“คนสวยโพธาราม คนงามบ้านโป่ง เมืองโอ่งมังกร วัดขนอนหนังใหญ่ 

ตื่นใจถ้ำงาม ตลาดน้ำดำเนินฯ เพลินค้างคาวร้อยล้าน ย่านยี่สกปลาดี” 


กล่าวมาเป็นคำขวัญนี้ คงเดาไม่ยากเลยใช่มั้ยคะว่า ทริปนี้เราจะพาทุกคนไปตะลุยเที่ยว “ราชบุรี” จังหวัดที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ และสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ตลอดจนที่เที่ยวใหม่สุดชิคอีกมากมาย ชนิดที่ใครเคยคิดว่าราชบุรี ไม่มีอะไรน่าเที่ยวต้องเปลี่ยนความคิดแบบด่วนๆ เพราะถ้าเธอได้มาเที่ยวเมืองรองแต่สุดแสนจะมีเสน่ห์แห่งนี้สักครั้ง จะต้องตกหลุมรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้นเหมือนเราอย่างแน่นอน !


1. ตักบาตรริมน้ำยามเช้าที่ตลาดโอ๊ะป่อย

มาแรงสุดนาทีนี้ ต้องยกให้ที่เที่ยวใหม่ใกล้กรุงอย่าง ‘ตลาดโอ๊ะป่อย’ ตลาดชุมชนพื้นบ้าน ตรงข้ามวัดป่าท่ามะขามในอ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ที่ตอนนี้กำลังฮอตสุดๆ จนตลาดแตก ! สำหรับคำว่า 

“โอ๊ะป่อย” นั้นเป็นภาษากะเหรี่ยง มีความหมายน่ารักแปลว่าว่า “พักผ่อน” เกิดขึ้นจากความร่วมมือของชาวบ้านในชุมชน และภาครัฐที่ต้องการสืบสานเรื่องราวของท้องถิ่นเพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนแก่ชุมชน  

ด้านในร่มรื่นไปด้วยต้นไม้และสายน้ำเย็นชุ่มฉ่ำจากลำน้ำภาชี ซึ่งไหลจากทิศใต้ขึ้นสู่ทิศเหนือ ท่ามกลางบรรยากาศเรียบง่ายเหมาะแก่การพักผ่อน ทั้งยังมาพร้อมร้านรวงขายของ ขายอาหาร และลานพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมมากมาย อาทิ การแสดงดนตรีไทย กิจกรรมเพ้นท์เสื้อลายกะเหรี่ยง แต่งหน้าด้วยทานาคา 

ไปจนถึงกิจกรรมที่ต้องห้ามพลาดอย่างการตักบาตรยามเช้า ซึ่งพระสงฆ์จะล่องแพมาบิณฑบาตให้นักท่องเที่ยวได้จับจ่ายซื้อของมาตักบาตรกันถึงที่ 

นอกจากนี้ ก็ยังมีแคร่ไม้ไผ่ยื่นลงไปในแม่น้ำให้เราได้เลือกซื้อหาอาหารมานั่งทาน เอาเท้าจุ่มน้ำดับร้อน หรือลงไปเล่นน้ำได้แบบชิลๆ อีกด้วย


2. ดื่มด่ำงานศิลปะที่หอศิลป์ร่วมสมัยเถ้า ฮง ไถ่ ดีคุ้น

“ราชบุรี” ได้ชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งเมืองอาร์ต ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะสุดเก๋มากมาย และถ้าใครอยากดื่มด่ำงานศิลปะให้เข้าถึงบรรยากาศของความเป็นราชบุรีแบบแท้ๆ เราขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ หอศิลป์ร่วมสมัย เถ้า ฮง ไถ่ ดีคุ้น 

แหล่งรวมตัวของคนชื่นชอบงานศิลปะ และสถานที่พบปะของศิลปินภายใต้บ้านไม้ไทยทรงมะนิลาหลังเก่าขนาด 3 ชั้น ตั้งแต่สมัยปลายรัชกาลที่ 5 

นอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นหอศิลป์ร่วมสมัยแห่งแรกในราชบุรีแล้ว ที่นี่ยังเปิดเป็นร้านคาเฟ่เล็กๆ และแกลเลอรี่หมุนเวียนผลงานของศิลปินแต่ละคนมาจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม 

โดยตัวร้านตกแต่งด้วยงานไม้ผสมเซรามิกสีสันสดใสจากโรงงานเถ้า ฮง ไถ่ อบอวลไปด้วยความคลาสสิคและความร่วมสมัยเข้ากันได้อย่างลงตัว มีระเบียงนั่งเล่น มองรถราบรรยากาศของเมือง และวิวแม่น้ำแม่กลอง ชิลสุดๆ !


3. บอกลาพระอาทิตย์ตกสวยๆ ที่อุทยานหินเขางู

จังหวัดราชบุรี ตั้งอยู่ท่ามกลางทัศนียภาพที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาสวยงาม ทั้งยังร่มรื่นไปด้วยธรรมชาติที่คงความอุดมสมบูรณ์มากมาย หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น อุทยานแห่งชาติเขาหินงู อีกหนึ่งที่เที่ยวเชิงธรรมชาติที่ได้ชื่อว่าเป็นอุทยานหินสวยที่สุดในเมืองไทย  

ที่นี่เราจะได้สัมผัสกับวิวทิวทัศน์อันสวยงามของภูเขาหินรูปร่างแปลกตา และสะพานแขวนที่ทอดยาวให้เราได้เดินชมบรรยากาศอันสวยงามโดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกในยามเย็นอย่างใกล้ชิด จนเหมือนเรากำลังเดินลัดเลาะคดเคี้ยวไปตามช่องเขาเหมือนงูเลยล่ะค่ะ 

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมบึงน้ำขนาดใหญ่ ที่แม้จะไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำ แต่นักท่องเที่ยวก็สามารถมาถีบเรือเป็ดหรือให้อาหารปลาได้อย่างใกล้ชิด

โดยในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นแหล่งระเบิดหินมาก่อน แต่ปัจจุบันได้ถูกพัฒนากลายมาเป็นสวนสาธารณะและสถานที่ท่องเที่ยว ทางโบราณคดี รวมถึงมีการสร้างพระพุทธรูปหินขนาดใหญ่เต็มพื้นที่หน้าผา สร้างจากการยิงแสงเลเซอร์ลงหน้าผาหิน ในบรรยากาศที่ดูไปดูมาแล้วคล้ายเมืองจีนสุดๆ แต่ใครจะไปรู้ว่าที่นี่อยู่ราชบุรีนี่เอง !


4. แปลงร่างเป็นชาวสวนญี่ปุ่นที่ Coro Field

ไปแปลงร่างเป็นชาวสวนญี่ปุ่นที่ Coro Field ฟาร์มออแกนิกสไตล์ญี่ปุ่น อีกหนึ่งที่เที่ยวน่าไปเช็คอินที่สวนผึ้ง จ.ราชบุรี แปลงเกษตรแนวใหม่บนพื้นที่กว่า 104 ไร่ 

ที่นี่ถือกำเนิดขึ้นเพื่อปฏิวัติวงการเกษตรแบบดั้งเดิม และสร้างสรรค์แรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่ผสมผสานการเพาะปลูกไปกับงานดีไซน์ นอกจากนี้ที่ Coro Field ยังถือได้ว่าเป็นแหล่งผลิตพืชผักที่มีคุณภาพ ปลอดสารพิษเพื่อสุขภาพอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดราชบุรีอีกด้วย 

มาแล้วห้ามพลาดต้องลองชิม Tomi melon เมล่อนสายพันธุ์ญี่ปุ่นเปลือกสีทอง เนื้อหวานฉ่ำ สดใหม่ ชื่นใจ และ Yoshi Melon เนื้อด้านในสีส้มสวยให้รสหอมหวาน ตลอดจนมะเขือจากฮอลแลนด์ ราชามะเขือเทศ รวมทั้งผักสลัดสดๆ จากสวนที่จะนำมาปรุงอาหารให้เราได้ทานในส่วนของร้าน Coro Field Cafe

หรือเลือกสนุกไปกับกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปลูกผัก เก็บมะเขือเทศ เที่ยวชมฟาร์มเมล่อน และ Coro G.I.Y ลานเวิร์คช้อป โซนห้องกระจกติดแอร์ สำหรับกิจกรรมทำสวนขวด เพ้นท์กระถางต้นไม้ เป็นต้น ใครอยากลองชิมเมล่อนสดๆ จากสวนแบบไม่ต้องตีตั๋วไปไกลถึงประเทศญี่ปุ่นก็แวะมาเที่ยวกันได้เลย


5. สัมผัสวิถีชีวิตริมน้ำสองฝั่งคลองที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก

ถ้าอยากซึมซับวิถีชีวิตของชาวอำเภอดำเนินสะดวกแบบดั้งเดิมแท้ๆ ลองตื่นเช้าแล้วนั่งเรือมาเดินเล่นหาของอร่อยทานที่นี่ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ตลาดน้ำที่ยังอนุรักษ์ความเป็นวิถีชุมชนริมสองฝั่งคลองไว้ได้อย่างน่าดูชม 

ตลาดน้ำดำเนินสะดวก เป็นตลาดน้ำที่ได้รับความนิยมมาอย่างชาวนานจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เรียกว่าเป็นตลาดชื่อดังควบคู่กับชื่อเสียงของจ.ราชบุรีก็ว่าได้ กับภาพบรรยากาศสุดคึกคัก มีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือแจวกางร่มสีสันสดใสมาขายอาหาร ของที่ระลึกให้เราเลือกซื้อกันยาวๆ ได้ตลอดเส้นทางล่องเรือ

โดยนักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือเที่ยวรอบตลาดน้ำ ชมวิถีชีวิตของผู้คน แวะไหว้พระ เที่ยวโรงงานผลิตน้ำตาลโตนด พร้อมชิมอาหารสารพัดเมนูบนเรือได้แบบชิลๆ ท่ามกลางบรรยากาศแบบบ้านๆ จนเหมือนเราได้ย้อนเวลากลับไปสู่จังหวัดราชบุรีในอดีตเชียวล่ะ


6. เที่ยวตลาดย้อนดูวิถีชุมชนชาวบ้านที่กาดคูบัว

จากตลาดน้ำดำเนินสะดวก มาต่อที่ตลาดบกอย่าง “กาดคูบัว” ตลาดชุมชนยามเย็นบรรยากาศพื้นบ้าน ท่ามกลางวิถีชีวิตแบบไทยโบราณบริเวณกำแพงเมืองเก่า ใกล้กับวัดโขลงสุวรรณคีรี อ.เมือง จ.ราชบุรี แค่เดินเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นไอความของความคลาสสิคด้วยการตกแต่งแบบย้อนยุค 

มีเพลงบรรเลงเพราะๆ คอยขับกล่อม หรืออร่อยไปกับซุ้มไม้ไผ่ขายอาหารพื้นเมือง และซุ้มขายของที่ระลึกเรียงรายก็มีให้เราเลือกช็อปของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านได้ตลอดสองข้างทาง 

หรือถ้าใครอยากทานอาหารในงาน ทางกาดก็ยังมีมุมขันโตกด้านหน้าเวทีไว้เผื่อชมการแสดงพื้นเมืองควบคู่ไปกับการทานอาหารได้แบบฟรีๆ เลยค่ะ โดยตลาดจะเปิดให้เที่ยวชมทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น.- 20.00 น. 


