"สบายดี" คำนี้เราไม่ได้หมายถึงเราสบายดี แต่เป็นคำว่า "สวัสดี" ในภาษาลาว 

แน่นอนว่าเกริ่นมาแบบนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวประเทศลาว เช็คอินเมือง "วังเวียง" ที่เที่ยวประเทศลาวที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในนักท่องเที่ยวชาวไทย และนักท่องเที่ยวประเทศอื่นๆ ด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ภูเขาสูง และกิจกรรมที่น่าลองสักครั้ง เราว่าหลายคนคงมีวังเวียงเป็นหนึ่งในลิตส์รายชื่อที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปสักครั้ง และสำหรับเรา .. ไปมา 1 ครั้ง คิดว่าอนาคตต้องมีครั้งที่ 2 3 4 แน่นอน !! ชอบบรรยากาศและกิจกรรมต่างๆ ที่ได้ลองทำ เลยอยากเอามาบอกต่อให้เพื่อนๆ ฟังด้วยค่ะ ว่าแล้วตามเรามาเลย!


*สำหรับการเดินทางไปเที่ยววังเวียงต้องใช้ พาสปอร์ต ถ้าไม่มีพาสปอร์ตจะอยู่ในเมืองเวียงจันทน์ได้แค่เพียง 3 วัน

** ส่วนการใช้จ่าย ใช้เงินไทยได้ แต่เราควรแลกเงินกีบไปด้วย เผื่อแม่ค้าไม่มีทอน อัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท เท่ากับ 250 กีบ 10,000 กีบ เท่ากับ 40 บาท เวลาแม่ค้าบอกมาว่า “สิบพันกีบ” ก็ 10,000 กีบนี่แหละ อาจจะงงๆ หน่อย



ไปขึ้นบอลลูนชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า

“บอลลูน” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด ไม่ต้องไปไกลถึงตุรกี ไม่ต้องไปพุกาม มาวังเวียงทั้งทีแนะนำว่าต้องลอง เป็นการเปิดประสบการณ์ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่พิเศษสุดๆ โดยวิธีการซื้อตั๋วขึ้นนั้นง่ายมาก! เราจะเห็นป้ายบอลลูนตามร้านขายทัวร์ในวังเวียง ซึ่งบอกเลยว่ามีทุกร้าน เหมือนซื้อขนมจีบในเซเว่น ราคาก็ประมาณ 3,000 บาท ตอนขึ้นเจ้าหน้าที่จะมารับเราถึงที่พัก ตั้งแต่เช้าตรู่ จากนั้นพาไปจุดขึ้นบอลลูน ความตื่นเต้นเริ่มต้นตอนที่บอลลูนค่อยๆ ยกตัวขึ้นจากพื้น ค่อยๆ สูงขึ้นๆ ฟินมาก! ใครกลัวความสูงอาจจมีขาสั่น แต่ไม่ต้องกลัวค่ะ ปลอดภัยหายห่วง แถมเดินสลับด้านกับเพื่อนยังมั่นคงไม่โยกให้เวียนหัวด้วยค่ะ ต้องบอกเลยว่าเป็นประสบการณ์ที่อยากให้ลองกัน เพราะวิวสวยมาก ยิ่งตอนพระอาทิตย์ขึ้นยิ่งสวย แต่จริงๆ หากใครไม่อยากตื่นเช้าก็มีเปิดให้ขึ้นตอนเย็นดูพระอาทิตย์ตกด้วยนะคะ 

