หากวันหยุดนี้…ใครกำลังมองหาร้านอาหารอร่อยๆ บรรยากาศดีสำหรับพาครอบครัวและคนรู้ใจไปอิ่มอร่อยกับมื้อพิเศษ เราจะพาคุณไปแนะนำให้รู้จักกับ “Green Chef” ร้านอาหารที่เพิ่งเปิดใหม่หมาดๆ ในย่านกำแพงแสน นครปฐม ที่นอกจากจะเสิร์ฟเมนูอาหารอร่อยๆ สูตรพิเศษเฉพาะของร้านที่ไม่เหมือนที่ไหน สไตล์การตกแต่งร้านยังให้กลิ่นอายสวนน้ำตกสวยๆ แบบญี่ปุ่นไม่ซ้ำใครอีกด้วย

Green Chef กำแพงแสน


ใช้เวลาขับรถแค่แป๊บเดียวจากกรุงเทพฯ เราก็มาถึงร้าน Green Chef กำแพงแสน กันแล้ว ทางเข้าร้านเป็นถนนโรยกรวดอย่างดี ล้อมรอบด้วยบึงน้ำและสวนหิน บริเวณร้านมีเนื้อที่กว้างขวางพร้อมที่จอดรถสะดวกสบายด้านหน้าร้าน ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาที่จอดรถเลยค่ะ

Green Chef กำแพงแสน

Green Chef กำแพงแสน


พอเดินเข้าไปในบริเวณร้าน ด้านหน้าเราก็จะพบกับน้ำพุสวยๆ พร้อมคาเฟ่เล็กๆ ที่เปิดตั้งแต่ช่วงกลางวันจนถึงช่วงค่ำ พร้อมเสิร์ฟเมนูเครื่องดื่มทั้งกาแฟสด ชา น้ำผลไม้ปั่น และเมนูอิตาเลียนโซดา ฯลฯ ให้เราได้นั่งจิบอะไรเย็นๆ ในห้องกระจกติดแอร์เย็นฉ่ำ

Green Chef กำแพงแสน


เติมความสดชื่นด้วยเครื่องดื่มเย็นๆ อย่าง กรีนเชฟสมูทตี้ ที่เป็นเครื่องดื่มสูตรพิเศษ signature ของร้าน ต่อด้วยสตรอว์เบอร์รี่โซดา เมนูอิตาเลียนโซดาสีสวยน่ากิน ซึ่งทางร้านใช้หัวเชื้อที่คิดค้นสูตรขึ้นเองจนกลายเป็นแบรนด์ Green Chef ของที่ร้านโดยเฉพาะ รับรองว่าไม่เหมือนที่ไหน ตบท้ายด้วยเบเกอรี่อย่างบราวนี่บานาน่ามูสเค้ก ท้อปปิ้งด้วยผลไม้สดอย่างสตรอว์เบอร์รี่,ส้ม,เบอร์รี่ ฯลฯ ซึ่งเบเกอรี่ทางร้านจะมีทั้งเบเกอรี่โฮมเมดที่ทำเองในครอบครัวและรับมาจากร้านอร่อยเจ้าดังในนครปฐม

Green Chef กำแพงแสน


อย่าเพิ่งเพลินกับขนมจนอิ่ม เก็บท้องไว้กินอาหารจานหลักกันด้วยนะคะ ระหว่างรอให้ขนมย่อย เราไปเดินสำรวจรอบๆ บริเวณร้านกันก่อนดีกว่า อย่างที่บอกว่าจุดเด่นของร้านนี้ นอกจากเมนูอาหารแล้ว คือสไตล์การตกแต่งสวนที่สวยอลังการมากๆ มีน้ำตกจำลองขนาดใหญ่ถึง 2 แห่ง ท่ามกลางสระน้ำ สวนหินสไตล์ญี่ปุ่น และต้นไม้สีเขียวร่มรื่น พร้อมยังมีสะพานให้เราเดินข้ามไปชมน้ำตกได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

Green Chef กำแพงแสน


ตัวร้านมีบริเวณกว้างขวาง รองรับลูกค้าได้จำนวนกว่า 200-300 คน สามารถจัดเลี้ยงสังสรรค์และงานแต่งงานได้อีกด้วย

