สวนทิพย์ ร้านอาหารนนทบุรี มิชลินสตาร์

ทันทีที่รู้ว่าจะได้ไปกินอาหารที่ “สวนทิพย์” ร้านอาหารไทยเพียงหนึ่งเดียวใน จ.นนทบุรี ที่เพิ่งได้รับการติดดาวมิชลิน 1 ดวงไปหมาดๆ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ความตื่นเต้นก็ถาโถมเข้ามา ใจเต้นแรงมาก ทำเอาเรานอนไม่หลับไปหลายคืนกันเลยทีเดียว ร้านอาหารไทยที่ได้รับรางวัลระดับโลก!!! ใช่ คุณอ่านไม่ผิด




ใครๆ ต่างก็รู้ว่า ร้านอาหารที่ได้ดาวจากมิชลินเป็นร้านอาหารที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี เกณฑ์การประเมินสุดโหด ผ่านการคัดเลือกสุดหิน ลองคิดดูว่า ถ้าไปกินอาหารที่ได้รางวัลมิชลินที่ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อิตาลี มันจะไฮโซ โก้ หรูขนาดไหน แต่แล้วสวรรค์ก็เข้าข้าง เพราะในชีวิตนี้จะได้ไปกินร้านอาหารไทยที่ได้ดาวจากมิชลินจ้า

ไม่รอช้า เมื่อถึงวันก็รีบบึ่งรถไปด้วยความตื่นเต้นที่มีอยู่เต็มอก และแล้วก็ถึง “สวนทิพย์” ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ตั้งแต่ก้าวเข้ามาภายในร้านสวนทิพย์ รับรู้ได้ถึงความเงียบสงบ ท่ามกลางต้นไม้นานาชนิด มองไปทางไหนก็ สดชื่น สบายตา การตกแต่งจัดสวนรังสรรค์พื้นที่ออกมาได้เป็นอย่างดี บรรยากาศร่มรื่นมากๆ เราได้รับการทักทายจากพนักงานที่นี่ ด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรพร้อมกับน้ำมะตูมใสๆ หนึ่งแก้ว ดื่มเข้าไปมีกลิ่นของตะไคร้ด้วย สดชื่นสุดๆ เริ่มต้นด้วยความประทับใจเป็นอย่างมาก

สวนทิพย์ ร้านอาหารนนทบุรี มิชลินสตาร์

ระหว่างที่นั่งดื่มน้ำมะตูมอย่างเพลินเพลิน ก็ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้ว “ดูน้องช้ำไปหมดแล้ว ดอกผักตบชวาไม่ชอบแอร์ด้วยสิ ผักข้างรั้วก็มีหัวใจนะ” น้ำเสียงดูเป็นกังวล หญิงสูงวัยมองดูดอกผักตบชวาอย่างเป็นห่วง เราจึงเดินเข้าไปทักทายถึงรู้ว่าเขาคือ “คุณทิพยา กิตติขจร” อายุ 73 ปี เจ้าของร้านสวนทิพย์นั่นเอง 

“เรียกคุณป้า คุณอาก็ได้นะ ดูจะเป็นกันเองมากกว่า” พร้อมส่งยิ้มหวานๆ ให้ แล้วก็เล่าเรื่องราว ประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจของสวนทิพย์ให้ฟัง

สวนทิพย์ ร้านอาหารนนทบุรี มิชลินสตาร์

พื้นที่ของสวนทิพย์ประมาณ 10 ไร่ แต่ก่อนเป็นสวนผลไม้ ต่อมาเปิดเป็นร้านอาหารไทย ชื่อว่า “สวนทิพย์” เปิดมาประมาณ 37 ปีแล้ว เมนูอาหารทุกอย่างของที่นี่ บอกถึงวัฒนธรรมการกินอยู่ของไทย และยังเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วรรณคดีไทยอีกด้วย อย่างแกงบอน แกงขี้เหล็ก น้ำพริกนครบาล ยำส้มโอ เมี่ยงคำใบชะพลู เมี่ยงคะน้า เมี่ยงกลีบบัว และยังไม่อีกหลายเมนูเด็ดๆ ของสวนทิพย์ที่มีประวัติความเป็นมาอย่างน่าสนใจ

