นาทีนี้...ไม่ไปเช็คอินไม่ได้แล้ว!! กับ 101 The Third Place ไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์ เปิดใหม่ใกล้กับ BTS สถานีปุณณวิถี ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ “One Place for All” มาเช็คอินที่นี่ที่เดียว กิน เที่ยว ชิล ช้อปปิ้ง ครบ! ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์แห่งความชิล ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารเก๋ๆ คาเฟ่ชิคๆ แถมยังมีมุมถ่ายรูปสุดฮิปให้เราได้ไปเช็คอินกันอีกเพียบบบ!!


สำหรับการเดินทางก็สะดวกสบายมากๆ พอลงจากรถไฟฟ้าที่สถานีปุณณวิถีแล้วเดินออกประตูที่ 6 มาตามทางเชื่อมสกายวอล์กแค่ประมาณ 300 เมตร ก็ถึง 101 The Third Place เลยค่ะ ความเก๋อีกอย่างคือ ด้านหน้าทางเข้าจะมีเครื่อง Pavegen ที่พอเราเดินผ่านหรือเหยียบใส่แผ่น Pavegen นี้ ก็จะแปลงทุกก้าวของเราให้เป็นพลังงานไฟฟ้าและเก็บบรรจุไว้ในแบตเตอรี่ ซึ่งสามารถนำไปใช้งานได้จริง ไฮเทคสุดๆ


ถึงแม้โครงการจะเพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ แต่ก็กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คใหม่ของคนกรุงเทพฯ ที่ฮ็อทที่สุดในเวลานี้ ด้วยขนาดพื้นที่กว้างขวางถึงกว่า 20,000 ตารางเมตร จัดเต็มครบทั้งช็อปร้านค้า อาหาร ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงบริการต่างๆ อย่างธนาคาร มีทั้งโซน Indoor และ Outdoor  กว่า 100 ช็อปกันเลยทีเดียว เราเริ่มสำรวจจากชั้น 1 ซึ่งต้อนรับสายกินด้วยร้านอาหารหลากหลายละลานตา เหมาะจะชวนเพื่อนมาแฮงค์เอาท์กันชิลๆ ได้ตลอดทั้งวัน


อยากกินอะไร มีให้เลือกหมด ทั้งแฟรนไชส์ร้านอาหารชื่อดัง คาเฟ่ขนมหวาน ร้านอาหารญี่ปุ่น ไปจนถึงอาหารจานด่วนสไตล์ Grab and Go สำหรับคนมีเวลาน้อย อยากหาอะไรเร็วๆ ง่ายๆ ทานช่วงมื้อเที่ยง


สั่งเสร็จแล้วก็มานั่งทานอาหารสบายๆ ภายในบริเวณฟู้ดคอร์ดซึ่งมีที่นั่งให้เลือกหลากหลาย ทั้งโต๊ะตัวใหญ่สำหรับใครที่มาเป็นกลุ่ม หรือใครมาคนเดียวก็มีโต๊ะเดี่ยวและเคาน์เตอร์ให้แชร์พื้นที่กันได้


ส่วนใครมองหาร้านนั่งชิลกับเพื่อนพร้อมกิจกรรมสนุกๆ แนะนำไปเช็คอินกันที่ Red Fox ร้านบอร์ดเกมที่มีเกมให้เลือกเล่นกว่า 100 เกมเลยทีเดียว แถมยังมีเมนูอาหารง่ายๆ อย่าง BBQ,ไส้กรอก,แซนด์วิช พร้อมเครื่องดื่มหลากหลาย ให้เราได้นั่งทานอาหารไป เล่นเกมสนุกๆ กับเพื่อนไปด้วยในบรรยากาศสบายๆ หรือใครไปคนเดียวก็ไม่ต้องห่วง ทางร้านจะมีพนักงานคอยช่วยแนะนำ แถมยังนั่งเล่นเกมเป็นเพื่อนอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นร้านนี้ยังเปิด 24 ชั่วโมงด้วยนะ จะไปชิลคนเดียวหรือไปกับเพื่อนก็สนุกได้ทุกสไตล์เลยค่ะ


ไปต่อกันที่ Hillside Town โซนที่รวมช็อปร้านค้า คาเฟ่ ร้านอาหารที่เรียงรายกันด้วยดีไซน์ที่แตกต่างจากห้างทั่วไป เพราะเราจะได้สัมผัสประสบการณ์การช้อป ชิม ชิล ท่ามกลางบรรยากาศเมืองเล็กๆ ลัดเลาะไปตามทางเดินบนเนินที่โค้งตัวไปมาเหมือนอยู่บนเนินเขา  