Green Chef กำแพงแสน


ในส่วนของร้านอาหารจะแบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่โซนที่นั่งทานอาหารด้านนอก สำหรับลูกค้าที่อยากนั่งทานอาหารพร้อมกับชมวิวสวนและฟังเสียงน้ำตกไปด้วยเพลินๆ แบบนี้

Green Chef กำแพงแสน


ส่วนใครอยากนั่งทานอาหารในห้องแอร์ ทางร้านก็มีโซนที่นั่งในห้องกระจกติดแอร์เย็นฉ่ำ ในบรรยากาศอบอุ่นเหมือนกำลังนั่งทานอาหารในบ้านไม้สีน้ำตาล พร้อมพนักงานคอยให้บริการดูแลอย่างใกล้ชิด

Green Chef กำแพงแสน


นอกจากนี้ ยังมีโซนที่นั่งบนดาดฟ้าชั้นบน สำหรับใครที่อยากนั่งทานอาหารรับลมชมวิวในตอนเย็น บรรยากาศชิลมากๆ เลยค่ะ

Green Chef กำแพงแสน


มาดูเมนูอาหารจานเด็ดของร้านกันบ้าง อาหารของที่ Green Chef เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน ที่เจ้าของร้านซึ่งเป็นนักชิมตัวยงลงมือคิดค้นสูตรและทำเองแทบทุกจาน จนออกมาเป็นสูตรมาตรฐานของทางร้าน เสิร์ฟทั้งเมนูอาหารไทย, อาหารอีสาน, อาหารจีน และอาหารยุโรป โดยส่วนใหญ่จะเน้นเมนูอาหารไทยเป็นหลัก ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 80-700 บาท โดยจานที่ราคาสูงที่สุดจะเป็นเมนูซีฟู้ดที่ทางร้านใช้วัตถุดิบชั้นดี อาทิ ปูทะเล, กุ้งแชบ๊วย ฯลฯ   

Green Chef กำแพงแสน


เมนูที่มาถึงร้าน Green Chef แล้วต้องสั่งกันแทบทุกโต๊ะ ยกให้กับเมนูนี้ “แกงเลียงกุ้งสด” ที่ทางร้านโขลกเครื่องแกงเองเป็นสูตรเฉพาะของร้าน น้ำแกงรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม หอมเครื่องแกงและผักสมุนไพรพื้นบ้านอย่างโหระพา บวบ เห็ด ฟักทอง ฯลฯ และกุ้งสดตัวใหญ่เสิร์ฟมาในหม้อทองเหลืองร้อนๆ อร่อยสุดๆ ไม่แปลกใจที่ทำไมเมนูนี้ถึงกลายเป็นเมนูยอดฮิตประจำร้าน

Green Chef กำแพงแสน


จุดเด่นอีกอย่างคือเมนูปลา ที่ทางร้านมีบ่อเลี้ยงปลาเป็นของตัวเอง ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่ามาทานอาหารที่ร้านนี้  เนื้อปลาสดหวาน ไม่ผิดหวังแน่นอน เราเลยไม่พลาดที่จะลองสั่งเมนูแนะนำของร้านอย่าง “ปลากะพงทอดน้ำปลา” มาลองชิม ปลากะพงตัวใหญ่ทอดมาสุกกำลังพอดี โดยสูตรของทางร้านจะใช้แป้งเบเกอรี่มาชุบปลาทอดแทนแป้งมัน ทำให้เนื้อปลากรอบนอกนุ่มในไม่อมน้ำมัน ราดด้วยน้ำปลาและน้ำยำสูตรเด็ดของทางร้าน รสชาติกลมกล่อมลงตัวสุดๆ

Green Chef กำแพงแสน


ใครเป็นสายซีฟู้ดต้องไม่พลาดเมนูนี้ “เนื้อปูก้อนผัดผงกะหรี่” ที่ทางร้านใช้เนื้อปูทะเลก้อนใหญ่ๆ เอามาผัดคลุกเคล้ากับเครื่องเทศและผงกะหรี่หอมๆ  ได้รสชาติความสดของเนื้อปูเต็มๆ คำ ผสานเข้ากับความอร่อยของผงกะหรี่ได้อย่างลงตัว ซึ่งทางร้านจะไม่มีการใช้ผงปรุงรสใดๆ ในการทำอาหาร แต่จะใช้ซอสสูตรพิเศษของทางร้านโดยเฉพาะเท่านั้นค่ะ

