คงมีที่พักเพียงไม่กี่ที่...ที่ทำให้เรารู้สึกมากกว่าแค่เป็นแขก แต่กลับรู้สึกเหมือนเป็นทั้งเพื่อนและส่วนหนึ่งในครอบครัวได้อย่างกลมกลืนขนาดนี้ ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นกับพวกเราเมื่อได้มาเยือนที่นี่  “สู่ขวัญบูทิคโฮมส์” ที่พักสุดสโลว์ไลฟ์ และยังอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งวัดพุทธนิมิตภูค่าว และพิพิธภัณฑ์สิรินธร เรียกว่าไหว้พระชมวัดสวยสุดอันซีน ไปตะลุยโลกไดโนเสาร์เสร็จแล้ว ขับรถแค่ไม่กี่นาทีก็มาเช็คอินพักผ่อนที่นี่กันได้เลย


เราไปเยือนกาฬสินธุ์ในช่วงเวลาที่กรุงเทพฯ ปกคลุมด้วยฝุ่นควัน แต่กาฬสินธุ์ต้อนรับพวกเราด้วยลมหนาวในอุณหภูมิตอนเช้า 14 องศาฯ ถึงแม้ว่าพอเริ่มสายแสงแดดจะร้อนขึ้น แต่ท้องฟ้าสดใส มีลมพัดเย็นสบายตลอดเวลา หลังจากตะลอนเที่ยวมาทั้งวัน ช่วงเย็นเราแวะไปเช็คอินเข้าที่พักคืนแรกกันที่ “สู่ขวัญบูทิคโฮมส์” ที่พักเล็กๆ บรรยากาศอบอุ่นในอำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์


แวบแรกที่เห็นล็อบบี้ซึ่งอยู่ภายในบริเวณเรือนไม้สองชั้นหลังใหญ่ หลังคามุงสังกะสีแบบคลาสสิค ชวนให้นึกถึงบ้านไม้เก่าแก่แถวเชียงคาน ส่วนชั้นล่างมีเคาน์เตอร์บาร์เล็กๆ  พร้อมโต๊ะเก้าอี้นั่งเล่นพักผ่อนชิลๆ รอสักพักเจ้าของก็นำน้ำดื่มเย็นๆ และขนมพื้นบ้านออกมาต้อนรับมีทั้งบ๊ะจ่าง, ข้าวต้มมัด และข้าวต้มใบมะพร้าวที่หาทานยาก ได้นั่งทานอาหารว่างท่ามกลางบรรยากาศชิลๆ สบายๆ เหมือนได้ย้อนกลับไปเที่ยวบ้านคุณตาคุณยายที่ต่างจังหวัดสมัยเด็กๆ


ที่นี่ไม่มีพนักงานต้อนรับ มีแต่เจ้าของที่พักและครอบครัว ซึ่งเป็นสถาปนิกหนุ่มไฟแรงผู้มีโอกาสข้ามน้ำข้ามทะเลไปฝึกงานไกลถึงสหรัฐอเมริกา แต่ตัดสินใจกลับมาทำงานที่บ้านเกิด โดยเปิดเป็นที่พักบูทีครีสอร์ทเล็กๆ พร้อมการต้อนรับอบอุ่นเหมือนโฮมสเตย์ ในบรรยากาศแบบบ้านสวน ซึ่งชื่อที่พักอย่าง “สู่ขวัญ” เป็นภาษาอีสานที่มีความหมายถึงการเพิ่มพลังชีวิต เรียกขวัญกลับมาอยู่กับตัวเรา เปรียบกับที่พักสู่ขวัญบูทิคโฮมส์ คือการให้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบำบัดความเมื่อยล้าและเพิ่มความสุขนั่นเอง


สำหรับห้องพักของสู่ขวัญบูทิคโฮมส์ มีทั้งหมด 5 หลัง แบ่งออกเป็นห้องแอร์ 3 หลัง และห้องพักแบบพัดลม 2 หลัง ซึ่งไม่ต้องกังวลว่าจะร้อน เพราะแต่ละหลังถูกออกแบบให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมมากที่สุด โดยมีช่องเปิดตามทิศทางลมธรรมชาติ อีกทั้งตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้นานาชนิด มองเห็นวิวภูเขา สวนยางพารา และทุ่งนาล้อมรอบ ให้เราได้สูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่นกันเต็มที่


