เขาว่ากันว่าหลีเป๊ะคือทะเลไทยที่สวยไม่แพ้กับทะเลของชาติใดในโลก วันนี้เราเลยออกเดินทางไปพิสูจน์ว่าสมญานามมัลดีฟส์เมืองไทยจะสวยสักแค่ไหน ซึ่งทริปนี้เป็นทริปเที่ยวหลีเป๊ะครั้งแรกของเราเลยล่ะค่ะ ใครที่ยังไม่เคยไปเที่ยวหลีเป๊ะ ลองตามไปชมวิธีการเที่ยวหลีเป๊ะ ด้วยตัวเอง กับงบ 8000 บาทกันได้เลย






6.30 น. นั่งเครื่องบินสายการบินแอร์เอเชียจากดอนเมืองบินตรงสู่หาดใหญ่

8.05 น. ถึงสนามบินหาดใหญ่ จากสนามบินหาดใหญ่เราใช้บริการอีซี่หลีเป๊ะ เพื่อเดินทางจากสนามบินหาดใหญ่ไปยังเกาะหลีเป๊ะ ราคา 1500 บาท/ คน โดยราคานี้รวมค่ารถตู้จากสนามบินหาดใหญ่ไป-กลับยังท่าเรือปากบารา จังหวัดสตูล ราคาเที่ยวละ 250 บาท (ไป-กลับ 500 บาท)  เรือสปีดโบ๊ท จากท่าเรือปากบาราไป-กลับเกาะหลีเป๊ะ 500 บาท/เที่ยว (ไป-กลับ 1000 บาท) สามารถจองออนไลน์ได้ที่ http://www.easylipe.com/

8.30 น. รถตู้ของอีซี่หลีเป๊ะมารับที่สนามบินหาดใหญ่

10.00 น. ถึงสำนักงานอีซี่หลีเป๊ะใกล้กับท่าเรือปากบารา  พร้อมรับตั๋วเรือสปีดโบ๊ทรอบ 11.30 น. (แนะนำว่าหาข้าวกินรองท้องก่อนเลยจ้า ใครอยากซื้อเสบียงไปกินที่เกาะสามารถซื้อได้ที่เซเว่นใกล้กับท่าเรือปากบารา แต่บนเกาะหลีเป๊ะก็มีเซเว่นนะ ราคาไม่ได้แพงเว่อร์เกินไป ซึ่งถ้าใครใครหิ้วก็หิ้วจากฝั่งไป หิ้วไปแล้วหิ้วกลับกันด้วยเด้อเพราะตอนนี้หลีเป๊ะมีปัญหาในเรื่องการกำจัดขยะนะ) เจ้าหน้าที่แจ้งว่าควรไปรับคิวก่อนเรือออกเวลาเพื่อจะได้คิวลงเรือเวลาดีๆ 

10.30 น. ไปรับคิวที่ท่าเรือปากบารา เราได้คิวลงเรือคนที่ 9 พร้อมเสียค่าอุทยานคนละ 40 บาท 

11.30 น. เตรียมพร้อมมุ่งสู่เกาะหลีเป๊ะ เจ้าหน้าที่แจ้งข่าวไม่ค่อยดี ว่าคลื่นแรงอาจจะขึ้นเกาะไข่ กับตะรุเตาไม่ได้ 

12.00 น. แต่ฟ้าก็ยังเป็นใจให้เราขึ้นไปชมเกาะตะรุเตาได้ โดยมีเวลาให้เดินเล่นที่ตะรุเตา 15 นาที

12.15 น. ออกจากตะรุเตามุ่งสู่เกาะไข่ แต่โชคร้าย เกาะไข่คลื่นแรง นำเรือไปจอดไม่ได้ จึงดูเกาะไข่จากมุมไกลๆ 

13.00 น. ถึงเกาะหลีเป๊ะ หาดพัทยา แต่วันนี้เราไม่ได้พักที่นี่ค่ะ เพราะเราจะไปรับความสงบที่เกาะอาดังก่อน โดยสามารถติดต่อเรือหางยาวบริเวณหน้าหาดพัทยา ไปยังเกาะอาดังได้ ค่าเรือคนละ 150 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที

13.30 น. ถึงเกาะอาดัง เข้าไปติดต่อบ้านพักของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตาที่เกาะอาดัง โดยเราจองมาผ่านทางเว็บไซต์ http://nps.dnp.go.th//reservation.php?option=home ที่สามารถจองออนไลน์และชำระเงินผ่านทางหน่วยงานในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือชําระเงินที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย หรือ ATM หรือ KTB netbank โดยบ้านพักที่เราจองมาชื่อห้องอาดัง 4 ราคา 420 บาท/ห้อง/คืน ถูกมว้ากกกก

14.00 น. เช็คอินเข้าห้องพัก ซึ่งห้องพักที่เราจองมานั้น หันหน้าเข้าหาทะเล สามารถชมวิวทะเลจากเตียงได้เลยล่ะค่ะ หรือจะมานั่งชิลรับลมทะเลหน้าบ้านก็ฟินไม่แพ้กัน ห้องพักของเรามีห้องน้ำในตัว สบู่ ผ้าขนหนู แชมพู กระดาษชำระ พัดลม แค่เพียงไม่มีเครื่องปรับอากาศและทีวี ซึ่งสำหรับเราไม่ต้องมีก็ได้ เพราะวิวข้างหน้านั้นสวยกว่าในทีวีเยอะเลยค่ะ  ส่วนไฟมีช่วงเวลาเปิด-ปิด โดยสามารถใช้ได้ตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 เท่านั้น

15.00 น. เปลี่ยนเสื้อผ้าลงเล่นน้ำ โดยทางอุทยานฯ จะมีสน็อกเกิล กับตีนกบให้เช่า โดยราคาสน็อกเกิล 50 บาท ส่วนตีนกบ 100 บาท สามารถใช้ได้ทั้งวัน โดยจะต้องมีค่ามัดจำอุปกรณ์ 500 บาท 

18.00 น. ทานอาหารเย็นบริเวณร้านอาหารของบ้านพักอุทยาน เราไปสองคนเลยสั่งต้มยำ ไข่เจียวกุ้ง ข้าวเปล่า 2 จาน ค่าเสียหายประมาณคนละ ไม่เกิน 200 บาท จากนั้นพักผ่อน


6.00 น. ชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าบริเวณหน้าหาดเกาะอาดัง 

8.00 น. ทานอาหารเช้าบริเวณ ร้านอาหารของบ้านพักอุทยาน โดยมีให้เลือกทั้งอาหารไทย และอาหารแนว ABF ราคามื้อเช้านี้ประมาณไม่เกิน 100 บาท/คน

10.00 น. เช็คเอาท์ ฝากกระเป๋าไว้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและไปถ่ายรูปสวยๆ ทิ้งท้าย


12.00 น. นั่งเรือหางยาวไปยังเกาะหลีเป๊ะ แจ้งทางคนขับว่าไปส่งที่ภูริตรา รีสอร์ท ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับเมา์เท่นรีสอร์ท ราคาค่าเรือ 100 บาท/คน (ถูกกว่าขามาอีก)

13.00 น. ถึงภูริตรา รีสอร์ท เช็คอินที่พักโดยเราจองห้อง Sea view room มาค่ะ 2 คืน 6,133 บาท พร้อมอาหารเช้า (3,066 บาท/คน) สามารถติดต่อจองห้องพักได้ที่ 085-376-2555, 081-929-1151,083-296-5665 หรือดูรายละเอียดได้ที่ http://www.phuritra.com

โดยห้องพักของเราวิวดีมากๆ ค่ะ หันหน้าเข้าหาทะเล สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องครบครัน ทั้งเครื่องปรับอากาศ ทีวี ตู้เย็น ไดร์เป่าผม เครื่องทำน้ำอุ่น ใครที่ขนมาม่ามาเองสามารถขอยืมกระติกน้อร้อนที่ล็อบบี้ได้ แต่ที่นี่สัญญาณ 3G 4G ไม่ค่อยดีเท่าไรนะคะ สามารถโทรศัพท์ได้ แต่เล่นเน็ตไม่ค่อยได้ แนะนำว่าถ้าอยากเล่นเน็ตให้ลงไปแถวหน้าหาด หรือบริเวณล็อบบี้จะมีสัญญาณค่ะ

14.00 น. หลังจากเช็คอินแล้วเราก็นอนกลิ้ง ตากแอร์เย็นๆ ในห้องและออกมาชมวิวทะเลด้านนอก รอเวลาให้แดดดร่มลมตกเพื่อไปพายเรือคายัคหน้ารีสอร์ทค่ะ

