พระปฐมเจดีย์ นครปฐม

เมื่อชีวิตยังไม่หมด “Passion” ฉันก็เลยชวนน้องสาวสุดเลิฟ ไปขับรถตะลุยเที่ยวแบบวันเดียวแต่ได้ไปถึง 3 จังหวัด โดยแพลนทริปครั้งนี้เราออกสตาร์ทที่บ้านของเราในนครปฐม ต่อด้วยราชบุรี แล้วไปปิดท้ายความฟินที่สมุทรสงคราม ถ้าอยากตามเราไปสัมผัสความฟินก็สตาร์ทรถแล้วใส่เกียร์ D เดินทางไปพร้อมกับเรากันเลยค่ะ

ตลาดเช้าซอย 2 นครปฐม

ก่อนจะออกไปตะลุยเที่ยววันนี้ก็ต้องไปหาของอร่อยใส่ท้องกันสักหน่อยที่ตลาดเช้าซอย 2 นครปฐมค่ะ โดยทำเลที่ตั้งของตลาดจะอยู่บิเวณซอยเทศา 2 ตั้งแต่ปากซอยไปจนถึงท้ายซอย และขยายไปจนถนนทิพากร เลียบคลองเจดีย์บูชา ตลาดจะเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 6 โมงเช้า ไปจนถึงสายๆ 10 โมง พ่อค้าแม่ค้าก็เริ่มเก็บร้านแล้วค่ะ ใครจะมาเดินที่นี่แนะนำว่าจอดรถไว้ที่พระปฐมเจดีย์แล้วเดินมาจะง่ายกว่า เพราะถ้าหาที่จอดรถริมถนนนั้นหายากมากๆ

ตลาดเช้าซอย 2 นครปฐมสินค้าในตลาดมีตั้งแต่ของใช้ เสื้อผ้า ผัก ปลา เนื้อสัตว์ อาหารสด อาหารปรุงสุก และขนมหวานให้เลือกทานมากมาย ตอนเช้าเรายังสามารถใส่บาตรกับพระสงฆ์ที่มาบิณฑบาตบริเวณตลาดแห่งนี้ได้ด้วยนะคะ

ตลาดเช้าซอย 2 นครปฐม

 ของกินมากมายเลยล่ะค่ะ ละลานตามากๆ

ตลาดเช้าซอย 2 นครปฐม

ขนมไทยๆ หน้าตาน่ากิน พร้อมกับขนมกุยช่ายชิ้นโต เราสองพี่น้องอดใจไม่อยู่เลยซื้อเป็นเสบียงติดรถไว้หลายกล่องเลยล่ะค่ะ

ตลาดเช้าซอย 2 นครปฐม

ตลาดเช้าซอย 2 นครปฐม

เดินช้อปขนมไว้กินในรถจนเหนื่อยก็เลยแวะนั่งพักขาพร้อมทานอาหารเช้าเติมพลังกันที่ร้านตั้งฮะเส็ง ร้านข้าวหมูแดง หมูกรอบ ข้าวหน้าเป็ด เก่าแก่ที่อยู่คู่จังหวัดนครปฐมมาประมาณ 70 ปี บรรยากาศร้านวินเทจโดนใจเหมือนย้อนไปในสมัยอากงอาม่าวัยยังเอ๊าะๆ