พอพูดถึงเมนูอาหารแล้ว ท้องก็ร้องทันที จึงขอตัวไปกินเมนูแนะนำของที่นี่ ทางสวนทิพย์จัดเมนูมาให้คือ กุ้งเผาสะเดาน้ำปลาหวาน เมี่ยงกลีบบัว ยำสวนทิพย์ แกงบอน แกงขี้เหล็ก น้ำพริกนครบาล ส้มตำไหลบัว เมี่ยงคะน้า เมี่ยงคำใบชะพลู เห็นอาหารอยู่ตรงหน้าแล้ว ถึงกับร้องว่า “โอ้โห้” ความพิถีพิถันในการจัดตกแต่งจานอาหารแต่ละเมนู สวยงามสุดๆ ผัก เครื่องเคียงชิ้นเล็ก ชิ้นน้อย ซึ่งเป็นส่วนประกอบของแต่ละเมนูจัดได้ลงตัว อย่างไม่น่าเชื่อ 

สวนทิพย์ ร้านอาหารนนทบุรี มิชลินสตาร์

ได้เวลาหยิบช้อนส้อมพร้อมจัดการอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า เมนูแรก กุ้งเผาสะเดาน้ำปลาหวาน ความมันของกุ้งเผาและความขมของสะเดาเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับความเปรี้ยวหวานของน้ำปลาหวาน มีความหอมของกุ้งแห้งและหอมเจียวอีกด้วย เมนูนี้ราคา 450 บาท

ต่อมาเป็นเมี่ยงกลีบบัว ซึ่งร้านสวนทิพย์ใช้บัวหลวง เพราะจะมีกลิ่นหอมมัน ใช้บัวชนิดอื่นจะมีรสชาติขม กลีบบัวสีชมพูหวานหอมใส่เครื่องเคียงทุกชนิดลงไปในกลีบบัว แล้วตามด้วยน้ำจิ้มสูตรเด็ดที่ใช้เวลาในการเคี้ยวอย่างพิถีพิถันสุดๆ รสชาติมีครบ เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เคี้ยวเพลิน ได้สมุนไพรไปเต็มๆ สำหรับเมนูนี้ ราคา 250 บาท

สวนทิพย์ ร้านอาหารนนทบุรี มิชลินสตาร์

เมนูที่สามยำสวนทิพย์ เป็นการรวมกันของสามยำ คือ ยำมะระ ยำถั่วงอก ยำเห็ดฟาง รสชาติแตกต่างกัน ยำมะระจะมีความจัดจ้าน ยำเห็ดฟางจะได้ความมันจากมะพร้าวและถั่วลิสง และยำถั่วงอกจะหอมนมสดและมะพร้าวคั่วจะมีความมัน เมนูนี้ราคา 250 บาท

ถัดมาแกงบอน จะบอกว่าแกงบอนนี้แกงเสร็จแล้วจะกินทันท่ีเลยไม่ได้ ต้องทิ้งไว้ 1 คืน เพราะถ้านำมากินแล้วจะคัน จะต้องให้น้ำแกงเข้าไปในบอนก่อน รสชาติออกหวานนำ แล้วมีเครื่องเคียงเป็นไข่เค็ม เพื่อให้มาตัดความหวานของแกงบอน อร่อยกลมกล่อมจริงๆ ราคา 250 บาท

สวนทิพย์ ร้านอาหารนนทบุรี มิชลินสตาร์

เมนูที่สี่ แกงขี้เหล็ก กินขี้เหล็กแล้วจะหลับสบาย ความขมของขี้เหล็กบวกกับความมันของกะทิ และความเข้มข้นของเนื้อปลา สุดๆไปเลยเมนูนี้ กินคู่กับเครื่องเคียงอย่างปลาเค็มเล็ก กินกับขนมจีนก็อร่อย ราคา 260 บาท

สวนทิพย์ ร้านอาหารนนทบุรี มิชลินสตาร์

ต่อมาเมนูที่ห้า น้ำพริกนครบาล จะบอกว่าเป็นสูตรของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช มีความเผ็ดแซ่บถึงทรวง ได้รสชาติความเปรี้ยวของมะดันนิดๆ เมนูนี้เครื่องเทศเข้มข้นมากๆ กินปลาช่อนแดดเดียวตัวเล็กเป็นเครื่องเคียง รสชาติเข้ากันเป็นอย่างดีเลย เมนูนี้ราคา 325 บาท