16.00 น. ไปพายเรือคายัคกันค่ะ โดยที่พักมีให้บริการเรือคายัคพร้อมสน็อกเกิลฟรี โดยสามารถดำน้ำชมปะการังน้ำตื้นบริเวณหน้าหาดได้เลย เราเลือกไปพายคายัคก่อน ขอบอกว่าน้ำที่นี่ใสจริงจัง สวยมากๆ และเราสามารถพายไปถึงบริเวณเมาท์เท่นรีสอร์ทซึ่งเป็นอีกหนึ่งหาดสวยในหลีเป๊ะได้ บริเวณนี้ทรายละเอียดนุ่มเท้า เป็นสีขาวเหมือนแป้งเลยล่ะค่ะ บริเวณหาดจะมีลักษณะเป็นสันดอนที่ยื่นไปในทะเล มีหาดทรายกลางทะเลที่เวลาน้ำลงสามารถเดินไปเที่ยวได้ด้วย ส่วนใครที่ไม่ได้พายเรือคายัคก็สามารถเดินเลาะจากภูริตรามายังเมาท์เท่นรีสอร์ทได้ค่ะ 

พายเรือเสร็จก็ไปดำน้ำตื้นบริเวณหน้าหาดขอองภูริตราต่อ ซึ่งตอนเราไปน้ำลงมากๆ ต้องลอยตัวชมอย่างเดียวเลยค่ะ เพราะถ้าเดินอาจจะไปเหยียบปะการังและหอยเม่นได้ แต่ขอบอกว่าแค่หน้าหาดก็มีปะการังสวยๆ อย่างปะการังเขากวาง ดอกไม้ทะเล ให้เราได้ชมแล้ว ฟินมากๆ 

18.00 น. ทานอาหารเย็นพร้อมชมพระอาทิตย์ตกจากที่พัก อาหารเย็นมื้อนี้ของเราราคา 980 บาท ทานได้สองคน ประกอบไปด้วย ต้มยำทะเล ปลากะพงทอดน้ำปลา และไก่นรกซิกเนเจอร์ของที่ภูริตรา รีสอร์ท อิ่มอร่อยพร้อมชมวิวพระอาทิตย์ตกฟินๆ จากระเบียงของห้องอาหารได้เลยค่ะ 


ุ5.30 น. ไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่หาดซันไรซ์โดยจากภูริตรา รีสอร์ทสามารถเดินไปได้ค่ะ โดยตอนเราไปนั้นมีพี่เจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทซึ่งน่ารักมากๆ พาเราเดินไปชมด้วย ซึ่งถ้าเดินไปเองจะต้องเผชิญกับน้องหมาตลอดทาง (บนเกาะหลีเป๊ะน้องหมาน้องแมวเยอะมากๆ)

6.00 น. จากรีสอร์ทเดินมาประมาณ 15 นาทีก็มาทันพระอาทิตย์ขึ้นพอดีค่ะ สวยงามและประทับใจมากๆ 

7.00 น. กลับมาที่พักทานอาหารเช้าที่ที่พักพร้อมเตรียมตัวไปดำน้ำโดยเราซื้อทัวร์แบบวันเดย์ ราคา 900 บาท ต่อคนโดยจะเป็นโปรแกรมที่ผสมทั้งโซนรอบนอก รอบใน ซึ่งเป็นจุดไฮไลท์ของการดำน้ำที่เกาะหลีเป๊ะค่ะ 

8.00 น. เตรียมตัวเดินทางไปดำน้ำ โดยทางที่พักจะมีรถสามล้อไปส่งให้ที่บริเวณชาดพัทยา โดยทัวร์ครั้งนี้จะเป็นแบบจอยกรุ๊ปนั่งเรือหางยาวไปค่ะ โชคดีที่วันนี้เรามีแค่สาวแคนาดามาจอยกรุ๊ปกับเราแค่คนเดียว ทริปนี้จึงเป็นเหมือนทัวร์ดำน้ำสุดไพรเวตที่มีสามาชิกในทริป 3 คน และ พี่คนขับเรือพร้อมกับเป็นไกด์ไปด้วยว 1 คน

โปรแกรมดำน้ำในครั้งนี้

- เริ่มต้นที่เกาะหินซ้อน

-เกาะรอกลอย
-เกาะดง (อ่าวลิง) แวะทานข้าวกลางวันซึ่งเป็นข้าวกล่องที่เกาะนี้ค่ะ น้องลิงเยอะแยะมากมาย
-เกาะผึ้ง

