การเดินทางต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ ในภูมิภาคชูบุและใกล้เคียงได้อย่างสะดวกสบายจากเมืองนาโกย่า หลังจากลงเครื่องบินที่สนามบินชูบุ เซ็นแทรร์ นาโกย่า ด้วยเป็นภูมิภาคที่เต็มไปด้วยสถานที่อันเป็นเอกลักษณ์ วัฒนธรรมและธรรมชาติ ที่เรียกได้ว่าเที่ยวทริปนี้ทริปเดียว ไม่ว่าจะมาเที่ยวกับแก๊งเพื่อน คนรู้ใจ หรือครอบครัว ก็ได้สัมผัสความญี่ปุ่นแบบครบรสไปเลย อาทิ หมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ หนึ่งในออนเซ็นชื่อดัง เกโระ ออนเซ็น พิพิธภัณฑ์นินจาอิงะ กระท่อมอามะซัง ฯลฯ


การเดินทางไปภูมิภาคชูบุ มีเที่ยวบินตรงสู่นาโกย่าถึง 5 เที่ยวบินต่อวัน กับสายการบินหลักอย่าง TG, JAL และ Air Asia X และเร็วๆ นี้ Thai Lion Air ก็กำลังจะเปิดให้บริการบินตรงด้วย เดินทางง่ายขนาดนี้ รีบไปเที่ยวชูบุกันเลยดีกว่า


นอกจากนี้ เรายังมีตัวช่วยที่ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคชูบุสะดวกสบาย ประหยัด เที่ยวครบจบในพาสเดียว อย่าง SHORYUDO Highway Bus Ticket ซึ่งมีให้เลือกใช้ถึง 3 แบบ ตามที่เราต้องการอยากเดินทางไป ได้แก่ พาส 5 วัน ราคา 13,000 เยน สำหรับโปรแกรมยาว พาส 3 วัน ราคา 7,500 เยน สำหรับโปรแกรมทาคายาม่า ชิราคาวาโกะ คานาซาวะ และพาส 3 วัน ราคา 7,000 เยน สำหรับโปรแกรมมัตสึโมโตะ มาโกเมะ โคมากาเนะ ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mwt.co.jp/shoryudo/index_th.php


ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) จังหวัดกิฟุ

หมู่บ้านโบราณกลางหุบเขาอันสวยงามที่ได้รับการคัดเลือกจากองค์การ UNESCO เมื่อปี ค.ศ. 1995 ให้เป็นหมู่บ้านมรดกโลก ด้วยบ้านที่ปลูกสร้างแบบญี่ปุ่นโบราณทรงกัสโช บางหลังมีอายุมากกว่า 250 ปี ใช้วัสดุในการสร้างจากธรรมชาติทั้งหมด ไม่มีการใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว หลังคามุงด้วยต้นหญ้าที่ปลูกในหมู่บ้านและมีความชันถึง 60 องศาเพื่อป้องกันหลังคาพังทลายเมื่อหิมะตกหนัก หมู่บ้านชิราคาวาโกะแห่งนี้ประกอบไปด้วยบ้านประมาณ 200 หลังที่ยังมีชาวบ้านอาศัยอยู่จริง และบางหลังเปิดเป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสประสบการณ์ค้างคืนในบ้านโบราณแบบกัสโชอีกด้วย


การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR ลงที่สถานีทาคายาม่า (Takayama Station) แล้วเดินไป 2 นาที เพื่อสถานีต่อรถบัส Nohi Bus ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงถึงชิราคาวาโกะ


เมืองเก่าทาคายาม่า (Takayama Old Town) จังหวัดกิฟุ

ย่านเมืองเก่าในอ้อมกอดแห่งภูเขาในจังหวัดกิฟุ ที่ยังคงบรรยากาศสุดคลาสสิกและสภาพบ้านเรือนโบราณของญี่ปุ่นที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ยังคงมีให้เห็นได้บริเวณถนนซันโนะมาจิและตามตรอกซอยบริเวณวัดต่างๆ และนอกจากนี้คุณยังสามารถเช่าชุดกิโมโนใส่เพื่อเดินเล่นถ่ายรูป พร้อมแวะร้านรวงสองข้างทางได้อย่างเพลิดเพลิน


การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR ลงที่สถานีทาคายาม่า (Takayama Station) แล้วเดินต่ออีก 12 นาที


โกไซโช โรปเวย์ Gozaisho Ropeway จังหวัดมิเอะ

ภูเขาโกไซโช มีความสูงราว 1,212 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สามารถเดินทางมาเที่ยวได้ทุกฤดู ซึ่งสามารถนั่งกระเช้าชมวิวมุมสูง หรือ Gozaisho Ropeway ที่จะพาทุกคนไปชมทิวทัศน์ของภูเขาในมุมมองใหม่ๆ โดยเฉพาะในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่คุณจะได้ชมความงามของใบไม้สีส้มแดงเต็มภูเขาสุดอลังการ รวมทั้งในฤดูหนาว ภูเขาโกไซโชจะถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา ก็สวยงามไปอีกแบบ


การเดินทาง : นั่งรถไฟ Kintetsu สาย Yokkaichi ไปลงที่สถานี Kintetsu Yunoyama Onsen Station แล้วนั่งรถบัส Mie Kotsu bus อีก 8 นาที ไปลงสถานี Sanko Yunoyama Onsen Station จากนั้นเดินต่อไปอีก 10 นาทีไปที่โรปเวย์


เกะโระ ออนเซ็น (Gero Onsen) จังหวัดกิฟุ

ชุมชนเก่าแก่ “เกะโระ ออนเซ็น” ตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮิดะ เกิดขึ้นเมื่อราว 400 ปีก่อนในช่วงยุคเอโดะ เป็นแหล่งรวมของบ่อน้ำร้อนออนเซ็นจำนวนมาก ซึ่งบางแห่งเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง และบางแห่งนักท่องเที่ยวสามารถแช่เท้าเพื่อผ่อนคลายได้ฟรี คุณสามารถเลือกพักผ่อนที่เรียวกัง เพื่อสัมผัสประสบการณ์ในการแช่น้ำร้อนพร้อมชมทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองและเทือกเขา จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งบริเวณนี้คือ หมู่บ้านโบราณเกะโระ ทางด้านเหนือของเมืองที่มีบ้านแบบญี่ปุ่นโบราณกัสโชประมาณ 10 หลัง


การเดินทาง : นั่งรถไฟด่วนพิเศษ JR Wide View สายฮิดะ มาลงที่สถานีเกะโระ (Gero Station) ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 50 นาที


พิพิธภัณฑ์นินจาอิงะ (Iga Ninja Museum) จังหวัดมิเอะ

พิพิธภัณฑ์นินจาอิงะ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านที่เป็นต้นกำเนิดนินจาของประเทศญี่ปุ่น โดยในศตวรรษที่ 15 หมู่บ้านแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ฝึกวิชาให้กับเหล่านินจาตระกูลอิงะ ที่มีชือเสียงโด่งดังและเป็นตำนานของนินจาญี่ปุ่น ปัจจุบันมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงวิธีการฝึกฝนวิชาและทักษะการเป็นนินจามืออาชีพในสมัยก่อน พร้อมด้วยบ้านพักอาศัยและเครื่องใช้นินจา ส่วนแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับอาวุธและอุปกรณ์ของนินจาโบราณ ทั้งนี้ยังมีการแสดงโชว์อันน่าตื่นตาตื่นใจเกี่ยวกับนินจาให้ชมอีกด้วย


การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Kintetsu Limited Express ลงที่สถานี Iga-Kambe แล้วนั่งรถไฟสาย Iga Railway ไปลงที่สถานี Ueno-shi แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที


หินแต่งงาน Futami meoto iwa (Wedding Rock) จังหวัดมิเอะ

หินที่มีรูปร่างเป็นเอกลักษณ์ดูคล้ายกับการสวมด้ายมงคลของคู่บ่าวสาวในพิธีแต่งงาน โดยมีหินก้อนหนึ่งเล็กและอีกก้อนหนึ่งใหญ่ตั้งอยู่ในทะเลริมชายฝั่ง หินทั้งสองถูกคล้องด้วยเชือกซานาวิและเทพเจ้าอิซานามิ (Izanami no Okami) ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นผู้สร้างสรรพสิ่งบนโลกและเป็นผู้ให้กำเนิดเทพเจ้าทั้งหลาย ด้วยลักษณะของหินคู่ดังกล่าวทำให้ทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวเดินทางมาเพื่อสักการะและขอพรเกี่ยวกับความรัก ด้านคู่ครอง โดยคนโสดจะขอพรให้เจอเนื้อคู่และคนที่มีคู่หรือคู่แต่งงานจะขอพรเพื่อให้มีความรักที่ยืนยาวอย่างมีความสุข


การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR ลงที่สถานี Futaminoura Station และนั่งแท็กซี่ต่อประมาณ 10 นาที


กระท่อมอามะซัง Hachiman Kamado จังหวัดมิเอะ

สถานที่ที่นักดำน้ำหรืออามะซังแบบดั้งเดิมมาพักผ่อนและคลายหนาวหลังจากดำน้ำ โดยภายในบ้าน จะมีเหล่าอามะซังคอยยินดีต้อนรับ พร้อมบริการปรุงอาหารทะเลสดๆ ย้ำว่าสดมากๆ ให้ชิมกันอย่างเต็มอิ่ม อาทิ ล็อบสเตอร์ หอยเป๋าฮื้อ หอยซาซาเอะ ปลาไท ปลาหมึก ฯลฯ เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ ซุปมิโสะ ซึ่งเราสามารถเลือกรับประทานเซ็ตอาหารทะเลมื้อกลางวันชุดเล็กชุดใหญ่ได้ตามต้องการ แล้วอามะก็จัดการเสิร์ฟความสดอร่อยให้เราอิ่มจนพุงกาง นอกจากนี้ยังได้พูดคุยกับอามะซังแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำน้ำอย่างใกล้ชิด แถมได้ลองแต่งตัวเป็นอามะซังได้ด้วยล่ะ


การเดินทาง : รถรับส่งให้บริการฟรีระหว่างสถานีรถไฟ Toba และกระท่อมอามะซังสำหรับผู้จองทัวร์เยี่ยมชม

ราคา : ราคาอาหารต่อคอร์สเริ่มต้นที่ 3,780 เยน


ศาลเจ้าอิเสะ (Ise Shrine) จังหวัดมิเอะ

ศาลเจ้าชินโตที่ที่เลื่องชื่อด้านความศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งในทุกปีจะมีชาวญี่ปุ่นเดินทางมาสักการะมากถึง 7 ล้านคนทีเดียว ตั้งอยู่ในเมืองอิเสะ จังหวัดมิเอะ ท่ามกลางป่าสนแสนเงียบสงบ การมาสักการะขอพรที่ศาลเจ้าแห่งนี้เริ่มจากศาลเจ้าด้านนอกที่เรียกว่า เกะคู (Geku) จากนั้นจึงข้ามสะพานอุจิบาชิ (Ujibashi Bridge) มุ่งไปยังศาลเจ้าด้านในหรือไนคู (Naiku) โดยตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอซูซุ (Isuzu River) เพื่อสักการะเทพเจ้า อะมะเทะระสุ (Amaterasu) ที่เชื่อกันว่าเป็นเทพสูงสุดของญี่ปุ่นคือ เทพแห่งดวงอาทิตย์ ผู้คอยปกป้องคุ้มครองชาวญี่ปุ่นให้แคล้วคลาดปลอดภัยและร่มเย็น ซึ่งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่อายุกว่า 2,000 ปี และที่สำคัญทุกๆ 20 ปี จะมีพิธีการอัญเชิญเทพเจ้าไปสถิตยังศาลแห่งใหม่ ที่สืบทอดมากว่า 1,300 ปีจนถึงปัจจุบัน