เมนูที่หก ส้มตำไหลบัว เป็นตำไทยไหลบัว ทำจากบัวสดๆ เคี้ยวไปจะมีความกรอบ และมีเสียงกรุบๆ ของไหลบัว กินเพลินเลยเมนูนี้ อร่อยมาก เหมือนกินส้มตำไทยเลย เมนูนี้ราคา 250 บาท

เมนูที่เจ็ด เมี่ยงคะน้า แตกต่างจากเมี่ยงกลีบบัว เพราะเป็นใบคะน้า ความขมของใบคะน้ามาเจอความมันของกากหมูและถั่ว ความเปรี้ยวของมะนาวและมะม่วงหั่นเป็นลูกเต๋า ความขมของคะน้าหายไปเมื่อเจอกับน้ำจิ้มสมุนไพรสุดแสนอร่อย โอ๊ยจานนี้ฟินสุดๆ เมนูนี้ราคา 230 บาท

เมนูสุดท้าย เมี่ยงคำใบชะพลู ความหอมของใบชะพลู เจอกับความมันของมะพร้าวคั่ว เคี้ยวแล้วจะได้รสชาติเปรี้ยวของมะนาว ใส่พริกขี้หนูได้รสชาติเผ็ดออกมา เมนูนี้ราคา 230 บาท

ได้ลิ้มลองเมนูแต่ละเมนูแล้ว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงได้รางวัลระดับโลก อดใจไม่ได้ที่จะต้องไปเรียกเชฟมาถาม ว่าทำไมถึงได้ทำอาหารออกมาได้อร่อย รสชาติเด็ด เข้มข้นมากขนาดนี้ จึงเข้าไปทำความรู้จักกับ คุณป้าบานเย็น เรืองสันเทียะ เชฟของร้านสวนทิพย์ หรือเรียกกันว่า ป้าบุญมี

ป้าบุญมีการันตีความอร่อย ด้วยการคัดเลือกวัตถุดิบทุกอย่าง โดยเลือกด้วยมือของป้าเอง ต้องใช้ความพิถีพิถันสุดๆ ทั้งดมกลิ่น สัมผัส เช่นมะพร้าวต้องดม สดๆใหม่ๆ ป้ารู้หมด เพราะด้วยความชำนาญในการทำอาชีพเชฟมากว่า 32 ปี ลองผิดลองถูก เรียนรู้การทำอาหารจากป้าสะอิ้ง จิตบรรเทา เชฟรุ่นแรก เรียนรู้มาเรื่อยๆ จบแค่ ป.4 ทำอาหารก็ไม่เป็น แต่มีทักษะการชิมอาหารเป็นเลิศ ค่อยๆ จำรสชาติเก็บไว้เป็นประสบการณ์มาตลอด จนครบเครื่องมาจนถึงทุกวันนี้

สวนทิพย์ ร้านอาหารนนทบุรี มิชลินสตาร์

และอีกหนึ่งความพิเศษของอาหารที่นี่ ทุกเมนูจะไม่ใส่ผงชูรสเลย เพราะทางร้านเคร่งเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เมนูทุกเมนูถูกหลักโภชนาการ เน้นสมุนไพรไทย ข่า ขิง ตะไคร้จำเป็นต้องมี เพื่อให้คงความเป็นอาหารไทยที่สุด มากินอาหารที่นี่ ไม่มีคำว่าขี้เหนียวเครื่องแกง จัดไปเน้นๆ เครื่องแกงเต็มๆ คำ ส่วนผสมวัตถุดิบทุกอย่างแน่นแน่นอน ป้าพูดพร้อมรอยยิ้มและยกนิ้วโป้งให้

แต่ก็แน่ล่ะ มาร้านที่ได้รับการติดดาวจากมิชลินทั้งทีแล้ว ต้องถามถึงความรู้สึกกันหน่อยว่าคุณป้ารู้สึกอย่างไร

“รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ไม่คิดว่าอาหารรสชาติไทยๆ จะเป็นที่นิยมสำหรับลูกค้าที่มาทาน แล้วได้รางวัลขนาดนี้ ดีใจมากไม่คิดว่าจะติดอันดับโลกได้ขนาดนี้ ก็รู้สึกยังตื่นเต้นอยู่ถึงทุกวันนี้” ป้าพูดพร้อมรอยยิ้มและรับรู้ได้ถึงความตื่นเต้นและตื้นตันสุดๆ พร้อมบอกอีกว่าหลังจากได้รับรางวัลมาลูกค้าเยอะขึ้นจนไม่มีเวลาหยุด แต่ตัวเองก็มีความตั้งใจ ทำด้วยความเต็มใจ อยากให้ลูกค้าได้กินของอร่อยๆ ได้รับสิ่งดีๆ ที่ป้าอยากมอบให้ลูกค้าทุกคน 

สวนทิพย์ ร้านอาหารนนทบุรี มิชลินสตาร์

มากินอาหารที่นี่ไม่ต้องห่วงว่าจะได้กินเมนูเดิมๆ ซ้ำๆ สวนทิพย์จะเปลี่ยนเมนูอาหารตามฤดูกาล ฤดูร้อน กินข้าวแช่บ้าง ฤดูฝนกินแกงส้ม ต้มยำบ้าง หรือฤดูหนาวจะเป็นเมนูเมี่ยงกลีบบัว ยำส้มโอ เพราะพืชผักส่วนประกอบทุกอย่างจะออกตามฤดูกาลนั้นๆ ซึ่งมีทั้งของคาวและของหวาน

หลังจากพูดคุยกับเชฟจึงขอตัวไปเดินดูวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยาสักหน่อย เห็นเขาว่ากันว่าสวย โรแมนติกจะจริงอย่างที่เขาว่ากันหรือเปล่า ซึ่งภายในร้านอาหารสวนทิพย์ ห้องอาหารแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ ห้องอาหารหลักซึ่งเป็นห้องแอร์ ริมระเบียง และริมแม่น้ำเจ้าพระยา

พนักงานทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ริมแม่น้ำเจ้าพระยาคือมุมโปรดของลูกค้า เราเดินออกจากห้องอาหารหลังใหญ่ ผ่านห้องอาหารริมระเบียง เจอสระบัวหลวงขนาดใหญ่ เมื่อเดินไปถึงบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาสัมผัสแรกคืออากาศดีมากๆ แดดอ่อนๆ ลมเย็นๆ ดูน้ำไหลไปตามทิศทางของมัน ไกลไปสุดลูกหูลูกตา ต้นไม้ทั้งน้อยใหญ่ ใบไม้สะโบกพัดไปมา ซึมซับธรรมชาติไปในตัว นั่งดื่มน้ำตะไคร้สักแก้ว มองพระอาทิตย์กำลังตก บรรยากาศดีซะจนทำให้เราเผลอหลับไปเลยล่ะ

สวนทิพย์ ร้านอาหารนนทบุรี มิชลินสตาร์

ใครที่ยังไม่รู้จัก "สวนทิพย์" อยากจะให้ลองมาสัมผัสกับความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งหาได้ยากมากๆ กับยุคสมัยปัจจุบันนี้ เราบอกได้เลยว่าครบเครื่อง เข้มข้นสุดๆ ควรค่าแก่การมากินมากๆ 

เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสวนทิพย์ถึงได้รางวัลไปอย่างไม่มีข้อกังขา เพราะสวนทิพย์มีทุกรสชาติเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด รสชาติแบบไทยๆ ที่ลงตัวไปหมดทุกอย่าง ซึ่งไม่ใช่แค่อาหาร แต่ในที่นี้ก็หมายถึง คุณทิพยา ป้าบุญมี เชฟอีกหลายท่าน พนักงานทุกๆ คน ที่แสดงให้เห็นถึงความน่ารักกลมเกลียว อีกทั้งความร่มรื่น ความงดงามของต้นไม้ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของร้าน ถูกผสมคลุกเคล้ากันจนทำให้ สวนทิพย์ เป็นที่หนึ่งในวันนี้


ที่ตั้งร้าน 17/9 หมู่7 9 สุขาประชาสรรค์ 2 ซอย 76 ตำบล บางพูด อำเภอ ปากเกร็ด นนทบุรี 11120

เวลาเปิด-ปิด 11.00-21.00 เปิดบริการทุกวัน

โทร 02-583-3748

เว็บไซต์ https://www.suanthip.com