7. สืบสานมรดกทางวัฒนธรรมที่พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการเชิดหนังตะลุงทางภาคใต้ แต่ความจริงแล้วรู้มั้ยคะว่าที่จังหวัดราชบุรีเองก็มีการเชิดหนังเหมือนกันนะ เพียงแต่หนังของที่นี่นั้นจะถูกเรียกแทนด้วยคำว่า ‘ หนังใหญ่ ‘ อย่างที่ปรากฎอยู่ในคำขวัญนั่นเอง

พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ ตั้งอยู่ในวัดขนอน อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี จัดตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2530 ในโครงการของสมเด็จพระเทพฯ ลักษณะเป็นบ้านไม้โบราณใต้ถุนสูง แต่เดิมเป็นกุฏิจำวัดของพระสงฆ์กระทั่งถูกยกให้เป็นพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ จึงถูกใช้เป็นสถานที่โชว์ผลงานจัดแสดงและรวบรวมตัวหนังมากถึง 313 ตัว ซึ่งบางตัวนั้นสูงเกือบ 2 เมตรเลยทีเดียว

ด้านในวัดขนอนนั้นร่มรื่นเต็มไปด้วยโบราณสถาน และโบราณวัตถุให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ศึกษาอยู่มากมาย รวมถึงกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมีการสอนเชิดหนังใหญ่ สอนดนตรีไทย ไปจนถึงเวิร์คช็อปสอนการตอกหนังแบบดั้งเดิมสำหรับทำพวงกุญแจติดไม้ติดมือกลับไปเป็นที่ระลึก ในราคาคนละ 100 บาท

สำหรับหลักสังเกตง่ายๆ ของการเชิดหนังใหญ่และหนังตะลุงจะต่างกันตรงที่ลักษณะของตัวหนัง โดยหนังตะลุงจะได้รับอิทธิพลมาจากทางใต้ และเชิดอยู่ด้านหลังหน้าจอเป็นหลัก ขณะที่หนังใหญ่นั้นจะมีลายละเอียดของตัวหนังที่ประณีตมากกว่า และเชิดอยู่หน้าจอ จนกลายมาเป็นต้นแบบของการแสดงโขนในปัจจุบันนั่นเอง

นอกจากนี้ ในวันเสาร์อาทิตย์บริเวณวัดขนอนยังเปิดเป็นตลาดการท่องเที่ยวชุมชน มีตลาดวัดขนอนพร้อมการแสดงเชิดหนังใหญ่ให้ชมกันแบบฟรีๆ ในทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 10.00 น. และ 11.00 น. วันละ 1 รอบอีกด้วย


8. ย้อนราชบุรีวันวานไปกับพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติราชบุรี 

ไม่ต้องถึงขนาดนั่งไทม์แมชชีนก็ย้อนเวลาไปยังจังหวัดราชบุรีในวันวานได้ เมื่อมาที่นี่ “พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติราชบุรี” แหล่งการเรียนรู้ท้องถิ่นที่รวบรวมเอาประวัติศาสตร์ของจังหวัดราชบุรีไว้ด้วยกันอย่างครบถ้วน ตัวพิพิธภัณฑ์รีโนเวทขึ้นจากศาลากลางจังหวัดหลังเก่าริมน้ำแม่กลอง ลักษณะเป็นอาคารไม้สักชั้นเดียวซึ่งได้รับอิทธิพลจากตะวันตก หลังคามุงกระเบื้องว่าว ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 5-6 

รอบด้านมาพร้อมสวนร่มรื่น มีมุมให้นั่งเล่น ถ่ายรูปโดยเฉพาะกับไฮไลท์อย่างเจ้าหมาลายจุด ซึ่งถูกใช้เป็นตัวแทนของศิลปะร่วมสมัย ที่นอกจากจะแสดงให้เห็นว่าราชบุรีเป็นเมืองอาร์ตแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นว่าความเป็นสมัยเก่าและสมัยใหม่ก็ไปสามารถเข้ากันได้เป็นอย่างดี

ด้านในมาพร้อมห้องนิทรรศการทั้งหมด 12 ห้อง ไล่ตั้งแต่สภาพภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ทางโบราณคดี  วัฒนธรรมพื้นบ้าน ไปจนถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดราชบุรี เป็นต้น 

โดยเปิดให้เข้าชมได้ทุกวันพุธ - วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น. ค่าธรรมเนียมเข้าชมชาวไทยคนละ 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท 


9. เรียนรู้วิถีชุมชนที่สวนเกษตรแม่ทองหยิบ

เที่ยวในเมืองบ่อยแล้ว ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปคว้างอบล่องเรือเที่ยวสวน เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนที่ “สวนเกษตรแม่ทองหยิบ” ด้วยกันดูบ้างมั้ยคะ…