ราคา : ประมาณ 3,000 บาท

ช่วงเวลา : เช้า - เย็น

กระโดดน้ำบลูลากูน

บลูลากูนเป็นที่เที่ยวสร้างชื่อให้กับวังเวียงเลยก็ว่าได้ค่ะ หลายๆ คนที่ดูภาพ เห็นรีวิวเที่ยววังเวียงก็จะเห็นว่านักท่องเที่ยวทุกคนจะไปกระโดดน้ำสีฟ้าใสกิ๊งกันที่บลูลากูนทั้งนั้น ซึ่งจริงแล้วที่วังเวียงมีบลูลากูนมากกว่า 1 ที่ด้วย แต่ที่เป็นยอดฮิต คนไปเยอะ คือ บลูลากูน 1 เพราะเดินทางสะดวกตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่พักและที่เที่ยวอื่นๆ ของวังเวียงมากนัก โดยที่บลูลากูน 1 นอกจากเป็นธารน้ำใสๆ ให้เราไปวัดใจกระโดดน้ำเล่นกันแล้ว ที่นั่นยังมีร้านอาหาร เครื่องเล่นเป่าลม ที่นั่งดูปลาชิลๆ และมีซิปไลน์ให้เล่นด้วยค่ะ ส่วนใครที่ว่ายน้ำไม่เป็นไม่ต้องเศร้าเพราะว่าที่บลูลากูน มีให้เช่าเสื้อชูชีพและห่วงยาง ด้านบนอยู่ในบริเวณเดียวกับบลูลากูนก็มีถ้ำปูคำ ให้เราไปสำรวจกันด้วย อีกหนึ่งบลูลากูนที่เราแนะนำคือ...บลูลากูน 3 ที่นี่อยู่ห่างจากบลูลากูน 1 ประมาณ 8 กิโลเมตร น้ำใสแจ๋วไม่แพ้บลูลากูน 1 มีกิจกรรมอย่าง ซิปไลน์ให้เล่น และมีร้านอาหารด้วยค่ะ ไปถึงวังเวียงกันแล้วต้องไม่พลาดนะคะ


บลูลากูน 3

บลูลากูน 3

บลูลากูน 1

บลูลากูน 1


บลูลากูน 3 : ค่าเข้า 10,000 กีบ (40 บาท) ค่าซิปไลน์ 100,000 กีบ (400 บาท)


ขับรถบักกี้มันส์ๆ ฝุ่นตลบก็ไม่หวั่น

มาถึงวังเวียงเราว่าสิ่งที่ทุกคนได้ต้องได้เจอแน่ๆ คือ รถคันเล็กๆ ลักษณะเป็นโครงเหล็กสีแดง เพราะมันเป็นรถยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวขับกันเป็นแก๊งค์ทั่วทั้งเมือง ซึ่งรถคันเล็กแบบนี้มีชื่อเรียกว่า "Buggy บักกี้" มีร้านให้เช่าขับอยู่หลายแห่ง เราว่าใครไปต้องลองเช่ามาขับเองสักครั้ง บอกเลยว่ามันส์มาก! และมันก็เหมาะกับถนนที่จะไปตามที่เที่ยวต่างๆ ของวังเวียงมาก เพราะถนนส่วนมากเป็นลูกรัง ใส่แมสปิดจมูกแล้วจะเหยียบให้ฝุ่นตลบก็ไม่รู้สึกผิดแต่อย่างใด  ที่สำคัญ ถ่ายรูปแล้วเท่เว่อร์ ราคาค่าเช่าอยู่ที่ชั่วโมงละ 400 บาท ลองดูค่ะ สนุกดี


นั่งเครื่องร่อน ชมพระอาทิตย์ตกสุดฟิน

ได้ชมพระอาทิตย์ตกลับภูเขาว่าสวยแล้ว ถ้าได้ขึ้นไปชมอยู่บนฟ้าคงฟินน่าดู เพราะอย่างนี้เราเลยอยากแนะนำให้ลองเปิดประสบการณ์ใหม่นั่งเครื่องร่อน! เหิรฟ้าไปชมพระอาทิตย์ตกบนยอดเขา เราได้เห็นวิวสูงๆ บินไปเหลี่ยมเขาไหนก็ได้ที่อยากไป เหมือนนั่งเครื่องบินแต่ไม่มีอะไรหุ้มเราเลยค่ะ เพราะตัวเครื่องร่อนเป็นโครงเหล็กเปลือยเปล่า ลมปะทะร่างกายเราทุกส่วน ให้ความรู้สึกอิสระเหมือนเป็นนก บอกเลยว่าค่าขึ้นเครื่องร่อน 3,000 ซื้อประสบการณ์เหิรฟ้าไม่ได้แพงเลย ไปทั้งทีต้องจัดค่ะ

