ลำพูนเป็นเมืองชิคๆ !!

ใครที่เคยมองลำพูนเป็นแค่เมืองผ่าน ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ ถึงแม้ว่าลำพูนจะเป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดของภาคเหนือ โดยถ้าเทียบกับเชียงใหม่แล้วลำพูนก็เป็นเหมือนน้องเล็กคนสุดท้อง แต่บอกเลยว่าความน่าสนใจของเมืองนี้ไม่ได้เล็กตามขนาดพื้นที่ ยิ่งถ้าได้มาเที่ยวในวันธรรมดาแบบนี้ด้วยแล้ว บรรยากาศทั้งคลาสสิคแถมยังสงบเงียบ เหมือนกับเราได้หลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว


นอกจากนักท่องเที่ยวไม่เยอะจนพลุกพล่าน เรายังจะได้สัมผัสกลิ่นอายมนต์เสน่ห์อารยธรรมของ “นครหริภุญไชย” ในสมัยอดีตตั้งแต่ยุคหลายพันปีก่อนกันแบบเต็มอิ่ม ที่สำคัญ เมืองลำพูน หรือ “หละปูน” ยังมีที่กิน ที่เที่ยวอีกเพียบบบ…  ตามไปดูกันว่าเมืองเล็กไซส์มินิอย่างลำพูน จะมีจุดเช็คอินที่ไหนน่าสนใจให้ไปตามรอยกันบ้าง

ไปค่ะ…สะบัดผ้าถุง นุ่งชุดไทเขินแล้วตามเราไปเที่ยวกันเลยดีกว่า!


สักการะพระธาตุคู่เมืองลำพูน ณ วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร


มาเที่ยวลำพูนแล้ว…แน่นอนว่าต้องไม่พลาดมาสักการะ “พระบรมธาตุหริภุญชัย” พระธาตุคู่เมืองลำพูน ที่วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร นับเป็นพระธาตุที่เก่าแก่ที่สุดของภาคเหนือ โดยมีอายุนับพันปี สร้างขึ้นมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 17 ในสมัยพระเจ้าอาทิตยราช องค์พระธาตุสีทองอร่ามเป็นที่ประดิษฐานพระเกศธาตุบรรจุในโกศทองคำ ที่นี่จึงเป็นดุจศูนย์รวมแห่งความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ ที่ต้องการมาชมความงดงามของพระธาตุเจดีย์สีทองทรงระฆังกลมศิลปะแบบล้านนาแห่งนี้


นอกจากนี้ พระบรมธาตุหริภุญชัย ยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีระกาหรือปีไก่ ตามคติความเชื่อของชาวล้านนา คนที่เกิดปีนี้จึงนิยมมากราบไหว้สักการะขอพรจากองค์พระธาตุประจำปีเกิดกันที่นี่อีกด้วย


สำหรับสายถ่ายรูป ในบริเวณวัดยังมีจุดที่น่าสนใจมากมาย นับตั้งแต่ประตูทางเข้าด้านหน้าอย่าง “ซุ้มประตูโขงท่าสิงห์  ส่วนยอดสร้างเป็นลวดลายปูนปั้นทรงปราสาทซ้อนกันหลายชั้น และมีปั้นรูปสิงห์คู่คอยพิทักษ์อยู่หน้าวัด  ถัดไปด้านในเป็นวิหารหลวงที่ตกแต่งประดับด้วยลวดลายวิจิตรงดงาม ส่วนใครอยากได้ชุดพื้นเมืองแจ่มๆ ใส่ไปเที่ยว ถ่ายรูป ก็ข้ามถนนไปเลือกซื้อได้ที่ “ขัวมุงท่าสิงห์” ตลาดขายของที่ระลึกที่อยู่ฝั่งตรงข้ามวัด เราได้ผ้านุ่งประยุกต์ลายพื้นเมือง กับเสื้อไทเขินปักลายด้วยดิ้นเงินสวยๆ ในราคาเพียงตัวละ 150-250 บาทเท่านั้นเอง

ที่ตั้ง : ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน

เวลาเปิด : ทุกวัน 06.00 - 21.00 น.