ร้านตั้งฮะเส็ง  นครปฐมร้านตั้งฮะเส็ง  นครปฐม

ว่ากันว่านครปฐมเป็นจังหวัดที่ข้าวหมูแดงเลื่องชื่อ เพราะมีร้านข้าวหมูแดงอยู่มากมาย ซึ่งหนึ่งในร้านดังของนครปฐมก็คือร้านตั้งฮะเส็งนี่แล่ะค่ะ วันนี้เราเลยสั่งมาทั้งข้าวหมูแดงมิกซ์กับข้าวหมูกรอบ และข้าวหน้าเป็ด จานละ 35 บาทเท่านั้น ใครกินจุก็สั่งพิเศษ 45 บาท ไม่นานอาเฮียก็ยกอาหารมาเสิร์ฟให้เราถึงโต๊ะ ปริมาณปานกลางค่ะเพราะเราสั่งแบบธรรมดา ผู้หญิงกินจานเดียวก็เอาอยู่ ตัวหมูแดงหั่นแบบบาง ตัวหมูกรอบก็ไม่มันมาก ราดด้วยน้ำราดจะมีรสหวานนำ และเค็มเล็กน้อย ส่วนข้าวหน้าเป็ดเนื้อเป็ดก็นุ่มอร่อย

ร้านตั้งฮะเส็ง  นครปฐม

ทานอาหารเช้ากันจนอิ่มแปล้แล้วก่อนออกเดินทางเราก็มาไหว้พระขอพรที่พระปฐมเจดีย์ ศูนย์รวมใจของชาวนครปฐมซึ่งจากตลาดเช้าซอย 2 สามารถเดินมาได้ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที

พระปฐมเจดีย์

พระปฐมเจดีย์นั้นเป็นปูชนียสถานเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ย้อนไปจนถึงในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชได้ส่งสมณทูตเดินทางมาเผยแพร่พุทธศาสนาในดินแดนสุวรรณภูมิ ซึ่งสำหรับพระปฐมเจดีย์องค์ปัจจุบันนี้สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นเจดีย์ทรงลังกา แบบสุโขทัย สร้างครอบเจดีย์เดิมถึงสององค์

พระปฐมเจดีย์

องค์พระปฐมเจดีย์นั้นเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย และในวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 12 ถึง วันแรม 5 ค่ำ เดือน 12 รวม 9 วัน 9 คืน ของทุกปีจะมีการจัดงานนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ มีมหรสพและร้านค้าร้านอาหารที่มาออกร้านมากมาย ซึ่งถือว่าเป็นงานใหญ่ของจังหวัดนครปฐมที่ห้ามพลาดเด็ดขาด

พระปฐมเจดีย์

อิ่มท้องและอิ่มใจกับการทานอาหารอร่อยและมาวัดทำบุญกันแล้ว เราสองคนก็ออกเดินทางไปจุดหมายต่อไปนั่นก็คือจังหวัดราชบุรี แต่ระหว่างทางก่อนจะถึงที่หมาย เราแวะเติมน้ำมันที่ปั๊มปตท.สาขาราชบุรี-บ้านโป่งกันค่ะ พอเติมน้ำมันเสร็จปุ๊บก็เห็นศูนย์บริการของ FIT Auto พร้อมกับติดป้ายว่ามีโปรโมชัน FIT Auto 4 ปี Happy 4 คุ้ม เราก็ไม่รอช้ารีบเลี้ยวรถเข้าไปทันทีเลยล่ะค่ะ

วิธีใช้บริการก็สะดวกสบายมากๆ ค่ะ แค่มาจอดรถบริเวณหน้าศูนย์บริการ พี่ๆ เจ้าหน้าที่ก็จะขับรถเราเข้าไปรอเตรียมพร้อมบริการแล้วล่ะค่ะ

FIT Auto

จากนั้นสองเราก็เดินตัวปลิวเข้ามายัง FIT Space เพื่อมาติดต่อเช็คสภาพรถยนต์ที่นี่ได้เลย