แถมระหว่างที่เดินช้อปปิ้งชิลๆ ไปก็ยังมีมุมให้แวะถ่ายรูปมากมาย ทั้งมุมบันไดเท่ๆ หรือพื้นที่สวนสีเขียวสวยๆ ขนาดใหญ่ที่อยู่ภายใต้หลังคาทรงโค้งดีไซน์เก๋ๆ เหมือนโดมกระจกดูแปลกตา


ส่วนใครอยากควงแขนคนรู้ใจมาชิลกันที่นี่ 101 The Third Place ก็มีร้านอาหารชื่อดังหลายร้านที่เหมาะจะพาแฟนมาดินเนอร์มื้อพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น Wine Connection ร้านอาหารยุโรปที่ตกแต่งในสไตล์ฝรั่งเศส มีเมนูอาหารหลากหลาย ทั้งพาสต้า หอยแมลงภู่อบซอสไวน์ขาว สเต็กเนื้อสันในแบล็ค แองกัส ที่นำเข้าจากออสเตรเลีย พร้อมนั่งจิบไวน์ในบรรยากาศสุดหรู


หรือควงคู่ไปทานอาหารไทยในบรรยากาศสบายๆ ที่ร้านกับข้าว กับปลา ร้านอาหารไทยดีไซน์เก๋ที่มาเปิดสาขาล่าสุดที่ 101 The Third Place โดยยังคงคอนเซ็ปต์อาหารฟิวชั่นสไตล์โฮมเมดที่เสิร์ฟเมนูอาหารอร่อยๆ และวัตถุดิบคุณภาพดีไว้เช่นเดิม 


ส่วนใครเป็นแฟนร้านอาหารพื้นเมืองชื่อดังอย่างร้าน Ginger Farm Kitchen ไม่ต้องเดินทางไปถึงเชียงใหม่แล้ว เพราะตอนนี้เค้ามาเปิดสาขาใหม่ให้เราได้ฟินในกรุงเทพฯ กันที่ 101 The Third Place เป็นสาขาแรก ด้วยคอนเซ็ปต์ From Farm to City ส่งตรงวัตถุดิบสดๆ จากฟาร์มออร์แกนิคของทางร้าน มาปรุงเป็นเมนูอาหารจานอร่อยขึ้นโต๊ะให้เราได้ชิมแบบการันตีความสดใหม่ทุกวัน


บรรยากาศภายในร้านดูอบอุ่น ตกแต่งอย่างสวยงามในสไตล์ไทยคันทรี ทั้งหลังคาฟาง โคมไฟไม้ไผ่สาน และยังมีมุมช็อปเล็กๆ ด้านหน้าร้าน ขายสินค้าออร์แกนิคและงานแฮนด์เมดสวยๆ จากเชียงใหม่ให้เราได้เลือกช้อปหลังจากอิ่มอร่อยกันอีกด้วย


สำหรับใครที่อยากพาครอบครัวมาเปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อนชิลๆ ที่ 101 The Third Place ก็มี 101 Park พื้นที่สีเขียวบนดาดฟ้าที่มาพร้อมกับสนามหญ้ากว้างๆ ให้เด็กๆ วิ่งเล่น และยังมีม้าโยกสีสันสดใสไว้ให้เล่นสนุกกันด้วย


ถ้าแดดแรงก็หลบร้อนมานั่งเล่นพักผ่อนในห้องเล่นเกมแบบอินดอร์ติดแอร์เย็นฉ่ำ ด้านในมีทั้งโต๊ะปิงปอง,โต๊ะพูล, เกมปาลูกดอก, โต๊ะโกล์ ฯลฯ ให้เล่นสนุกกันได้ทั้งวัน


ส่วนใครอยากหามุมนั่งชิลกับตัวเอง แนะนำไปเช็คอินที่ Whizdom Society Co-Working Space ที่มีพื้นที่ให้เข้ามานั่งทำงาน ใช้พื้นที่ได้อย่างอิสระ ด้วยคอนเซ็ปต์การเป็น “Knowledge Sharing Society” สังคมแห่งการแบ่งปันและการเรียนรู้ นอกจากเป็น Co-Working Space แล้ว ยังมีพื้นที่ในการจัดกิจกรรมรูปแบบต่างๆ อย่างเวิร์กช็อป พร้อมบริการฟรี Wi-Fi ถ้าใครเกิดหิวก็ยังมีอาหารและเครื่องดื่มจำหน่ายอีกด้วย


นอกจากนี้ ยังมีแอ็คเซสเซอรี่อย่างเสื้อ กระเป๋า และเครื่องเขียนจำหน่าย แถมช่วงนี้เปิดให้ทดลองใช้บริการฟรีได้ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. จะมานั่งทำงาน ประชุม หรือจะมานั่งดูหนังชิลๆ เค้าก็ไม่ว่านะ


