโห่เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับเครป อร่อยลงตัวสุดๆ  ต่อมา มะนาวโห่โยเกิร์ต มะนาวโห่คลุกพริกเกลือ และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย ของเขาเด็ดจริงๆ แถมดีต่อสุขภาพอีกต่างหาก เราก็ทำการเก็บกวาดจนไม่เหลือเศษเลยแม้แต่ชิ้นเดียว คาเฟ่สวนมะนาวโห่ลุงศิริ ยังมีมุมเซลฟี่เพียบเลย

สิริสมปอง ฟาร์ม แอนด์ คาเฟ่

สิริสมปอง ฟาร์ม แอนด์ คาเฟ่

เราอยากออกไปสัมผัสบรรยากาศริมน้ำเลยสั่ง เอสเปรสโซ่มะนาวโห่ แก้วหนึ่ง ไปนอนดื่มบนแพริมน้ำได้ยินเสียงน้ำตกไหลจากตัวแพ โอ๊ยยยยฟินสุดๆ จะบอกว่าแอบเผลอหลับไปด้วยล่ะ 5555555 มาเที่ยวคาเฟ่นี้กันได้ เปิดทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ นะจ๊ะ

สิริสมปอง ฟาร์ม แอนด์ คาเฟ่

เราจัดของหวานกันเป็นที่เสร็จสิ้นกันแล้ว เที่ยงนี้ไปต่อกับของคาวกันที่ “กังสดาล คาเฟ่” บอกแล้วว่าทริปนี้เน้นกินเที่ยวเช็คอินคาเฟ่เก๋ๆ กันที่อัมพวา เราแว๊นส์มาถึงแล้วเป็นที่เรียบร้อย ในตอนต้นเราบอกว่าจะมากินของคาวใช่ไหมคะ แต่เราเห็นว่าครัวซองต์ เป็นของเด็ดของที่นี่ เราเลยมาจัดครัวซองต์กันก่อนดีกว่า และแล้ว ครัวซองต์ลิ้นจี่ ครัวซองต์ช็อตโกแลต วางอยู่ตรงหน้าแล้วเรียบร้อย จัดการเลยค่ะนาทีนี้จะเหลืออะไรคะ เราจะเห็นเมนูครัวซองต์ได้ทั้งในแบบของหวานและของคาว หวานนุ่มละมุนลิ้น อร่อยเหาะไปเลย ยังไม่จบเราก็สั่งกะเพราทะเล ยำวุ้นเส้น มากินให้อิ่มกันไปเลยนาทีนี้ เมื่ออิ่มท้องกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็ซื้อครัวซองต์เป็นของฝากให้คนทางบ้านกันสักหน่อย เราได้กินอะไรอร่อยๆ ก็อยากให้คนที่เรารักได้กินของอร่อยเช่นเดียวกัน 

กังสดาล คาเฟ่

กังสดาล คาเฟ่

ก่อนกลับเราแวะไปไหว้พระ ขอพรกันที่ “วัดบางกุ้ง” เสริมศิริมงคลให้กับชีวิต กราบไหว้พระขอพรเสร็จ เรารู้สึกเหมือนได้เติมพลังไปเต็มร้อย 

วัดบางกุ้ง

วัดบางกุ้ง

สองวันที่อัมพวาเป็นอะไรที่สนุกมาก อิ่มอร่อยมาก ได้เวลาอำลาอัมพวาแล้ว แล้วก็เดินทางกลับ กทม กันอย่างปลอดภัย แล้วมาลองลุ้นกันดูว่าน้ำหนักเราจะขึ้นกี่กิโล...