ตั้งแต่สายการบินขยันออกโปรโมชั่นตั๋วโปร ช่วงนี้ทริปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านเลยยิ่งฮอตฮิตติดลมบนสุดๆ ประหนึ่งเที่ยวง่ายเหมือนอยู่หน้าปากซอยบ้าน และหนึ่งในนั้นเราขอยกให้ "เวียดนาม" เจ้าของสมยานามดินแดนปารีสตะวันออกไปครอบครอง แต่ถ้าเพื่อนๆ มีแพลนมาเที่ยวเวียดนามโดยเฉพาะกับเมืองดาลัด และมุยเน่แต่ยังไม่รู้จะไปไหนยังไงดี ? ตามเรามาสิ...เดี๋ยวจะพาไปตะลุยเช็คอินเวียดนามกัน !






White Sand Dune 

       ลองหลับตาแล้วนึกถึงภาพรถจี๊ปที่วิ่งไต่ไปตามเนินทรายเนียนละเอียดราวกับแป้ง สีขาวสบายตา ทอดยาวกินอาณาบริเวณกว้างขวางสุดลูกหูลูกตาตัดกับเส้นขอบฟ้าสีคราม ที่นี่ "White Sand Dune" เมืองมุยเน่ ประเทศเวียดนาม... กับภาพทะเลทรายสวยงาม เรียงรายสลับสูงต่ำกันไปสุดลูกหูลูกตาที่บางจุดสูงถึง 10-15 เมตร ! โดยช่วงเวลาเหมาะสมของการเที่ยวทะเลทราย White Sand Dune นั้นแบ่งออกเป็นสองช่วงด้วยกัน คือ ตอนเช้ามืดเพื่อรอชมพระอาทิตย์ขึ้น และช่วงแดดอ่อนๆ ในยามบ่ายที่ถ่ายรูปออกมาแล้วดูสดใส แสงแดดตกกระทบกับพื้นทรายสะท้อนเป็นสีทองดูงดงาม ใครมาถึงที่แล้วแนะนำว่าต้องไม่พลาดกิจกรรมสุดมันส์อย่างการซ้อนท้าย ATV ที่รถจะพาเราดิ่งลงจากเนินทรายสูงกว่า 10 เมตร ชวนให้ตื่นเต้นและหวาดเสียวสุดๆ !




Red Sand Dune 

       จาก White Sand Dune มาต่อกันที่ Red Sand Dune อีกหนึ่งทะเลทรายที่นักท่องเที่ยวนิยมเที่ยวควบคู่กัน แต่จะแตกต่างตรงที่ Red Sand Dune แห่งนี้ เม็ดทรายมีสีแดงและขนาดเล็กกว่า ตั้งอยู่ใกล้ชิดติดริมถนน และสันทรายก็ไม่ได้สูงมากเท่ากับ White Sand Dune จึงทำให้ที่นี่ไม่มีกิจกรรมอย่างรถจี๊ปและรถ ATV วิ่งไต่บนเนินให้เราได้หวาดเสียว แต่ถ้าใครกลัวว่ามาที่นี่แล้วจะเบื่อก็หายห่วงไปได้เลยจ้า เพราะที่ Red Sand Dune เค้าก็มีเจ้าสไลเดอร์บอร์ดเท่ๆ ให้เราสนุกกับการสไลด์ลงจากเนินทรายได้เช่นกัน นอกจากนี้ด้านหน้ายังมีร้านอาหารให้บริการอีกด้วย สนุกเพลินแค่ไหน ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องท้องหิวแน่นอน




Fisherman's Village

       มาเมืองติดทะเลถ้าไม่ได้ทานอาหารทะเลเลยก็คงแปลกเกินไปแล้ว และถ้าคุณอยากลิ้มลองรสชาติอาหารทะเลแบบโลคอลท้องถิ่นแท้ๆ แล้วล่ะก็ เราแนะนำให้รีบปักหมุดมุ่งตรงมาที่ Fisherman’s Village ชายหาดเมืองมุยเน่ ที่ในยามเย็นบริเวณนี้จะเต็มไปด้วยร้านอาหารทะเลให้เลือกทานกันอย่างละลานตาเหมือนยกเอาทะเลมาไว้บนบกเลยล่ะจ้า ไม่ว่าจะเป็นล็อบสเตอร์ ปลาหมึก ปู กุ้ง หอยนานาชนิด ตลอดจนอาหารสดที่ชาวบ้านจะใส่กะละมังมาให้เลือกกันแบบสดๆ ถึงที่ในราคาแสนจะเป็นมิตร รับรองว่านอกจากจะอิ่มท้องแล้ว คุณยังจะได้ซึมซับ และเรียนรู้ไปกับวิถีชีวิตของชาวประมงเวียดนามแต่ดั้งเดิมอย่างการพายเรือกะละมังอย่างใกล้ชิดเชียวล่ะ