สัมผัสมนต์ขลังแห่งอาณาจักรหริภุญชัยที่ “วัดจามเทวี”


ยกให้เป็นหนึ่งในวัดที่ต้องห้ามพลาดในลำพูน กับ “วัดจามเทวี” วัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของลำพูน ซึ่งตั้งชื่อวัดตามพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญชัย โดยมีไฮไลท์อย่างเจดีย์สุวรรณจังโกฏ หรือกู่กุด เจดีย์ที่สร้างขึ้นโดยพระนางจามเทวี ในสมัยพุทธศตวรรษที่ 13  (บ้างกล่าวว่าสร้างขึ้นโดยโอรสของพระนาง คือ พระเจ้าอนันตยศและพระเจ้ามหันตยศ) เชื่อว่าเจดีย์แห่งนี้เป็นที่บรรจุอัฐิของพระนางจามเทวีเอาไว้ และยังเป็นสถานที่ที่พระนางออกบวชชีบำเพ็ญพรตอยู่ที่วัดจามเทวีแห่งนี้หลังจากสละราชสมบัติ  


หลังจากไหว้เจดีย์เสร็จแล้ว เราเดินเที่ยวรอบๆ ชมเจดีย์รูปทรงแปลกตา ลักษณะเจดีย์เป็นทรงสี่เหลี่ยมแบบเจดีย์พุทธคยาในประเทศอินเดีย โดยเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ ฐานกว้าง 15.35 เมตร สูง 21 เมตร ทุกๆ ด้านประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางประทานพรศิลปกรรมของช่างละโว้จากเมืองลพบุรี ประจำซุ้มทั้งสี่ด้าน ด้านละ 15 องค์ รวม 60 องค์ ว่ากันว่าแต่เดิมมียอดพระเจดีย์หุ้มด้วยทองคำ ต่อมายอดเจดีย์ได้หักไป ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า “กู่กุด”


ยิ่งเดินชมรอบๆ เราก็ยิ่งทึ่งกับฝีมือของช่างสมัยก่อน ที่สะท้อนถึงความตั้งใจและศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนา แม้จะผ่านกาลเวลามานับพันปี ก็ยังคงความงดงามและยิ่งใหญ่หลงเหลือเอาไว้ให้เห็นตราบจนปัจจุบันนี้ จนอดจินตนาการไม่ได้ว่าถ้าย้อนกลับไปเมื่อสมัยยุคนครหริภุญชัยยังรุ่งเรือง เจดีย์แห่งนี้จะงดงามสักเพียงไหน

ที่ตั้ง : ถนนจามเทวี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน

เวลาเปิด : ทุกวัน 06.00-18.00 น.


ถ่ายรูปเช็คอินแบบคูลๆ ที่ “ประตูท่านาง”


1 ใน 6 ประตูเมืองเก่าแก่ของนครหริภุญชัย ที่ใครมาเที่ยวลำพูนต้องหาโอกาสมาชมความงามและถ่ายรูปกันที่นี่ เพราะประตูท่านางไม่เพียงเป็นประตูเมืองโบราณที่เหลืออยู่แห่งเดียวของลำพูน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักรหริภุญชัย ที่มีระบบการวางผังเมืองมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 13 ก่อนจะบูรณะขึ้นใหม่ในสมัยพระเมืองแก้ว แห่งราชวงศ์มังราย เมื่อเกือบ 500 ปีก่อน แนวกำแพงก่อด้วยอิฐถือปูนที่ขนานไปกับแม่น้ำกวง แม่น้ำสายหลักสำคัญของลำพูนแห่งนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายภาพชิคๆ ที่ไม่ควรพลาดมาเช็คอิน


เราเริ่มจากประตูเมืองขนาดใหญ่ เดินเลาะไปตามแนวกำแพงเมืองเก่าที่ยังหลงเหลือร่องรอยจากการบูรณะไว้ให้เห็นเป็นรูปร่าง เดินเลียบไปจนถึงทางเดินริมแม่น้ำกวง ซึ่งอยู่ด้านหลังแนวกำแพงของประตูท่านาง ซึ่งในอดีตบริเวณจุดนี้เป็นประตูท่าน้ำที่พระนางจามเทวีใช้เสด็จลงเรือเข้าออกพระนคร นอกจากนี้ยังเป็นประตูสำหรับการค้าทางเรือระหว่างเมืองต่างๆ  ปัจจุบันนี้ปรับปรุงให้เป็นทางเดินริมแม่น้ำและมีท่าน้ำให้ชมวิวสองฝั่งริมแม่น้ำกวงได้ด้วย  

ที่ตั้ง : ตรงข้ามวัดช้างรอง ถนนรอบเมืองใน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน


ทำพิธีลอดท้องช้างเจ้าพ่อกู่ช้าง สักการะกู่ม้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองลำพูน


แค่ได้ยินชื่อก็สะดุดหู กับ “กู่ช้าง กู่ม้า” โบราณสถานที่เกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์อีกแห่งของเมืองลำพูน ลักษณะเป็นสถูปทรงกระบอกปลายมนสอบ ที่น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากเจดีย์บอบอคยีของพม่า โดยเชื่อกันว่ากู่ช้างเป็นสุสานของพระยาช้าง “ภู่กล่ำงาเขียว” ซึ่งเป็นช้างทรงคู่พระบารมีของพระนางจามเทวี โดยนามภู่กล่ำงาเขียวหมายถึงช้างผิวสีคล้ำที่มีงาสีเขียวอันทรงอานุภาพและมีอิทธิฤทธิ์ ตามตำนานเล่าว่าเมื่อออกศึกสงครามเพียงแค่พระยาช้างหันหน้าไปทางศัตรูก็ทำให้ศัตรูอ่อนแรงลงได้ จึงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอีกแห่งหนึ่งที่ชาวลำพูนให้ความเคารพนับถือ