Green Chef กำแพงแสน


ถัดมาคือเมนู “แกงส้มแป๊ะซะ” ปลาช่อนทอดตัวใหญ่เสิร์ฟมาในหม้อไฟ พร้อมผักกระเฉด กะหล่ำปลี พร้อมน้ำแกงส้มที่ปรุงเครื่องแกงเข้มข้นไว้ราดบนตัวปลา พอจุดไฟแล้วน้ำแกงเริ่มซึมเข้าไปในเนื้อปลาช่อน ได้ทั้งความสดหวานของเนื้อปลา และรสชาติเปรี้ยว เค็ม หวานหอมกลมกล่อมลงตัวของน้ำแกงส้ม ยิ่งได้ทานตอนร้อนๆ พร้อมกับข้าวสวยยิ่งอร่อย

Green Chef กำแพงแสน


ส่วนใครมองหาเมนูที่เป็นได้ทั้งกับแกล้มและกับข้าว แนะนำจานนี้ “ยำถั่วพู” อาหารไทยสูตรโบราณที่หากินได้ยาก จานนี้ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ ทางร้านนำถั่วพูมายำคลุกเคล้าเข้ากับกุ้งสด ปลาหมึก และไข่ต้มยางมะตูม  โรยหน้าด้วยมะพร้าวคั่วและเม็ดมะม่วงหิมพานต์ รสชาติกลมกล่อมกำลังพอดี ไม่เผ็ดจนเกินไป เด็กๆ ทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี

Green Chef กำแพงแสน


ปิดท้ายด้วยเมนูที่เอาใจคนชอบทานอาหารยุโรป กับเมนู “ขาหมูเยอรมัน” ที่ทางร้านคัดเอาขาหมูส่วนขาหน้านำไปหมักและต้มไว้นานกว่า 5 ชั่วโมงจนเนื้อนุ่ม ก่อนจะนำไปทอดด้วยสูตรเฉพาะ จนหนังกรอบ ส่วนเนื้อในก็สุกกำลังพอดี ไม่แห้งจนเกินไป เสิร์ฟมาพร้อมซอส 2 ชนิดให้เลือก พร้อมเครื่องเคียงอย่างมันบดและผักสลัด จัดเป็นอีกหนึ่งเมนูเด็ดห้ามพลาดของทางร้านเลยค่ะ

Green Chef กำแพงแสน


นอกจากนี้ ทางร้านกำลังสร้างเป็นที่พักและกำลังจะเปิดบริการเป็นเรือนคาราโอเกะเพื่อรองรับลูกค้าในเร็วๆ นี้ ซึ่งในช่วงเย็นที่แดดร่มลมตก บรรยากาศดีมากๆ เหมาะจะมาเดินเล่นชมสวนและน้ำตก แถมมีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปเพียบเลยค่ะ!

Green Chef กำแพงแสน


บรรยากาศตอนกลางคืนที่ทางร้านประดับไฟราวรอบๆ สะท้อนกับผืนน้ำดูโรแมนติกมากๆ เลยค่ะ และในช่วงตอนค่ำในวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่ 19.00-21.00 น. ทางร้านยังมีวงดนตรีสดที่มีทั้งแนวเพลงในยุค 90 และนักดนตรีระดับอาจารย์จากภาควิชาดนตรี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาบรรเลงเพลงเพราะๆ ขับกล่อม ท่ามกลางเสียงน้ำตกคลอเบาๆ ให้เราได้ทานอาหารอร่อยๆ พร้อมวิวสวนสวยๆ และมีดนตรีให้ฟังด้วยแบบนี้ ตอบโจทย์คนชอบความชิลได้แบบ 3 in 1 กันเลยทีเดียว

Green Chef กำแพงแสน


ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศขับรถมาเที่ยวนครปฐมในวันหยุด พาครอบครัวมาทานอาหารอร่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศสวนและน้ำตกสวยๆ แบบนี้ มาเช็คอินกันได้เลยที่ร้าน Green Chef กำแพงแสน กันได้เลยค่ะ

Green Chef กำแพงแสน


Green Chef

ที่ตั้ง 168 หมู่ 9 ตำบลสระพัฒนา อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

เปิด 10.00-23.00 น.

โทร. 081-6456669

Facebook : Greenchef