หาดมุยเน่

       "มุยเน่" เป็นเมืองตากอากาศชายทะเลที่มีความแปลก แตกต่างจากเมืองที่ติดทะเลอื่นตรงที่มีลมเย็นๆ พัดตลอดเวลา มีถนนเลียบชายหาดสวยๆ ชวนให้เราหยุดแวะถ่ายรูปอยู่มากมาย บางจุดมีร้านอาหาร บางจุดมีที่พักริมทะเล บางจุดเป็นลานกว้างสำหรับทำกิจกรรม บรรยากาศคล้ายกับเที่ยวเกาะทางใต้ที่เมืองไทยบ้านเรา นอกจากนี้ก็ยังมีบางจุดที่เป็นหน้าผาสูงชันชวนให้หวาดเสียว ดูสวยงามเว้าแหว่งแปลกตาหาไม่ได้ในเมืองไทยเช่นกัน เอาเป็นว่าสิบปากว่าคงไม่เท่าตาเห็น ถ้ามีโอกาสต้องลองมาสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง รับรองฟินไปอีกนานแน่นอน! 




Hydrangeas Garden

         Hydrangeas Garden ทุ่งไฮเดรนเยียสุดมุ้งมิ้งที่เบ่งบานสะพรั่ง อวดโฉมท้าลมหนาวคอยต้อนรับนักท่องเที่ยว อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ไม่ว่าใครมาดาลัดต้องแวะมาเช็คอิน แบบที่ไม่ต้องรอให้ถึงช่วงฤดูหนาว เพราะเจ้าดอกไฮเดรนเยียที่นี่เค้าบานให้เราได้มาเซลฟี่กันตลอดทั้งปี ! และก็ไม่ใช่แค่พื้นที่ 1 หรือ 2 ไร่เท่านั้น แต่มันยังเบ่งบานสดใสปกคลุมไปทั่วทั้งหุบเขา ออกดอกชูช่อใหญ่ทั้งสีเหลือง สีฟ้าดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพากันมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย ท่ามกลางอากาศเย็นสบายเหมือนอยู่ยุโรปเลยล่ะ แอบกระซิบนิดนึงว่า ถ้าใครมีแพลนมาเที่ยวที่นี่ ก็อย่าลืมแต่งตัวสวยๆ มาโพสต์ท่าถ่ายรูปชิคคูลไว้เปลี่ยนโปรไฟล์กันด้วยนะจ๊ะ



Crazy House

      ท้ากล้า เราขอท้าให้ลอง... "Crazy House" ที่ฟังแค่ชื่อก็รู้สึกสนุก ! โดยเฉพาะใครที่เป็นสายถ่ายภาพต้องถูกใจแน่ เพราะที่นี่เค้ามาพร้อมสิ่งก่อสร้างรูปร่างแปลกประหลาดชวนพิศวง มีตั้งแต่บ้าน บันได ไปจนถึงต้นไม้ดีไซน์ยึกยือ แต่พอเอามาอยู่รวมกันแล้วกลับเหมือนได้ค้นพบมุมใหม่ไปเรื่อยๆ จนอยากลองเดินซอกแซกให้หมดทุกส่วน จากบ้านนู้นปีนไปบ้านนั้น จากบ้านนั้นปีนไปบ้านโน้น รู้ตัวอีกทีก็สนุกเพลินเหมือนได้ย้อนวัยกลับไปเล่นสวนสนุก แถมยังได้รูปสวยๆ ติดกล้องกลับมาเพียบ ใครมาเที่ยวดาลัด เวียดนามแล้วไม่มาเช็คอิน Crazy House สักครั้ง บอกเลยว่าพลาดเหมือนมาไม่ถึง ต้องกลับมาซ้ำใหม่ให้ได้เลย




