ช่วงที่ผ่านมาใครที่อาจเจอเรื่องหนักๆ มาจนท้อ ไปเติมพลังชีวิต สะสมแต้มบุญเพิ่ม เสริมสิริมงคลด้วยการไหว้พระ ทำบุญ ที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อย่าง “พุทธคยา” ประเทศอินเดียกันดีกว่า หรือใครที่เคยไปเที่ยวต่างประเทศมาหลายที่แล้ว อยากเปิดมุมมองใหม่ๆ ดูบ้าง ลองเปลี่ยนแนวจากเที่ยวแบบสายชิค สายลุย หรือสายกิน มาเป็นทริปสายบุญกันบ้างดีไหม? โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีเวลาไม่มากนัก แต่อยากไปตามรอยพระพุทธเจ้าตามเส้นทาง 4 สังเวชนียสถานสักครั้งในชีวิต  เหมาะจะเลือกไปเช็คลิสต์ที่พุทธคยาเป็นจุดหมายแรก


นอกจากที่นี่จะเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า หนึ่งในสี่สังเวชนียสถานที่มีความสำคัญที่สุดและเป็นเมืองศูนย์รวมแห่งการแสวงบุญของชาวพุทธทั่วโลกแล้ว พุทธคยายังเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวแลนด์มาร์คอีกหลายแห่ง ซึ่งถึงแม้ว่าคุณจะไม่ใช่สไตล์ที่ชอบเที่ยวชมโบราณสถาน หรือตามรอยประวัติศาสตร์ ก็สามารถเที่ยวพุทธคยาได้สนุกเหมือนกัน


ที่สำคัญ การเดินทางไปเที่ยวพุทธคยาด้วยตัวเองไม่ได้ยากอย่างที่คิด  โดยเมื่อก่อนนักเดินทางแนว Budget Traveler ต้องนั่งเครื่องมาลงที่เมืองโกลกาตา (Kolkata) แล้วต่อรถไฟไปที่เมืองคยา หรือ Gaya อีกทีเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้วเพราะแอร์เอเชียเปิดบินตรงดอนเมือง-พุทธคยา ให้บริการถึง 4 เที่ยว/สัปดาห์ ในวันจันทร์ / พุธ / ศุกร์ / อาทิตย์ โดยเที่ยวบินนี้ไม่ได้มีตลอดทั้งปี แต่จะเปิดบริการเที่ยวบินแบบ Seasonal  เริ่มบินตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. 2561-29 มี.ค. 2562 เท่านั้น  เพราะเป็นช่วงเดือนที่สภาพอากาศของประเทศอินเดียกำลังสบายและเป็นช่วงที่เหมาะสมในการเดินทางไปเที่ยวชมพุทธคยามากที่สุดนั่นเอง


ส่วนวิธีการเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในพุทธคยานั้น ส่วนใหญ่จะเป็นรถสามล้อหน้าตาเหมือนตุ๊กๆ บ้านเรา หรือที่เรียกว่า Auto Rickshaw หรือจะลองนั่งรถม้าชมเมืองชิลๆ เปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบใหม่ เพื่อเข้าถึงความเป็นอินเดียท้องถิ่นจริงๆ หากใครมีเด็กๆ หรือผู้สูงอายุร่วมทริปมาด้วยแนะนำเพิ่มตังค์อีกหน่อยซื้อความสะดวก เลือกเช่ารถพร้อมคนขับเลยก็ได้ แอร์เย็นฉ่ำ นั่งสบาย ใครชอบสไตล์ไหน...จัดไปได้เลย


สำหรับเรื่องการกินอยู่ที่บางคนอาจกังวล โดยเฉพาะคนที่ค่อนข้างกินยาก บอกเลยว่าสบายมาก! เพราะพุทธคยามีร้านอาหารนานาชาติให้เลือกเพียบบบ… ทั้งร้านอาหารแนวฟิวชั่น ร้านอาหารจีน อิตาเลียน คาเฟ่ขนมหวานสไตล์ธิเบต และร้านอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ ต้นตำรับ ไปจนถึงร้านอาหารไทย! ไม่ต้องกลัวว่าจะกินอาหารท้องถิ่นไม่ได้ แต่ถ้าใครเป็นคนชอบลองก็มีร้านอาหารพื้นเมืองหลากหลายให้เลือกชิม


สมัยก่อนใครไปแสวงบุญที่พุทธคยาก็มักอาศัยขอนอนที่วัดไทย ซึ่งใครจะสะดวกนอนที่วัดก็ย่อมได้ แต่ความจริงแล้วในเมืองพุทธคยามีที่พักให้เลือกหลายแบบตั้งแต่เกสต์เฮาส์ ไปจนถึงโรงแรมระดับ 3-4 ดาว สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน แถมราคาไม่แพง ห้องพักแบบเอ็กเซ็กคูทีฟของโรงแรม 4 ดาวในย่านใจกลางเมือง ตกราคาคืนละ 2,000-3,000 บาท ในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งแอร์ ทีวี อ่างอาบน้ำ ฟรี Wi-Fi ฯลฯ แถมราคานี้ยังรวมอาหารเช้าให้เรียบร้อยแล้วด้วย