FIT Auto

พี่เจ้าหน้าที่อธิบายเรื่องโปรโมชันให้เราฟังว่าตอนนี้ทาง  FIT Auto จัดโปรโมชัน FIT Auto 4 ปี Happy 4 คุ้ม ด้วยโปรโมชันเปลี่ยนยางรถยนต์ 4 เส้น จ่าย 3 เส้น โปรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องลดสูงสุด 40% พร้อมฟรีไส้กรอง โปรโมชันสะสมแต้ม 4 เท่ากับ PTT Blue Card และรับสิทธิ์คุ้มครองอุบัติเหตุนาน 40 วัน จากทิพยประกันภัย ระยะเวลาโปรโมชันคือวันที่ 15 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2561 เท่านั้น เราสองคนได้ฟังดังนั้นก็ตาลุกวาวเลยล่ะค่ะ เรียกว่ามาได้ถูกเวลามากๆ เลยให้พี่ๆ เขาช่วยเปลี่ยนน้ำมันเครื่องพร้อมเช็คสภาพรถยนต์ให้เลย

โดยเราเลือกใช้ Performa Semi-Synthetic 10W-30 เพราะคุณภาพกับราคาถือว่าคุ้มมากๆ ผ่านมาตรฐานอเมริกา API SN ซึ่งน้ำมันรุ่นนี้มีคุณสมบัติช่วยในเรื่องลดการสึกหรอของชิ้นส่วนเครื่องยนต์ กำจัดคราบสกปรก และทนความร้อนสูงๆได้มากขึ้น จึงเปลี่ยนถ่ายได้สูงสุดถึง 10,000 กม. และยังเด่นในเรื่องของการช่วยประหยัดเชื้อเพลิง ความลื่น และคล่องตัวในการขับขี่อีกด้วย

FIT Auto

หลังจากพี่เจ้าหน้าที่อธิบายเรื่องการตรวจเช็คสภาพรถยนต์และการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เราสองคนก็นั่งรอสวยๆ อยู่ใน FIT Space แอร์เย็นสบาย มีน้ำดื่ม กาแฟ และโกโก้ร้อนให้บริการฟรี ระหว่างรอรถก็นั่งเมาท์มอยกับคุณน้องไปไม่มีเบื่อเลยล่ะค่ะ

FIT Auto

ซึ่งขั้นตอนการเช็คสภาพรถยนต์ของที่นี่จะประกอบไปด้วย การตรวจเช็คเครื่องยนต์และภายในรถยนต์ ยางรถยนต์ ระบบส่งกำลังและช่วงล่าง ระบบเบรก ระบบทำความเย็น ระบบไฟฟ้า และระบบที่สำคัญอื่นๆ กว่า 30 รายการ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ย้ำเลยค่ะว่าสามารถขับรถเข้ามาเช็คฟรีได้เลย

FIT Auto

ทางเจ้าหน้าที่กำลังเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง Performa Semi-Synthetic 10W-30 ให้กับเราค่ะ โดยน้ำมันตัวนี้มีระยะเปลี่ยนถ่ายสูงสุด 10,000 กิโลเมตร ใช้โปรฯ ลดค่าน้ำมันเครื่องคุ้มมากๆ

FIT Auto

ด้วยโปรโมชัน FIT Auto 4 ปี Happy 4 คุ้ม ทำให้เราได้เปลี่ยนไส้กรองฟรีๆ เมื่อเลือกเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องกับทาง FIT Auto

FIT Auto

พี่เจ้าหน้าที่ของ  FIT Auto อธิบายเรื่องสภาพรถยนต์ของเรา และยังแนะนำวิธีการตรวจเช็คสภาพรถยนต์เบื้องต้นให้กับเราด้วย

FIT Auto

ซึ่งนอกจากจะได้ส่วนลดค่าน้ำมันเครื่องและเปลี่ยนไส้กรองฟรีแล้ว ยังสามารถสะสมแต้ม 4 เท่ากับ PTT Blue Card และรับสิทธิ์คุ้มครองอุบัติเหตุนาน 40 วัน จากทิพยประกันภัยอีกด้วย ณ จุดนี้กดไลค์ให้คะแนนเต็ม 10 ไปเลยค่ะ

เราใช้เวลาในการตรวจเช็คประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น รถยนต์สุดที่รักของเราก็พร้อมจะออกเดินทางแล้วล่ะค่ะ