ราคา : ประมาณ 3,000 บาท

ช่วงเวลา : เช้า - เย็น

เที่ยวถ้ำจัง ข้ามสะพานสีส้ม กระโดดน้ำหน้าถ้ำ

ถ้ำจัง สถานที่ท่องเที่ยวอีกที่หนึ่งของวังเวียงที่พลาดไม่ได้เลยค่ะ ที่นี่อยู่ไม่ไกลมากนักจากตัวเมืองวังเวียง สามารถเดินมาได้ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรกว่า เราต้องจ่ายค่าเข้าด่านแรก 2,000 กีบ จากนั้นเดินข้ามสะพานสีส้มข้ามแม่น้ำซองเข้าไปค่ะ ก่อนเข้าไปที่ถ้ำจัง เราก็แวะเก็บภาพสวยๆ กันที่สะพานสีส้มกันก่อน จุดตรงสะพานนี้ก็ฮิตฮอตไม่แพ้กันเลยนะคะ จากสะพานเดินเข้าไปทางซ้ายมือประมาณ 200 เมตร ก็ถึงถ้ำจังแล้วค่ะ ด้านหน้าถ้ำมีธารน้ำใสแจ๋วให้เด็กกระโดดน้ำเล่นกันอีกด้วย ส่วนใครอยากขึ้นไปบนถ้ำต้องเสียเงินค่าเข้า สำหรับนักท่องเที่ยวอีก 15,000 กีบ หรือประมาณ 60 บาท ทางเดินขึ้นปากถ้ำเราต้องขึ้นบันได 147 ขั้น เข้าไปในถ้ำจังเราถึงกับร้องว้าวววววว!... ไม่ใช่แค่ความสวยงามของถ้ำเท่านั้นค่ะ เพราะภายในถ้ำมาถึงตอนแรกคิดว่าต้องมืดๆ หายใจไม่ออก แต่จริงๆ แล้วในถ้ำเย็นมาก! อากาศหายใจสะดวกเหมือนอยู่ด้านนอก แถมยังเย็นเหมือนถ้ำติดแอร์อีกด้วย ส่วนภายในถ้ำมีทางเดินให้เดินชมถ้ำ จุดชมวิว ภายในมีไฟส่องสว่างค่ะ

ค่าเข้า : จุดแรก 2,000 กีบ จุดหน้าถ้ำ 15,000 กีบ (65 บาท)

ปั่นจักรยานชมเมืองวังเวียง

จะชมเมืองเล็กๆ ให้ทั่วถึงเราว่าต้องปั่นจักรยานค่ะ ซึ่งร้านเช่าจักรยานก็มีเยอะนะ ราคาไม่แพงเลย คันนึง 20,000 กีบ (80 บาท) ปั่นไปไหนก็ได้แต่เอามาคืนด้วย การปั่นจักรยานในเมืองวังเวียงไม่ต้องกลัวเหงาเลย เพราะเรามีเพื่อนร่วมทางเป็นเด็กนักเรียนหญิงนุ่งผ้าซิ่น เด็กชายและเณรน้อยห่มจีวรสีเหลืองปั่นจักรยานมือเดียว อีกมือถือร่ม ไม่ว่าช่วงเช้า หรือเที่ยง อีกอย่างไม่ต้องกลัวปั่นแล้วหลง เพราะที่นี่มีแม่น้ำซองผ่ากลางเมือง เพราะเมื่อไหร่ที่หลง มองทางไปแม่น้ำเข้าไว้ยังไงก็กลับที่พักถูกแน่ 

ค่าเช่าจักรยาน : 20,000 กีบ (80 บาท)

เดินขึ้นผาเงิน ชมวิวเขาและหมอกชิลๆ

ไปเที่ยวทั้งทีต้องตื่นเช้าๆ เพื่อจะได้ใชเวลาให้คุ้ม ยามเช้าของเมืองวังเวียงเราแนะนำให้ไปออกกำลังกายยามเช้ากันที่ "ผาเงิน" ที่เที่ยวยอดฮิตที่เหล่านักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปชมวิวและสัมผัสสายหมอก โดยที่นี่เปิดให้ขึ้นทั้งวัน แต่เราเลือกขึ้นตอนเช้าเพราะมันจะได้ไม่ร้อน พอขึ้นไปถึงจะได้เจอกับแสงแรกพอดี ระยะทางประมาณ 650 เมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ช้าหน่อยก็ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ทางเดินช่วงแรกๆ มีการเอาอิฐมาวางเป็นบันได สูงขึ้นไปเรื่อยๆ เปลี่ยนจากอิฐเป็นหิน ก่อนถึงจุดสูงสุดทางเดินเป็นหินปูนให้เราไต่ เรียกเหงื่อได้ดีเลย พอถึงข้างบนมีศาลาให้นั่งเล่น จากข้างบนมองเห็นวิววังเวียงไปจนถึงแม่น้ำซอง เห็นหมอกคลอเคลียยอดเขา สวยจนถ่ายรูปเยอะลงได้ 3 เดือนเลยค่ะ