เพราะฉะนั้น ใครกำลังมองหาประสบการณ์เที่ยวต่างประเทศแบบใหม่ หรืออยากไปแสวงบุญที่อินเดียด้วยตัวเอง แต่ยังกล้าๆ กลัวๆ ลังเลเพราะเสียงขู่ที่บอกว่าไปอินเดียถ้าไม่ไปกับทัวร์เดินทางไปยากนะ ลำบาก ไปเองไม่ได้หรอก…  ขอบอกว่าต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ได้เลยจ้า ไม่จำเป็นต้องมากับทัวร์หรือลางานยาวๆ เหมือนอย่างทริปแสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน ที่ต้องใช้เวลาอย่างต่ำๆ 7-9 วันถึงจะเก็บครบ แค่มีวันหยุดพักผ่อนสั้นๆ สัก 3-4 วัน ก็มาเที่ยวแสวงบุญที่พุทธคยาได้แล้ว

แน่นอนว่า...มาเที่ยวพุทธคยา ต้องไม่พลาดไปเยือนสถานที่ไฮไลท์อย่าง “พระมหาโพธิเจดีย์” หรือที่เรียกกันว่าเจดีย์พุทธคยาแห่งวัดมหาโพธิ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก และยังเป็นต้นแบบของเจดีย์พุทธคยาหลายแห่งทั่วโลก ใครเคยไปเที่ยวชมเจดีย์พุทธคยาจำลองในเมืองไทยอย่างที่สังขละบุรี ลำปาง นครสวรรค์ หรือที่สมุทรปราการ ฯลฯ มาแล้ว ต้องไม่พลาดไปสักการะพระมหาเจดีย์องค์จริงที่พุทธคยาสักครั้งในชีวิต โดยภายเจดีย์ในยังมี “พระพุทธเมตตา” พระพุทธรูปศิลปะเก่าแก่อายุกว่า 1,400 ปีประดิษฐานอยู่ด้วย


ไปตามรอยพระพุทธเจ้ากันต่อที่ “ต้นพระศรีมหาโพธิ์” ต้นโพรุ่นที่ 4 อายุกว่า 140 ปีที่แตกหน่อออกมาจากต้นเดิมที่พระพุทธเจ้าเคยประทับและตรัสรู้ และยังมีพระแท่นวัชรอาสน์ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราชที่รัฐบาลอินเดียขุดค้นพบ และอนุรักษ์ไว้ให้ทั้งชาวพุทธที่มาแสวงบุญและนักท่องเที่ยวได้มาสักการะเที่ยวชมบริเวณด้านหลังของวัดมหาโพธิ


ต่อกันที่แลนด์มาร์คอีกแห่งของพุทธคยา คือ พระพุทธรูปขนาดยักษ์ หรือ Great Buddha Statue พระพุทธรูปศิลปะแบบมหายานขนาดความสูงถึง 25 เมตร ซึ่งนับเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดที่เคยสร้างมาในอินเดีย โดยพระพุทธรูปแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับวัดมหาโพธิในบริเวณพุทธคยา ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะแต่ผู้ที่มาแสวงบุญเท่านั้น แต่ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาชมความยิ่งใหญ่ด้วยตาตัวเองอีกด้วย


อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาดเมื่อไปเยือนพุทธคยา คือ “ทะเลสาบมุจลินทร์” (Muchalinda Lake) ที่สร้างขึ้นตามตำนานความเชื่อเรื่องพญามุจลินทร์นาคราชได้ออกมาจากที่พำนักใต้ทะเลสาบ เพื่อแผ่พังพานปกป้องพระพุทธเจ้าจากพายุฝนหลังจากการตรัสรู้ จึงได้มีการสร้างเป็นรูปปั้นพระพุทธรูปปางนาคปรกขึ้นไว้ใจกลางทะเลสาบแห่งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะมุมที่มองเห็นธงมนต์หลากสีโบกสะบัดเหนือทะเลสาบ ดูสวยแปลกตาเหมาะจะอัพภาพลง IG สุดๆ


นอกจากนี้ ในเขตปริมณฑลของพุทธคยายังมี “วัดพุทธนานาชาติ” เป็นเหมือนมหาสังฆารามที่รวบรวมวัดเล็กวัดน้อยของประเทศต่างๆ โดยสร้างไว้ในอาณาบริเวณเดียวกัน ที่นี่มีทั้งวัดสงฆ์อินเดีย, วัดลังกา, วัดจีน, วัดทิเบต, วัดเนปาล, วัดภูฏาน, วัดเกาหลี, วัดพม่า, วัดพุทธแบบญี่ปุ่น ฯลฯ รวมถึงวัดไทยอย่างวัดไทยพุทธคยา ซึ่งแต่ละวัดก็มีเอกลักษณ์โดดเด่นและศิลปะงดงามไม่ซ้ำกันเลย เรียกว่าจองตั๋วไปเที่ยวพุทธคยาทริปเดียว เหมือนได้ไปเที่ยวชมวัดสวยๆ ทั่วโลก คุ้มสุดๆ!!