-เกาะราวี (หาดทรายขาว)

-เกาะหินงาม
- ปิดท้ายที่ร่องน้ำจาบัง น้ำแรงมากๆ ค่ะ โดยวิธีการดำของจุดนี้เราต้องค่อยๆ เกาะเชือกไปชม และต้องลอยตัวชมเหมือนกับซุปเปอร์แมน คือมือต้องเกาะเชือกอย่างเดียว เพราะน้ำแรงมากๆ จนอาจจะพัดตัวเราปลิวได้เลยล่ะค่ะ แต่ปะการังสีสวยมากๆ เป็นจุดที่เราคิดว่าปะการังสวยสุดๆ แล้ว แต่ดำได้แป๊บเดียวต้องขอขึ้นเรือเพราะน้ำแรงจนแทบจะเกาะเชือกไม่อยู่เลยค่ะ 

เกาะหินซ้อน

เกาะรอกลอย จุดนี้ทะเลสวยๆ มากๆ ขอยกตำแหน่งให้เป็นทะเลสวยที่สุดในทริปนี้เลยล่ะค่ะ

แวะทานข้าวที่เกาะดง อ่าวลิง น้องลิงเยอะมากๆ 

เกาะผึ้ง

หาดทรายขาว เกาะราวี

เกาะหินงาม หินงามมากๆ แต่ไม่ควรไปตั้งหินเล่นนะคะ เพราะจะทำให้หินตกลงมาแตกได้

17.00 น. จบทริปดำน้ำ กลับมาพักผ่อนที่ที่พัก เตรียมตัวไปหาของกินที่วอล์คกิ้งสตรีท

18.00 น. ไปเดินเล่นที่วอล์คกิ้งสตรีทโดยทางภูริตรา มีรถรับส่งจากที่พักไปยังวอล์คกิ้งสตรีทค่ะ  จะกลับก็โทรเรียกพี่คนขับรถให้มารับได้ แต่ต้องก่อนสามทุ่มนะคะ เพราะรถมีให้บริการถึงแค่สามทุ่ม ส่วนใครอยากกลับดึกกว่านี้ก็ใช้บริการรถแท็กซี่ในเกาะได้จ้า ราคาเที่ยวละ 50 บาทต่อคน

ที่วอล์คกิ้งสตรีทมีร้านอาหาร ร้านขายของฝาก ร้านสะดวกซื้อ และเซเว่นอีเลฟเว่น เป็นเหมือนศูนย์กลางของเกาะเลยล่ะค่ะ ใครอยากทานอาหารทะเล อาหารอร่อยๆ มนั่งจิบกาแฟ หรือมาแฮงค์เอาท์ ก็มาที่นี่ได้เลย

น้องแมวที่เกาะหลีเป๊ะ เยอะมากๆ เดินเข้าร้านไหนก็จะเจอน้องแมวเต็มไปหมด ทาสแมวอย่างเราบอกเลยว่าฟิน

- ทานอาหารที่ร้านอาหารภายในวอล์กกิ้งสตรีท 


- กลับกรุงเทพฯ โดยนั่งเรือสปีดโบ๊ทรอบ 9 โมงครึ่ง โดยจะมาถึงสนามบินหาดใหญ่ประมาณบ่ายสองโมงค่ะ 


ค่าใช้จ่ายทริปหลีเป๊ะ
ค่าเครื่องบินดอนเมือง-หาดใหญ่ 1033 บาท/คน
ค่ารถตู้ + เรือสปีดโบ้ท จากสนามบินหาดใหญ่ไป/กลับ เกาะหลีเป๊ะ 1,500 บาท/คน
ค่าเรือหางยาวจากเกาะหลีเป๊ะไปเกาะอาดัง 150 บาท
ค่าที่บ้านพักอุทยานฯ เกาะอาดัง 1 คืนราคา 420 บาท/ห้อง (210 บาท/คน)
ค่าที่พักภูริตรา รีสอร์ท เกาะหลีเป๊ะ 2 คืน 6,133 บาท พร้อมอาหารเช้า (3,066 บาท/คน)
ค่าทัวร์ดำน้ำ 900 บาท
ค่าอาหารรวม 4 วัน 1500 บาท
รวมเงิน 8359 บาท/คน