ทริปนี้พวกเรามากันเป็นกลุ่มเลยแยกกันพัก 2 ห้อง ห้องพักแบบแรกเป็นห้องพักแอร์เตียงใหญ่แบบ Double Bed ห้องพักตกแต่งสไตล์ลอฟท์ปูนเปลือยแบบโมเดิร์น แต่ยังคงความเป็นพื้นถิ่นของอีสาน ผนังหัวเตียงตกแต่งด้วย “จ่อ” หรือกระด้งสำหรับเลี้ยงไหม เพดานประดับด้วยโคมไฟสานฝีมือประณีต พร้อมมีที่นั่งเล่นเล็กๆ ปูเบาะรองนั่งแบบหมอนอิงสามเหลี่ยมหุ้มผ้าทอลายขิด ให้เรานั่งจิบชากาแฟชมวิวชิลๆ ได้


ส่วนห้องน้ำก็สะอาดสะอ้านทันสมัย มีอุปกรณ์และสุขภัณฑ์ครบครัน ทั้งอ่างล้างหน้า, เครื่องทำน้ำอุ่น, ฝักบัว, ชักโครกพร้อมสายชำระ แต่ที่เรามองว่าน่ารักคือโอ่งน้ำเล็กๆ พร้อมกระบวยไม้ไว้ตักน้ำล้างเท้าที่ตั้งไว้ภายในห้องน้ำ ให้ความรู้สึกมีเสน่ห์แบบพื้นบ้านไม่เหมือนใคร


ห้องพักอีกแบบคือ ห้องพักเตียงคู่ เหมาะกับใครที่มาพักผ่อนกับเพื่อน ไม่ต้องกลัวนอนดิ้นแย่งผ้าห่มกันตอนกลางคืน ภายในตกแต่งได้กลิ่นอายความเป็นพื้นเมืองอีสาน ผสานเข้ากับดีไซน์ลอฟท์สมัยใหม่ บนเตียงมีหมอนขิดน่ารักๆ วางไว้ให้หนุนหรือกอดแทนหมอนข้างได้ด้วย


ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพักก็มีให้พร้อมสรรพ ทั้งแอร์, ทีวี, ตู้เย็น และกระติกน้ำร้อน ซึ่งถูกดีไซน์ซ่อนไว้ในช่องผนังข้างราวแขวนเสื้อผ้าที่มีผ้าม่านกั้นแทนประตูเปิดปิด ดูเก๋ไปอีกแบบหนึ่ง


นอกจากนี้ ยังมีโต๊ะเขียนหนังสือที่ประยุกต์ทำมาจากขาจักรเย็บผ้าเก่า เหมาะสำหรับใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศหาที่นั่งทำงานชิลๆ


คาเฟ่แฮนด์เมด ที่เจ้าของลงมือออกแบบและตกแต่งด้วยตัวเอง ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว อีกไม่นานใครมาพักที่สู่ขวัญบูทิคโฮมส์ก็ไม่ต้องขับรถเข้าเมืองไปจิบกาแฟที่ไหนไกล มาเช็คอินที่นี่กันได้เลย


เราไปเดินสำรวจรอบๆ รีสอร์ทกัน ด้านหลังยังมีบ้านพักที่รองรับใครที่มากันเป็นหมู่คณะใหญ่ รวมทั้งชานระเบียงไม้สุดชิลที่แขกชาวต่างชาติชอบมานอนอาบแดด หรือจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ในโอกาสพิเศษกันได้อีกด้วย


เดินเล่นสำรวจรอบที่พักจนเริ่มหิว เราเลือกให้ทางที่พักจัดสำรับมื้อเย็นให้จะได้ไม่ต้องขับรถออกไปหาร้านอาหาร ซึ่งบอกเลยว่าอาหารมื้อนี้ถูกใจเรามากๆ เสิร์ฟมาในสำรับใหญ่ ทานกันได้ 4-5 คนสบายๆ ถ้าไม่อิ่มก็ขอเติมข้าวได้ โดยอาหารเย็นที่นี่จะจัดเป็นชุด มีให้เลือกตั้งแต่ชุดเล็ก (300 บาท) ทานได้ 2 คน, ชุดกลาง (500 บาท) ทานได้ 3-4 คน และชุดใหญ่ (700 บาท) ทานได้ 4-5 คน เมนูที่เสิร์ฟก็จะมีทั้งเมนูผัด ทอด และต้ม และเมนูอาหารอีสานพื้นบ้านที่หมุนเวียนไปตามฤดูกาล โดยมีเมนูยืนพื้นอย่างปีกไก่ทอด, ปลาทอดราดพริก และผัดเปรี้ยวหวานไก่ ส่วนมื้อนี้เราจัดเต็มชุดใหญ่ มีทั้งอาหารอีสานพื้นบ้านอย่างแกงผักขี้เหล็กใส่ไข่มดแดง ซึ่งรสมือแม่ครัวดีมากๆ แกงขี้เหล็กรสชาติไม่ขม นัวกำลังดี ซดพร้อมกับไข่มดแดงที่แตกกรุบๆ ในปาก กินแกล้มกับหมูทอดแดดเดียว ยิ่งได้จกข้าวเหนียวปั้นจิ้มกับหมกปลาซิวคือดีงามมม… ได้มีโอกาสมานั่งล้อมวงกินอาหารอีสานพื้นบ้านแบบนี้ รู้สึกเหมือนได้มาเที่ยวบ้านเพื่อนที่กาฬสินธุ์จริงๆ