ในบริเวณกู่ช้าง ยังมีรูปปั้น “เจ้าพ่อกู่ช้าง” หรือพระยาช้างชนะศึกงาเขียว สิ่งที่ต้องห้ามพลาดเมื่อมาถึงที่แห่งนี้ คือ การไปทำพิธีลอดท้องช้างเจ้าพ่อกู่ช้าง เพื่อหลีกเคราะห์ตามความเชื่อโบราณ โดยการลอดใต้ท้องรูปปั้นช้างไปตามลูกศร 3 รอบ พร้อมตั้งจิตอธิษฐานแล้วเอาน้ำส้มป่อยพรมตามตัวเราอีกทีหนึ่ง เป็นอันเสร็จพิธี เวลาไปเที่ยวแล้วได้เรียนรู้และทำตามธรรมเนียมความเชื่อแบบนี้ นับเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้เราเข้าถึงวิถีท้องถิ่นจริงๆ


ด้านหลังกู่ช้างยังเป็นที่ตั้งของ “กู่ม้า” ที่เชื่อกันว่าเป็นสุสานม้าทรงของพระโอรสพระนางจามเทวี ลักษณะเป็นสถูปทรงระฆังตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น แม้จะเป็นโบราณสถานเก่าแก่แต่ก็ดูกลมกลืนกับชุมชนที่อยู่โดยรอบ มีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาสักการะและเดินชมสถูปเป็นระยะ ส่วนด้านข้างมีสวนสาธารณะให้คนในพื้นที่มาออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจ ทำให้บรรยากาศไม่ดูเงียบเหงาวังเวง

ที่ตั้ง :  ชุมชนวัดไก่แก้ว ซอยกู่ช้าง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน

เวลาเปิด : ทุกวัน 09.00 - 18.00 น.


เที่ยวสวิสเซอร์แลนด์เมืองไทยที่ “แก่งก้อ”


หนีความวุ่นวาย ลี้มลพิษไปสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดกันที่เมืองลี้ อำเภอเล็กๆ แต่อากาศดี๊…ดี ห่างจากตัวเมืองลำพูนขับรถไปประมาณ 2 ชั่วโมง เราก็จะได้พบกับเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สมบูรณ์ รายล้อมด้วยภูเขาและผืนป่าเขียวขจี และยังมี “แก่งก้อ” ทะเลสาบท่ามกลางหุบเขาเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ที่วิวสวยจนได้ชื่อว่าเป็น “สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย”


ถ้ามาในช่วงหน้าฝนแบบนี้ เราจะได้สดชื่นกับวิวภูเขาสวยๆ สีเขียวสบายตา ในขณะที่น้ำในทะเลสาบก็ไม่แห้งจนเกินไป สามารถใช้บริการล่องเรือไปเที่ยวในทะเลสาบได้ ถ้าใครมีเวลาไม่มากอาจเลือกแค่ล่องเรือชมทัศนียภาพรอบๆ ทะเลสาบแก่งก้อ หรือถ้าอยากไปตามรอยโลเคชั่นหนังดังอย่าง “คิดถึงวิทยา” ก็สามารถนั่งเรือเข้าไปเที่ยวชมโรงเรียนเรือนแพที่อยู่ลึกเข้าไปด้านในได้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาทีต่อเที่ยว หรือถ้าอยากเที่ยวแบบครบๆ ล่องเรือไปจนถึงถ้ำช้างร้องและพระธาตุแก่งสร้อย วัด Unseen ที่ตั้งอยู่ริมเขื่อนภูมิพลในเขตจังหวัดตาก ซึ่งใช้เวลาเดินทางไปกลับประมาณ 4 ชั่วโมง ต้องมีเวลาสัก 1 วันเต็มๆ กำลังดี


ทริปนี้พวกเรามีเวลาไม่มาก เลยเลือกใช้บริการเรือนำเที่ยวของแพร้านอาหารที่อยู่ริมทะเลสาบ เพื่อชมวิวรอบๆ แก่งก้อไปจนถึงบริเวณช่องแคบที่ลำห้วยแม่ก้อและแม่น้ำปิงไหลมาบรรจบกัน สองฝั่งมีเรือนแพของชาวบ้านที่อยู่อาศัยรอบๆ ริมทะเลสาบ บรรยากาศสดชื่นและเป็นธรรมชาติมากๆ จนตั้งใจว่าหากมีโอกาสคราวหน้าจะมานอนค้างคืน ล่องแพชมทะเลสาบนานๆ ให้จุใจ