FIT Auto

FIT Auto

ออกจากปั๊มปุ๊บเราก็ตั้ง GPS ไว้ที่ร้านบ้านนากาแฟ ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านโป่ง จ.ราชบุรีค่ะ ใช้เวลาเดินทางแค่ 25 นาทีก็ถึงแล้ว พอมาถึงก็ประทับใจกับความน่ารักของร้านที่บรรยากาศเหมือนหลุดมาจากยุโรป ตัวอาคารสีขาวดีไซน์สไตล์วินเทจ มีสวนสไตล์อังกฤษอยู่ด้านหน้า ทำเป็นทางเดินที่นำสู่ตัวร้าน รอบๆ บริเวณร้านรายล้อมไปด้วยทุ่งนา ภูเขา และแนวสนที่เรียงรายอยู่ด้านหลังร้าน ราวกับที่นี่คือชนบทที่ไหนสักแห่งในยุโรปเลยล่ะค่ะ

ร้านบ้านนากาแฟ ราชบุรี

ด้านนอกร้านว่าน่ารักแล้ว พอเดินเข้าไปในร้านก็ยิ่งหลงรักมากขึ้นเลยล่ะค่ะ ด้วยการตกแต่งที่เรียบง่าย แต่จัดมุมเก๋ๆ ให้ได้นั่งชิลจิบกาแฟและถ่ายรูปสวยๆ ได้ทุกมุมในร้าน

ร้านบ้านนากาแฟ ราชบุรี

เมื่อเลือกมุมถูกใจได้แล้ว เราก็สั่งเครื่องดื่มและเบเกอรี่มานั่งละเลียดความอร่อยไปพร้อมกับบรรยากาศสุดชิล เมนูแนะนำที่อยากให้มาลองนั่นก็คือบลูเบอร์รี่ชีสพายค่ะ หวานกำลังพอดีไม่เลี่ยนมาก ทานกับเครื่องดื่มของทางร้านพวกกาแฟร้อนเข้ากันได้ดีมากๆ ค่ะ

ร้านบ้านนากาแฟ ราชบุรี

นั่งชิลทานขนมอร่อยกันจนพอใจแล้วจุดหมายต่อไปของเราก็คืออุทยานหินเขางู ซึ่งจากร้านบ้านนากาแฟขับรถไปประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว

อุทยานหินเขางู ราชบุรี

ถ้าไม่รู้มาก่อนว่านี่คือราชบุรี เราอาจจะนึกว่ากำลังเดินอยู่ในกุ้ยหลินเลยล่ะค่ะ ภาพภูเขาหินขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้าซึ่งในอดีตที่นี่เคยเป็นแหล่งระเบิดหิน แต่ปัจจุบันปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะมีสะพานแขวน และสะพานเดินชมธรรมชาติ พร้อมกันนั้นยังมีเรือถีบชมวิวฟินๆ ซึ่งตอนเย็นๆ จะเต็มไปด้วยผู้คนที่มาออกกำลังกาย ปั่นจักรยานกันมากมายเลยล่ะค่ะ

อุทยานหินเขางู ราชบุรี

เดินชมวิวของอุทยานหินเขางูจนเหนื่อยน้ำย่อยในท้องก็เริ่มทำงานและส่งสัญญาณว่าควรจะหาของอร่อยมาใส่ท้องกันได้แล้ว เราเลยขับรถไปทานร้านอร่อยของราชบุรีนั่นก็คือร้านก๋วยเตี๋ยวไข่ คุณแหม่ม ตั้งอยู่ในตัวเมืองราชบุรี ใช้เวลาขับรถไปประมาณ 15 นาทีเท่านั้น

ร้านก๋วยเตี๋ยวไข่ คุณแหม่ม ราชบุรี

ร้านขนาดไม่ใหญ่มากค่ะ แต่ตอนเรามาเต็มเกือบทุกโต๊ะเลย เพราะความอร่อยที่สืบทอดมา 50 กว่าปีทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดเช็คอินที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนราชบุรี

ร้านก๋วยเตี๋ยวไข่ คุณแหม่ม ราชบุรี

ด้วยความหิวเราสองคนเลยสั่งไม่ยั้งทั้งก๋วยเตี๋ยวไข่ต้มยำสูตรเด็ดของทางร้านที่เขาปรุงมาให้เรียบร้อยแล้ว รสกลมกล่อม เสิร์ฟมาพร้อมกับไข่ยางมะตูมครึ่งซีกชิ้นโต ไข่แดงเยิ้ม มัน ทานกับก๋วยเตี๋ยวต้มยำมันช่างเข้ากั๊น เข้ากันสุด ต่อด้วยเกี๊ยวกุ้งทอดที่เขาใช้กุ้งตัวโตๆ ทั้งตัวห่ออยู่ในแป้งเกี๊ยวนำไปทอดและเสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มรสเปรี้ยว หวาน เผ็ด ปิดท้ายด้วยลูกชิ้นหมู เนื้อนุ่ม อร่อยมากๆ ค่ะ

ร้านก๋วยเตี๋ยวไข่ คุณแหม่ม ราชบุรี

เติมพลังในอาหารมื้อเที่ยงกันแล้วก็พร้อมออกเดินทางไปยังจังหวัดสุดท้ายนั่นก็คือสมุทรสงคราม โดยเป้าหมายของเราคือการไปสัมผัสความสวยงามของอาสนวิหารแม่พระบังเกิด (วัดบางนกแขวก) ซึ่งตั้งอยู่อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงครามโดยใช้เวลาขับรถไปประมาณ 20 นาทีเท่านั้น

อาสนวิหารแม่พระบังเกิด (วัดบางนกแขวก)

อาสนวิหารแม่พระบังเกิดแห่งนี้เป็นโบสถ์ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกอายุเก่าแก่กว่าร้อยยี่สิบปี เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่สวยงามมากๆ ภายในประดับประดาด้วยภาพเขียนกระจกสีจากฝรั่งเศสและลวดลายปูนปั้นแกะสลักรูปนักบุญต่างๆ ซึ่งใครจะมาสัมผัสความงดงามของที่นี่แนะนำว่าแต่งตัวให้เรียบร้อยและเข้ามาชมด้วยอาการสำรวมนะคะ เพราะที่นี่เป็นศาสนสถานที่สำคัญของคริสตชนในจังหวัดสมุทสงครามเป็นอย่างมาก

อาสนวิหารแม่พระบังเกิด (วัดบางนกแขวก)

แดดร่มลมตกก็ถึงเวลาไปเดินชิลช้อปปิ้งกันที่ตลาดน้ำอัมพวาซึ่งจะคึกคักในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่บ่ายสองโมงยาวไปจนถึงสามทุ่ม เราสองคนมาตลาดน้ำอัมพวากันบ่อยแต่ก็ไม่เคยเบื่อเลยเพราะด้วยเสน่ห์ของอัมพวาคือห้องแถวไม้เก่าเรียงรายริมคลองทั้งสองฟากฝั่งนั้นเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร พร้อมกันนั้นในคลองยังมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าพายเรือมาขายของกินกันมากมาย เดินชมตลาดไปซื้อของอร่อยเดินกินกันไปพลางเพลิดเพลินมากๆ