ลาน Lam Vien Square

        Lam Vien Square จตุรัสใจกลางเมืองที่ทั้งเด็กและวัยรุ่นต่างไปรวมตัวกันนั่งเล่น หาเมนูปิ้งร้อนๆ กินท้าลมหนาว ทำกิจกรรม หรือแม้แต่ออกกำลังกายในช่วงยามเย็น แต่นอกจากที่นี่จะเป็นลานสำหรับให้เราได้ออกมาซึมซับบรรยากาศเมืองดาลัดแล้ว ด้านบนยังเปิดเป็นคาเฟ่สุดเก๋ ร้านอาหาร และโรงแรมไว้บริการ ส่วนฝั่งตรงข้ามนั้นเป็นทะเลสาบให้เราได้นั่งชมบรรยากาศพระอาทิตย์ที่ค่อยลาลับขอบฟ้าสวยๆ ส่งท้ายวันอีกด้วย




ตลาดไนท์บาร์ซา ดาลัด

       ดูเผินๆ แล้วตลาดไนท์บาร์ซาของชาวเวียดนาม ก็คงไม่ค่อยต่างอะไรกับตลาดกลางคืนบ้านเรา เพราะนอกจากจะมีเสื้อผ้าแฟชั่นจ๋าวางขายให้เลือกกันอย่างละลานตา ในราคาที่กระเป๋าเงินดองสั่นระริกแล้ว สองข้างทางยังเต็มไปด้วยร้านรวงของที่ระลึก ตลอดจนบรรดาสตรีทฟู้ดขึ้นชื่อ ที่ใครๆ ก็การันตีว่าต้องโดน ! อย่าง “บันแจงนึง” พิซซ่าเวียดนามที่ทำจากแผ่นแป้งย่างบนเตาถ่าน ส่งกลิ่นหอมกรุ่น แต่งหน้าด้วยผักโรย แฮม และไข่ ตลอดจนบาร์บีคิวเสียบไม้ต่างๆ ก็มีให้เลือกทานได้ทั้งแบบนั่งในร้านที่เป็นเก้าอี้เตี้ยๆ ริมถนน ชมรถราวิ่งผ่านไปมาในยามค่ำคืนอย่างเพลิดเพลิน หรือใครจะซื้อแบบเทคอะเวย์กลับบ้าน ชิมไป ช้อปไป ก็เพลินไม่แพ้กัน




น้ำตกดาตันลา

       น้ำตกดาลันตา น้ำตกชื่อดังของเมืองดาลัด อายุมากกว่า 100 ปี ที่มาพร้อมกิจกรรมสุดมันส์อย่างการนั่ง Roller Coaster ที่รถรางอันแสนหวาดเสียวจะพาเราเลี้ยวลดคดเคี้ยวผ่านต้นไม้น้อยใหญ่ไปตามทางอันแสนร่มรื่น ก่อนจะถึงปลายทางที่มีน้ำตกสวยงามรออยู่ทางเบื้องหน้า ให้เราได้สัมผัสกับละอองน้ำใสไหลเย็นโปรยปรายมาชวนให้สดชื่น ดับร้อนได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ที่น้ำตกดาลันตานั้นไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำเหมือนน้ำตกอื่นทั่วไป เหมาะแก่การมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ หรือนั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ชื่นชมความงามของธรรมชาติได้จากด้านบนเท่านั้นจ้า




ร้าน An Cafe

        An Cafe ร้านนี้ตกแต่งได้น่ารักน่านั่งเอามากๆ แถมยังทำให้เมืองดาลัดท่ามกลางความวุ่นวายด้วยเสียงรถรา เงียบสงบลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ ภายในร้านตกแต่งด้วยต้นไม้สีเขียวร่มรื่น สบายตา มีการเอาผักสลัดมาปลูกไว้ทั่วร้าน เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ทำจากไม้และกระจก มองเผินๆ คล้ายกับกลาสเฮ้าส์หลังเล็กดูเป็นมิตรกับธรรมชาติ เหมาะแก่การใช้ชีวิตชิลๆ ไปพร้อมกับลิ้มรสชาติของกาแฟดีๆ สักแก้ว นอกจากนี้หากเรามองจากมุมระเบียงที่นั่งของร้านลงไปด้านล่าง ยังได้เห็นบรรยากาศของรถมอเตอร์ไซค์ที่บีบแตรทักทาย ขับสวนกันไปมาเป็นอีกหนึ่งสีสันของการมาเที่ยวดาลัดจนอาจจะเรียกได้ว่ากลายเป็นเสน่ห์ของเมืองนี้ที่หลายคนคุ้นเคยไปซะแล้ว




เรียบเรียงโดยชิลไปไหน