ส่วนใครเป็นสายเฮลท์ตี้ ต้องแวะมาเช็คอินที่ Virgin Active สปอร์ตคลับที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีทั้งสนาม Indoor และ Outdoor แถมมีสระว่ายน้ำด้วย ใครอยากเพิ่มความฟิตอดใจรออีกนิด เพราะเค้ากำลังจะเปิดบริการเต็มรูปแบบเร็วๆ นี้


เอาใจขาช้อปกันบ้าง พาไปเดินสำรวจดูช็อปร้านค้าภายใน 101 The Third Place ที่มีหลากหลาย ทั้งสินค้าแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น JYSK ร้านขายสินค้าของแต่งบ้านชื่อดังจากเดนมาร์ค ที่มาเปิดสาขาในเมืองไทยให้เราได้สัมผัสไลฟ์สไตล์แบบสแกนดิเนเวียน มีทั้งเครื่องนอน ของตกแต่งบ้านดีไซน์เก๋ ถูกใจคนรักบ้านแน่นอน


สาวๆ นักช้อป ต้องไม่พลาดร้านนี้ กับ minigood ร้านขายสินค้าแบรนด์เกาหลีที่รวมไอเท็มน่ารักๆ ดีไซน์สุดคิวท์ ทั้งเครื่องสำอาง เสื้อผ้า ของเล่น ตุ๊กตา หมอนอิง ไปจนถึงแอคเซสเซอรีพวกหูฟัง และของกระจุกกระจิกอย่างพวงกุญแจ ผ้าพันคอ ที่คาดผม ฯลฯ ให้เลือกช้อปกันจนลายตา บอกเลยว่าน่ารักสุดๆ อยากได้หมดทุกชิ้นเลยค่ะ!


นอกจากนี้ ยังมีร้านขายเสื้อผ้า, ช็อปกระเป๋าแบรนด์เนมมือสอง แม้แต่ร้านทำเล็บก็มีให้บริการ เรียกว่าเป็นสวรรค์ของสาวๆ ที่ชอบอัพเดทเทรนด์แฟชั่นและบิวตี้อย่างแท้ทรู!


ปิดท้ายเอาใจคนที่ชอบนอนดึกกับ 24-Hour Street  ถนนที่ไม่มีวันหลับไหลสายนี้รายล้อมด้วยสิ่งอานวยความสะดวกครบครัน ทั้งร้านค้า ร้านกาแฟ คาเฟ่ ร้านอาหารเชนฟาสต์ฟู้ดชื่อดัง แม้กระทั่งร้านขายยาก็มีให้บริการครบ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ชอบใช้ชีวิต 24 ชั่วโมงอย่างแท้จริงเลยค่ะ


พอเดินสำรวจเข้าไปด้านในเราก็สะดุดตากับร้านนี้เข้าอย่างจัง “The Ale” สปอร์ตบาร์สุดคูล ที่เสิร์ฟเมนูคราฟท์เบียร์หลากหลายสัญชาติ ทั้งคราฟต์เบียร์อังกฤษ, เบลเยียม ฯลฯ พร้อมเมนูอาหารสไตล์ดิเอล ให้เราได้เพลิดเพลินระหว่างดูกีฬา เหมาะจะนัดเพื่อนมาแฮงค์เอาท์นั่งเชียร์บอลกันมันส์ๆ สนุกกันได้ทั้งวันตั้งแต่ 10.00-24.00 น. แถมคืนวันพฤหัสฯ ศุกร์ และเสาร์ยังมีดีเจมาเปิดแผ่นและเพลงเพราะๆ ให้ฟังเพิ่มบรรยากาศความชิลมากขึ้นไปอีก ใครเป็นคอคราฟท์เบียร์พลาดไม่ได้เลยค่ะ


ถ้าใครไม่ได้นำรถส่วนตัวมา ทางโครงการ 101 The Third Place ก็ยังบริการ Shuttle Bus รถรับส่งฟรีจากตัวโครงการไปสถานี BTS อ่อนนุชและสถานีบางนา ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. ทุกวันอีกด้วยล่ะ ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทางให้พวกเรากันสุดๆ


เรียกว่าที่นี่เป็นพื้นที่ความสุขแห่งใหม่ ใครๆ ก็มาชิลได้ทุกวัน ไม่ว่าจะมาชิลคนเดียว จูงมือมาชิลกับแฟน ยกแก๊งค์มาชิลกับเพื่อน หรือมาชิลกันทั้งครอบครัวก็ตอบโจทย์ลงตัวทุกสไตล์ ใครไม่อยากตกเทรนด์ มาเช็คอินที่ 101 The Third Place กันได้เลยค่ะ


101 The Third Place

พิกัด 101 ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ (สถานี BTS ปุณณวิถี)

โทร. 02-0743714

Facebook: 101 The Third Place

www.101thethirdplace.com