ตลาดน้ำอัมพวาตลาดน้ำอัมพวา

ก่อนจะขับรถกลับนครปฐม น้องสาวตัวดีบอกว่าแถวนี้มีร้านเปิดใหม่อ่ะพี่ ชื่อว่ารัญจวน เขาว่ากันว่าบรรยากาศดี อาหารอร่อย เราเลยไม่รอช้ารีบปักหมุด GPS และเดินทางมาร้านนี้กันค่ะ ซึ่งตัวร้านจะตั้งอยู่ริมถนนโชติธำรงค์ซึ่งเป็นถนนที่วิ่งเลียบแม่น้ำแม่กลอง จากร้านสามารถชมวิวแม่น้ำแม่กลองได้ด้วย บรรยากาศดีมากๆ แนะนำว่ามาช่วงเย็น ก่อนพระอาทิตย์ตกสักนิดจะฟินมากๆ เพราะบริเวณนี้จะอยู่ตรงโค้งน้ำของแม่น้ำแม่กลองพอดี เราสามารถนั่งชมพระอาทิตย์ที่กำลังลาลับขอบฟ้าเหนือแม่น้ำแม่กลองได้อย่างสวยงามมากๆ ค่ะ

ร้านรัญจวน อัมพวา

จากตัวร้านเราเดินข้ามถนนโชติธำรงค์ถนนเล็กๆ มาก็จะพบกับบรรยากาศริมน้ำแม่กลอง พระอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้า แสงของพระอาทิตย์แต่งแต้มให้ท้องฟ้าวันนี้เป็นสีส้ม แดง ราวกับจิตรกรกำลังบรรจงลงสีไปบนผืนผ้าใบ แค่ได้มายืนมองท้องฟ้าแบบนี้ก็ทำให้ลืมเรื่องราววุ่นวายในชีวิตแล้วล่ะค่ะ

ร้านรัญจวน อัมพวา

ร้านรัญจวน ร้านชื่อไท๊ย ไทย เราได้รับการบอกเล่าจากคุณแนทเจ้าของร้านว่าชื่อของร้านมาจากชื่อของคุณย่าของคุณแนท ท่านเป็นคุณย่าที่ดุแต่ใจดี ชอบไปจ่ายตลาดทำอาหารอร่อยให้ลูกหลานอยู่เสมอ อาหารที่คุณย่ารัญจวนทำก็คืออาหารไทยรสชาติจัดจ้าน หลายเมนูของคุณย่าได้ถูกมาบรรจุเป็นเมนูอร่อยของร้าน เช่น เมนูข้าวแห้งเป็ด แกงเป็ดโบราณ นอกจากนี้ทางร้านยังนำอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นมาปรุงเป็นเมนูสุดอร่อยให้เราได้ลิ้มลองอีกด้วย

ร้านรัญจวน อัมพวา

ส่วนการตกแต่งของร้านจะเป็นแบบรัสตี้สไตล์ ทำเป็นอาคารโรงนาหลังคาสูงติดกระจกใสทั้งร้านยกพื้นสูงเพื่อให้สามารถชมวิวแม่น้ำจากตัวร้านได้เลย ส่วนด้านนอกแบ่งส่วนเป็นเอาท์ดอร์มีโต๊ะ เก้าอี้ ให้นั่งชิลยามเย็น พร้อมกับประติมากรรมรูปปั้นวันวานยังหวานอยู่ ซึ่งเป็นผลงานคุณลำพู กันเสนาะ ศิลปินหญิงชื่อดังและเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของร้าน รูปปั้นคุณตาคุณยายทั้งสองนั้นนี้มีตัวตนจริงๆ ค่ะ โดยเป็นรูปปั้นคุณยายพลอย และคุณตาศิริที่มาพบรักกันตอนที่คุณตาอายุ 80 ปี และคุณยายอายุ 70 ปี และมาครองคู่อยู่ด้วยกันฟังแล้วยิ้มตามกับเรื่องราวทุกมุมของร้านที่แต่งแต้มให้ร้านนี้อบอุ่นมากยิ่งขึ้น