ค่าเข้า : 10,000 กีบ (40 บาท) ระยะทางขึ้นไปประมาณ 650 เมตร


ล่องเรือและห่วงยางมันส์ๆ แม่น้ำซอง

ล่องห่วงยางแม่น้ำซอง อีกหนึ่งกิจกรรมมันส์ๆ ที่ต้องไปทำเมื่อไปถึงวังเวียง โดยการล่องห่วงยางจะใช้เวลาประมาณ 45 นาที - 1 ชั่วโมง ระยะทางที่จะล่องทั้งหมด 7 - 8 กิโลเมตร แต่ถ้าหากใครไม่อยากล่องนานก็ขึ้นฝั่งก่อนได้ หรือว่าแวะจิบเครื่องดื่มเย็นๆ บนฝั่งก่อนได้ค่ะ เพราะตลอดทางจะมีบาร์คอยให้บริการกันค่ะ วิธีการล่องห่วงยางคือ เช่าห่วงยางจากร้านที่อยู่ในตลาด รถสาธารณะในวังเวียงทุกคันจะรู้ว่าอยู่ที่ไหนค่ะ จากนั้นไปที่จุดเริ่มต้น ซึ่งทางเข้าจุดเริ่มต้นสังเกตได้ง่ายๆ ด้านหน้ามี Shop ขายรถยี่ห้อ KIA อยู่ค่ะ จากนั้นล่องแม่น้ำซองไปเรื่อยๆ เสร็จจากล่องแล้วก็เอาห่วงไปคืนเพื่อเอาเงินมัดจำคืนด้วยค่ะ

เดินเล่นตลาดเช้า ลองชิมอาหารพื้นเมือง

อยากทำความรู้จักให้ถึงต้องลองเดินตลาดเช้า คติการเที่ยวของเราคือต้องลองเดินตลาดของเมืองนั้นๆ เพื่อลองดูวัฒนธรรมการเป็นอยู่การกินของเขาค่ะ ตลาดของเมืองวังเวียงขนาดไม่ใหญ่มาก มีทั้งของสดและของที่ทานได้เลย ผลไม้ก็มีนะ ของส่วนมาก ผัก ผลไม้ กุ้ง หมู ปู ปลา คล้ายๆ ที่ไทย แต่ที่พีคคือ มีสัตว์อื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือจินตนาการอยู่บ้าง เช่น งูหลาม หนูนา (ทั้งตายและเป็นๆ) ส่วนเมนูที่ทานได้เลยเราขอแนะนำแฮมเบอร์เกอร์ลาว ขนมปังชิ้นใหญ่ผ่ากลางใส่เครื่อง ผัก ซอส เนื้อ แล้วหั่นเป็นชิ้นๆ เมนูนี้ยอดฮิตในวังเวียงเห็นมีร้านขายอยู่เยอะเลยค่ะ


ไนท์ไลฟ์ ท่องราตรีที่ Sakura Bar

ซากุระ บาร์ นักท่องเที่ยวไปเที่ยววังเวียงมักจะพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า... ไนท์ไลฟ์กลางคืนของวังเวียง ถ้าไปถึงแล้วไม่ได้แฮงค์เอาท์ที่ซากุระ บาร์ ต้องเสียดายแย่เลย! เพราะอย่างน้อยได้มีโอกาสไปวังเวียงแล้ว ได้ไปสัมผัสบรรยากาศสถานที่ที่รวมนักท่องเที่ยวหลากหลายสักครั้งก็ยังดี โดยที่ซากุระ บาร์ เป็นแหล่งแฮงเอาท์ยามค่ำคืนทั้งของนักท่องเที่ยว และชาวลาว บรรยากาศร้านตกแต่งง่ายๆ สบายๆ ตัวร้านโปร่ง ชั้นเดียว นักท่องเที่ยวส่วนมากจะเป็นชาวเกาหลี ความรู้สึกเหมือนเราอยู่ที่กรุงโซลเลยค่ะ แนะนำเพื่อนๆ ที่แวะไปเที่ยว ไปสัมผัสบรรยากาศกันแล้ว อย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วยนะคะ จะไปเที่ยวก็มีเพื่อนไปด้วยจะดีกว่าค่ะ