นอกจากนี้ตรงบริเวณก่อนทางเข้าศาลเจ้าด้านในหรือไนคู ยังมีย่านเมืองเก่า โอฮะไรมะชิ (Oharai-machi) ด้วยบรรยากาศอาคารบ้านเรือนสถาปัตยกรรมเก่าในสมัยเอโดะและสมัยเมจิขนาบสองข้างทางถูกปรับเปลี่ยนเป็นถนนช็อปปิ้ง ความยาวถึง 800 เมตร เต็มไปด้วยร้านรวงมากมายที่ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมเอาไว้ อาทิ ร้านอาหาร ร้านขนมหวาน ร้านขายสินค้าที่ระลึก ให้เลือกชิม ช็อป และมีอาคาร Okage-yokocho ตั้งอยู่ใจกลางถนนที่มุ่งหน้าสู่ศาลเจ้าอิเสะ ซึ่งบริเวณนี้มีการแสดงกลองญี่ปุ่น แสดงภาพเรื่องราว kamishibai และพิพิธภัณฑ์ Okageza ที่แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการแสวงบุญของอิเสะ ให้คุณได้เพลิดเพลินอีกด้วย


การเดินทาง : นั่งรถบัส JR หรือ Kintetsu มาลงที่สถานี Iseshi แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที


สวนนาบานะ โนะ ซาโตะ (Nabana no Sato) จังหวัดมิเอะ

สวนดอกไม้ขนาดใหญ่บนเนื้อที่ราว 3 แสนตารางเมตร อันเต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิดที่จะผลิบานตามฤดูกาลตลอดทั้งปี สาวๆ ที่ชื่นชอบดอไม้ต้องลองมาสัมผัสสักครั้ง แต่ไฮไลท์สำคัญห้ามพลาด คือ งานอิลลูมิเนชั่นยิ่งใหญ่อลังการของแสงไฟที่จัดขึ้นในช่วงฤดูหนาวของทุกปียาวไปจนถึงเดือนพฤษภาคม โดยแต่ละปีก็จะมีธีมของการประดับไฟแตกต่างกันไป ที่เดินชมได้ไม่รู้เบื่อ ถ่ายรูปสวยมากๆ โดยเฉพาะทางเดินในอุโมงค์ไฟที่มีบรรยากาศแสงไฟระยิบระยับรอบตัวสวยงามราวกับอยู่ในความฝัน


การเดินทาง : จากสถานีคุวานะ (Kuwana Station) นั่งรถบัส Mie Transportation ประมาณ 10 นาที ลงที่ป้ายนาบานะ โนะ ซาโตะ


ย่านช็อปปิ้งซากาเอะ (Sakae Area Nagoya) เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ

ย่านซากาเอะเป็นแหล่งช็อปปิ้งหลักใจกลางเมืองนาโกย่า ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินสำรวจและซื้อของได้อย่างสะดวกสบาย มีห้างสรรพสินค้าอยู่ชั้นใต้ดินเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีซากาเอะ เพียบพร้อมไปด้วยร้านค้าหลากหลายเหมาะกับทุกช่วงวัยตั้งแต่เด็ก หนุ่มสาว ไปจนถึงผู้สูงอายุ เป็นสถานที่สำหรับการช็อปปิ้งกับครอบครัวหรือเพื่อนๆ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่มากมายให้เลือกรับประทาน ย่านนี้ยังมีตึก “โอเอซิส 21” ที่มีรูปทรงทันสมัยคล้ายยานอวกาศ ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์กของย่านนี้เลยก็ว่าได้ ที่ชั้นใต้ดินของตึกเป็นแหล่งสังสรรค์ยอดนิยมเนื่องจากมีร้านอาหารและคาเฟ่มากมาย


การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Meijo Line มาลงสถานี Sakae


พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำท่าเรือนาโกย่า (Port of Nagoya Public Aquarium) เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ 

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำท่าเรือนาโกย่า นับเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น บ้านของปลาวาฬเพชฌฆาต ปลาโลมาและปลาวาฬขาวเบลูก้า และยังรวบรวมสัตว์ทะเลจากประเทศญี่ปุ่นไปจนถึงทวีปแอนตาร์กติกา ไว้กว่า 500 ชนิด นอกจากนี้ยังมีการแบ่งโซนของตู้ปลาออกเป็น โซนทะเลเส้นศูนย์สูตร มีปะการัง ปลาในเขตร้อน ประมาณ 150 ชนิด แหวกว่ายอยู่ตามแนวปะการังในตู้ปลา โซนทะเลของญี่ปุ่น จะมีปลาซาร์ดีน ทูน่า มากุโระ ปลาโอ คัทสึโอะ ซึ่งเป็นปลาที่ว่ายรอบทะเลญี่ปุ่น สามารถชมการว่ายน้ำของฝูงปลาซาร์ดีนจำนวนสามหมื่นตัวที่เรียกว่า ทอร์นาโดของปลาซาร์ดีนได้ที่ตู้นี้ โซนทะเลขั้วโลกใต้ ประกอบด้วยเพนกวิน เช่น เอมเพอร์เร่อเพนกวิน และโซนทะเลน้ำลึก นอกจากนี้ยังมีโชว์การเทรนนิ่งปลาวาฬขาวและวาฬเพชฌฆาต และให้อาหารปลาในแต่ละตู้ และมีโชว์การแสดงของปลาโลมาทุกวันอีกด้วย


การเดินทาง : ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Higashiyama จากสถานี Nagoya ถึงสถานี Sakae 5 นาที ต่อรถไฟสาย Meijo Line ถึงสถานี Nagoya port (สุดสาย)  15 นาที แล้วออกทางออกหมายเลข 3 เดินต่อไปอีกประมาณ 5 นาที


พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยศตวรรษที่ 21 (21st Century Museum of Contemporary Art) เมืองคานาซาวะ จังหวัดอิชิกาวะ

ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงผลงานของศิลปินร่วมสมัยที่ได้รับรางวัลจากทั้งในประเทศญี่ปุ่นและจากทั่วโลก และเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของญี่ปุ่น อาคารของพิพิธภัณฑ์มีลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นรูปวงกลม ตัวผนังเป็นกระจกโค้งอยู่โดยรอบอาคาร เพื่อให้คนที่อยู่ภายในอาคารสามารถเห็นบรรยากาศภายนอกได้ ประกอบด้วย ห้องจัดแสดง ห้องสมุด ห้องบรรยาย และห้องสำหรับทำกิจกรรมเวิร์คช็อป และนอกจากนี้บริเวณด้านนอกอาคาร ยังมีผลงานศิลปะจัดแสดง อาทิ The Man Who Measures the Clouds ชิ้นงานสีทองบนด้านบนตึก ของ Jan Fabre ศิลปินชาวเบลเยี่ยม และผลงานศิลปะที่โด่งดังมากที่สุดก็คือ The Swimming Pool ของ Leandro Erlich ชาวอาร์เจนติน่า ชิ้นงานกระจกใส่ที่มีความลึก 10 ซม. มีน้ำอยู่รอบๆ ใช้หลักการสะท้อนแสงเข้ามาประยุกต์ทำให้ผู้ที่มองอยู่ด้านบนเห็นเป็นสระว่ายน้ำ และถ้ามีคนอยู่ด้านล่าง ก็เหมือนพวกเขากำลังว่ายน้ำในสระน้ำเลยล่ะ   


การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Kanazawa Station (East Exit) โดยสารรถบัสไปลงที่ Hirosaka bus stop ประมาณ 10 นาที แล้วเดินต่อไปอีกเล็กน้อย


ตลาดโอมิโจ (Omicho Market) เมืองคานาซาวะ จังหวัดอิชิกาวะ 

ตลาดสดเก่าแก่ มีอายุกว่า 400 ปี ตั้งอยู่ใจกลางเมืองคานาซาวะ มีร้านค้าประมาณ 170 ร้าน ทั้งร้านขายอาหารสด อาหารแห้ง เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ ขนมต่างๆ รวมถึงร้านอาหาร จนได้ฉายาว่า “ครัวแห่งคานาซาวะ” ซึ่งที่นี่ของเด็ดคืออาหารทะเลสดอร่อย ไม่ว่าจะเป็นปู กุ้ง ปลา ฯลฯ มีให้เลือกรับประทานข้าวหน้าปลาดิบและซูชิอย่างจุใจ


การเดินทาง : นั่งรถประจำทางจากสถานี Kanazawa (*วนซ้าย) มาลงที่ป้าย Omicho Market โดยสาย Kanazawa Loop Bus Left Loop (ลงป้าย LL1) หรือ Kenrokuen Shuttle Bus (ลงป้าย S1)

 

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เมืองนาโกย่า (Nagoya City Science Museum) เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ

พิพิธภัณฑ์นี้เป็นแหล่งเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่สนุกสนานและคุณจะได้มีโอกาสทดลองเล่นอะไรสนุกๆ ด้วยตัวเอง ทำให้เรื่องวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวและเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ภายในพิพิธภัณฑ์มีทั้งหมด 6 ชั้น จัดแสดงนิทรรศการถาวร และมีส่วนนิทรรศการชั่วคราวจะจัดขึ้นหมุนเวียนกันไป ไฮไลท์เด็ดของนิทรรศการในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เหมาะกับผู้เข้าชมทุกเพศทุกวัย ได้แก่ ห้องจำลองการเกิดฟ้าผ่า ห้องจำลองแสงออโรร่า ห้องท้องฟ้าจำลอง และห้องทอร์นาโดจำลอง

 

การเดินทาง : จากสถานี Fushimi (Tsurumai Line หรือ Higashiyama Line) ทางออก 4 เดินต่อมาอีก 5 นาที


วิธีการเดินทางจากสนามบินชูบุ เซ็นแทรร์ เข้าสู่เมืองนาโกย่า

1. รถไฟ - เดินทางด้วยรถไฟสาย Meitetsu Railways จากสนามบิน (สถานี Central Japan International Airport) ไปยังสถานี Nagoya (ไม่มีรถไฟ JR ให้บริการ) ใช้เวลาเดินทางดังต่อไปนี้

            รถด่วน  “μ-SKY” (อ่านว่า MU-Sky) ใช้เวลาเดินทาง 28 นาที

            รถไฟ Limited Express ใช้เวลาเดินทาง 35 นาที

            รถไฟ Semi Express ใช้เวลาเดินทาง 48 นาที

2. รถบัส - เดินทางเข้าเมืองนาโกย่าและเมืองอื่นด้วยรถบัส Meitetsu Bus ซึ่งสามารถเลือกปลายทางในเมืองได้ 2 แห่ง คือ สถานีรถบัส Meitetsu Bus Center ติดกับสถานีรถไฟ Nagoya และสถานีรถบัส Sakae Bus Terminal (ตึกโอเอซิส 21) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที

3. รถแท็กซี่ - การเดินทางด้วยรถแท็กซี่จากสนามบินชูบุ เซ็นแทรร์ ไปยังย่านกลางเมืองนาโกย่า จะเสียค่าโดยสารประมาณ 13,000 เยน โดยรถแท็กซี่ในประเทศญี่ปุ่นสามารถโดยสารได้สูงสุด 4 ท่าน


ติดตามข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจได้ที่ https://www.facebook.com/ChubuNagoya.th/