เรานั่งทานอาหารค่ำกันในบรรยากาศสบายๆ ไม่มีเสียงรถวุ่นวาย มีแต่เสียงลมพัดเบาๆ เป็นบรรยากาศที่แปลกตาสำหรับคนกรุง ส่วนคนต่างจังหวัดรับรองว่ายิ่งอินกับบรรยากาศอบอุ่นแบบบ้านๆ แบบนี้แน่นอน แต่แนะนำว่าควรจองล่วงหน้ามาก่อน เพราะที่นี่ดูแลแบบโฮมสเตย์ ทำกันเองในครอบครัว ไม่ได้ทำเป็นธุรกิจแบบโรงแรมหรือรีสอร์ทที่มีพนักงานคอยบริการ แต่เรากลับมองว่านี่แหละคือเสน่ห์ของที่นี่...


บรรยากาศตอนกลางคืนคือโรแมนติกมาก หลังท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี มองเห็นดาวด้วยตาเปล่าชัดมากๆ เสียดายที่พลาดลืมถ่ายรูปพระจันทร์ไว้ คืนนั้นพระจันทร์เต็มดวงสวยมากๆ เรานั่งชมจันทร์กันเพลิน ฟินจนแทบไม่อยากกลับเข้าห้อง แต่สู้ลมหนาวไม่ไหว เลยขอเอาบรรยากาศช่วงหัวค่ำมาฝากแทนก่อนละกัน


ตอนเช้าเราตื่นมาอย่างสดชื่น แล้วไปทานมื้อเช้าที่ทางที่พักจัดไว้ให้ อาหารเช้าชุดใหญ่ที่นี่จัดเตรียมมาใน “พาข้าว” หรือโตกหวายรองด้วยใบตอง มาพร้อมกับเมนูทอดมัน, ไข่เจียว และข้าวต้มหมูใส่เห็ดหอมเสิร์ฟมาในหม้อดินเผาที่ช่วยเก็บความร้อน และยังได้กลิ่นหอมของหม้อดินอ่อนๆ เวลาทานอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ รวมทั้งของหวานพื้นบ้านไว้ทานกับกาแฟอย่างข้าวเหนียวสังขยา, ข้าวเหนียวปิ้ง, ขนมใส่ไส้ ฯลฯ ล้างปากด้วยผลไม้อีกถาดใหญ่ มีทั้งองุ่น, ส้ม, พุทรา แถมยังมีมะขามคลุกให้อีกถ้วย อิ่มจนแทบลุกไม่ขึ้นกันเลยทีเดียว!


ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่หนึ่งคืนที่นี่...กลับทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ปล่อยตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้านเพื่อนหรือญาติสนิท ไม่ได้เป็นแขกที่มาเช็คอินเข้าพักค้างคืนแล้วจากไป แต่ยังได้มิตรภาพใหม่ๆ รวมทั้งความรู้สึกถวิลหาอดีตที่งดงาม ใครอยากมาเติมพลังชีวิต ชาร์จแบต พักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ ลองหาโอกาสมาเที่ยวที่กาฬสินธุ์ พักที่สู่ขวัญบูทิคโฮมส์กันสักคืน รับรองว่าได้เติมความสุขให้หัวใจกันอย่างแน่นอน


สู่ขวัญบูทิคโฮมส์

ที่ตั้ง 49 บ้านขวัญเมือง หมู่ที่ 10 ต.สหัสขันธ์ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์

ราคา ห้องพัดลม 650 บาท, ห้องแอร์ 950 บาท

โทร.063-7273729

Facebook : Sukwan Boutique Homes  "สู่ขวัญ บูทิคโฮม รีสอร์ท"