หนึ่งในวัดพุทธนานาชาติที่น่าไปชมที่สุดคือ “วัดภูฏาน” ถ้าหากใครใฝ่ฝันอยากไปชมวัดทักซัง วัดสวยระดับโลกที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสักครั้งในชีวิต แต่ยังไม่มีโอกาส… ลองมาชมสถาปัตยกรรมสวยๆ ของวัดภูฏานที่พุทธคยาก่อนก็ได้ รับรองว่าจะต้องทึ่งกับลวดลายสุดวิจิตรตระการตาตั้งแต่พื้น ผนัง ต้นเสา จนจรดเพดานวิหารแน่นอน


หลังจากวันแรกๆ เราเที่ยวชมสำรวจพุทธคยากันจนเต็มอิ่ม ขยับออกไปบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชราห่างจากพุทธคยาไปไม่ไกลประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของบ้านนางสุชาดา (Sujatha Temple) อีกหนึ่งสถานที่ที่น่าไปตามรอย หลายคนคงเคยได้ยินชื่อของนางสุชาดามาก่อน เพราะคือผู้ที่ถวายข้าวมธุปายาสแก่พระพุทธเจ้าก่อนการตรัสรู้ แม้ปัจจุบันจะเหลือเพียงฐานอิฐโบราณเก่าแก่ให้เห็น แต่ก็นับเป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งซึ่งใครมีโอกาสไปเที่ยวพุทธคยาแล้วไม่ควรพลาดไปเยือน


ปิดท้ายทริปพุทธคยา ใครเป็นขาช้อปเตรียมเงินรูปีให้พร้อมแล้วไปเดินช้อปของฝากของที่ระลึกกันได้ พุทธคยามีตลาดพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงอย่าง Tibetan Refugee Market ตลาดที่ผู้อพยพชาวธิเบตจะนำสินค้าแฮนด์เมดขึ้นชื่อที่ทำจากขนสัตว์มาจำหน่ายมีทั้งเครื่องกันหนาวอย่างผ้าพันคอวูล และผ้าทอลายพื้นเมืองธิเบตที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์และสีสันสวยงาม

ส่วนใครอยากได้ของที่ระลึกกรุบกริบ บริเวณรอบๆ พุทธคยาก็จะมี Street Market ร้านค้าเรียงรายสองข้างทางตลอดแนวให้เลือกช้อปเพียบ! ทั้งคอลเล็กชั่นเครื่องประดับอย่างสร้อยคอ แหวน กำไล กระเป๋าผ้าปักลายสวยๆ ไปจนถึงไอเท็มแนวที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอย่างเครื่องราง, ลูกประคำที่ใช้ในการสวดภาวนา ฯลฯ ราคาไม่แพง อ้อ! เวลาซื้ออย่าลืมต่อรองราคาด้วยนะ ไม่ต้องกลัวคนขายจะว่า (ส่วนจะต่อได้เท่าไหร่ อีนี่...ก็ขึ้นอยู่กับสกิลการเจรจาต่อรองของแต่ละคนนะนายจ๋า!)


สำหรับใครที่อยากมาแสวงบุญที่พุทธคยา ในช่วงตั้งแต่เดือนธันวาคมจนถึงมีนาคมที่อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิไม่สูงมากแบบนี้ เป็นช่วงที่เหมาะจะเดินทางมาท่องเที่ยวพุทธคยาสุดๆ นอกจากจะได้ฟิน อิ่มบุญ อิ่มใจ เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในการท่องเที่ยวแล้ว เรายังจะได้เปลี่ยนมุมมองความคิดในหลายด้าน ทั้งการได้เห็นชาวพุทธทั่วโลกที่ดั้นด้นมาจากทั่วสารทิศ เพื่อมาสักการะพุทธคยา สะท้อนถึงพลังศรัทธาอย่างแรงกล้า หรือการได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนที่ยากลำบากกว่าในดินแดนต้นกำเนิดพุทธศาสนาเช่นนี้ ทำให้เราได้รับพลังในด้านบวก ทั้งมีกำลังใจ และยังเปลี่ยนมุมมองใหม่ๆ ในการใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างคาดไม่ถึง

อ่านมาถึงบรรทัดนี้ อย่าเชื่อเรา...แต่เก็บกระเป๋าออกไปพิสูจน์พุทธคยาให้เห็น สัมผัสด้วยหัวใจและสายตาของคุณเองดีกว่า แล้วคุณจะรู้เหตุผลว่า “ทำไมถึงต้องมาพุทธคยาสักครั้งในชีวิต”




Line ID : @Chillpainai ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องท่องเที่ยว หาข้อมูลเที่ยวได้ 24 ชั่วโมง

แค่พิมพ์ชื่อเมืองเช่น หัวหิน พัทยา เชียงใหม่ ก็ได้ข้อมูลทันที