ร้านรัญจวน อัมพวาร้านรัญจวน อัมพวา

ฟังเรื่องราวอันอบอุ่นของร้านไปแล้วก็ถึงเวลามาสัมผัสความอบอุ่นผ่านเมนูอาหารอร่อยที่เราสั่งมากันค่ะ เริ่มต้นด้วยเมนูคุณย่ารัญจวนที่เราสั่งมาทานนั่นก็คือแกงเป็ดโบราณ รสชาติเผ็ดร้อนละมุน กลมกล่อม เนื้อเป็ดก็นุ่มอร่อย จะทานกับข้าวสวยร้อนๆ หรือราดไปบนขนมจีนก็เด็ดไม่แพ้กันค่ะ  ต่อด้วยข้าวแห้งเป็ดที่ใช้เป็ดอายุวัยกลางนำไปผัดกับเครื่องแกง ปรุงรสด้วยซีอิ๊ว ผงปรุงรส และใส่เลือดเป็ดที่นำไปต้มกับน้ำใบเตยมีกลิ่นหอมอร่อย ทานกับเครื่องเคียง ทั้งเต้าหู้แห้ง กระเทียมเจียวที่เจียวจนแห้งกรอบ แตงกวา เวลาทานก็เหยาะพริก น้ำส้มลงไป คลุกเคล้ากันอร่อยมากๆ ค่ะ จานต่อมาเป็นเมนูที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นได้แก่หอยแมลงภู่ผัดโหระพา โดยเป็นหอยแมลงภู่จากฟาร์มของคุณแนทรับรองว่าสดอร่อยมากๆ มาแม่กลองก็ต้องมาทานปลาทูโดยเราสั่งน้ำพริกกะปิปลาทูทอด ที่ใช้กะปิคลองโคนเกรดเอ พร้อมกับใส่ไข่ปูไปด้วย รสเผ็ดปานกลางกลมกล่อม ทานกับปลาทูแม่กลองหน้างอคอหัก เนื้อมันมากๆ ค่ะ เสิร์ฟพร้อมผักปลอดสารพิษ ทั้งถั่วฝักยาว กระเจี๊ยบ ถั่วพู มะเขือเปราะ หน่อไม้  ขมิ้นขาว และผักกาดขาว ปิดท้ายด้วยซีฟู้ดที่มีทั้งกุ้งแม่น้ำตัวโตๆ กุ้งแชบ๊วย และหมึกกล้วยที่อัดแน่นไปด้วยไข่หมึกเต็มท้องทานกับน้ำจิ้มของทางร้านที่มีให้เลือก 2 แบบ คือซีฟู้ดและน้ำปลาเปรี้ยวที่ใช้น้ำปลาอย่างดี ดึงรสมะนาวให้เด่น ใส่พริก หอม แดง ผักชี เวลาทานกับซีฟู้ดอร่อยสุดๆ เลยค่ะ

ร้านรัญจวน อัมพวาร้านรัญจวน อัมพวา

ปิดท้ายทริปนี้ไปด้วยบรรยากาศสุดโรแมนติกของร้านรัญจวน ร้านริมแม่น้ำแม่กลองในยามค่ำคืนก่อนที่เราจะขับรถกลับบ้านที่นครปฐม เป็นทริปที่ประทับใจมากๆ เพราะตลอดการเดินทางกับรถแสนรักไม่มีงอแง ไม่มีปัญหาอะไรให้กังวลใจ ซึ่งขอมอบความดีความชอบให้กับทาง FIT  Auto ที่ดูแลตรวจเช็คสภาพรถยนต์ให้เราก่อนเดินทาง ทำให้การเดินทางครั้งนี้ของเราสองคนราบรื่นและมั่นใจแม้ว่าจะไกลแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัว แถมยังมีโปรโมชันดีๆ ให้เราได้ใช้เลือกใช้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องในราคาสุดคุ้มอีกด้วย ตั้งแต่ วันที่ 15 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2561 เท่านั้น สิ้นปีนี้ใครมีแพลนจะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องหรือเปลี่ยนยางรถยนต์ลองเข้าไปดูโปรโมชัน ได้ที่นี่เลยค่ะ http://www.pttfitauto.com/th/promotionnews/Details/136