สวนเกษตรแม่ทองหยิบ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรบนพื้นที่กว่า 35 ไร่ในอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ที่ด้านในนั้นทำการเกษตรแบบผสมผสานด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน 

เนื่องจากแต่เดิมสวนเกษตรแม่ทองหยิบนั้นเป็นสวนแบบการเกษตรเชิงเดี่ยว ทำให้มีรายได้ไม่ต่อเนื่องมากนัก แม่ทองหยิบและลูกๆ จึงหันมาทำสวนเกษตรแบบผสมผสาน ที่สามารถผลิตผลผลิตได้ตามฤดูกาล สามารถส่งออกได้ตลอดทั้งปีในภายหลัง 

ทั้งยังเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยมีกิจกรรมอย่างนั่งเรือชมร่องสวน ชมต้นมะนาว มะพร้าวน้ำหอม ส้มโอ อุโมงค์ไม้เลื้อย และพืชผักสวนครัวต่างๆ เป็นต้น 

สำหรับกิจกรรมล่องเรือชมสวนนั้น เราจะล่องกันประมาณ 30 นาที จากนั้นก็จะเป็นการนั่งเล่นดื่มน้ำสมุนไพรอย่างอัญชัน กระเจี๊ยบ และมะนาวดับร้อน รวมถึงมีของว่างอย่างข้าวเหนียวมะม่วง และผลไม้สดๆ จากสวนให้ได้ทานอีกด้วย 


10. เติมพลังรับวันใหม่กับแสงแรกของวันที่เขากระโจม

เที่ยวชุมชนพร้อมชมงานศิลปะกันเต็มอิ่มแล้ว คราวนี้เปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวแบบธรรมชาติบ้างดีกว่า เพราะวันนี้เราจะพาทุกคนนั่งรถโฟร์วีลระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร มุ่งหน้าสู่ยอดเขากระโจม สุดเขตชายแดนทางภาคตะวันตกของประเทศไทยกันจ้าาา…

เขากระโจม สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับสายแอดเวนเจอร์ในอ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี กับยอดเขาหน้าตัดสูง 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล และยังเป็นจุดชมวิวภูเขาสองดินแดนสุดเขตชายแดนทางภาคตะวันตก  ระหว่างไทย-พม่า ที่เราสามารถมองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อน เรียงรายโอบล้อมไปด้วยทะเลหมอกสีขาว ไล่ระดับสูงต่ำเรียงรายกว้างไกลสุดสายตาแบบ 360 องศาของท้องฟ้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากสีน้ำเงินเข้ม จนกลายเป็นสีส้มส่องสว่างไปทั่วทั้งหุบเขา ท่ามกลางอากาศเย็นสบายและทัศนียภาพที่งดงามตลอดทั้งปี

แม้ด้านบนเขากระโจมจะไม่มีที่พัก แต่นักท่องเที่ยวก็สามารถนำเต็นท์มากาง และมีห้องน้ำของทางอุทยานไว้บริการ รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ตชด.คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมงเลยค่ะ ได้ตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นทางฝั่งไทย เย็นชมพระอาทิตย์ตกทางฝั่งพม่า พักผ่อนไปกับความสงบเงียบ จนได้ยินเสียงของธรรมชาติแบบนี้สักวัน  รับรองมีพลังกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างเหลือเฟือแน่นอน

เป็นยังไงกันบ้างคะ ? สำหรับที่เที่ยวในจังหวัดราชบุรี ที่เรียกว่าเต็มอิ่มครบครันทั้งที่เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ ตลอดจนบรรดางานศิลปะในระยะทางใกล้กรุงเพียงไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งถ้าหากเพื่อนๆ คนไหนกำลังมองหาที่เที่ยวสำหรับวันหยุดนี้อยู่ล่ะก็ อย่าลืมคิดถึง “ราชบุรี” เมืองเล็กๆ แต่น่ารักแห่งนี้กันบ้างนะจ๊ะ...