หลังจากมาเที่ยวแก่งก้อแล้ว อาจแวะไปชมความงาม “น้ำตกก้อหลวง” ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 13 กิโลเมตร ตั้งอยู่ภายในบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่ปิงที่ 1 เพื่อชมความงามของน้ำตกที่ไหลลัดเลาะผ่านหินงอกหินย้อยของน้ำตกหินปูนที่มีความสูงลดหลั่นกันถึง 7 ชั้น กลายเป็นแอ่งน้ำสีเขียวมรกต ถ้ามองจากมุมสูงจะเห็นแอ่งน้ำเป็นรูปร่างคล้ายรูปหัวใจ (ใครอยากมาเที่ยวช่วงหน้าฝนแนะนำให้เช็คกับทางอุทยานฯ ล่วงหน้าก่อน เพราะน้ำตกจะปิดในบางช่วง) จุดเด่นของน้ำตกก้อหลวงคือสีน้ำตกจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ช่วงเดือนที่น้ำตกสวยที่สุดคือช่วงฤดูหนาวปลายปีถึงต้นปี ตั้งแต่เดือนธันวาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งน้ำตกจะเปลี่ยนเป็นสีฟ้าใสเทอร์ควอยซ์สวยงาม เป็นอีกแลนด์มาร์คที่ห้ามพลาดต้องมาเช็คอินกันให้ได้สักครั้งหนึ่ง

ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติแม่ปิง ตำบลก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน  

โทร. 093-8082827, 061-3753500


ชมวิวเมืองลี้ที่ “วัดพระพุทธบาทผาหนาม”


ไปชมวิวเมืองลี้แบบ 360 องศา พร้อมไหว้พระธาตุขอพรกันที่ “วัดพระพุทธบาทผาหนาม” พระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองลี้ สักการะรอยพระพุทธบาทซึ่งปัจจุบันสร้างมณฑปรูปเจดีย์ครอบไว้ และกราบสรีรางคารครูบาเจ้าอภิชัยขาวปี “นักบุญแห่งเวียงลี้"  ศิษย์เอกของครูบาเจ้าศรีวิชัย การจะขึ้นไปยังพระธาตุบนวัดพระพุทธบาทผาหนาม เราต้องเดินขึ้นบันไดนาคขึ้นเขาไปประมาณ 200 เมตร หรือจะขับรถยนต์อ้อมขึ้นเขาไปอีกเส้นทางหนึ่งก็ได้ แต่ถ้าใครฟิตแนะนำให้เดินขึ้นไปเองดีกว่า เพราะระหว่างทางเราจะได้ชมธรรมชาติสองข้างทางไปด้วย


ไฮไลท์ของที่นี่คือ พระธาตุสีขาวและสีทองอร่ามที่ตั้งอยู่บนยอดดอย โดยเป็นจุดชมวิวเมืองลี้จากมุมสูงที่สวยที่สุด ในฤดูหนาวจะมองเห็นทะเลหมอกปกคลุมไปทั้งหุบเขา ส่วนถ้ามาในช่วงฤดูฝนแบบนี้ก็จะได้สัมผัสกับวิวสวยๆ สีเขียวสดชื่นสบายตา แนะนำให้มาในตอนเช้าประมาณ 6 โมง…ถ้าโชคดีเราอาจมีโอกาสได้เจอหมอกฝนสวยๆ อีกด้วย

ที่ตั้ง :  บ้านผาหนาม ติดริมทางหลวงหมายเลข 106 (สายลี้-ลำพูน) หลักกิโลเมตรที่ 55 ตำบลป่าไผ่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน

เปิดเวลา : ทุกวัน 06.00-21.00 น.


เที่ยว “วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม” แล้วชมเจดีย์ชเวดากองแห่งเมืองลี้ที่ “พระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย”


มาเที่ยวที่อำเภอลี้ทั้งที ต้องหาโอกาสมาเยือนวัดชื่อดังคู่เมืองลี้ ที่เกิดจากแรงศรัทธาของชาวปกาเกอะญอที่มีต่อ “ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา” หรือครูบาวงศ์ พระนักพัฒนาที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านให้ลด ละ เลิก การกินเนื้อสัตว์ จนกระทั่งต่อมาได้มีประเพณีการใส่บาตรมังสวิรัติขึ้นในชุมชน โดยจะใส่เฉพาะอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์และผักเท่านั้น นับเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนที่ไหน


นอกจากนี้ ชาวบ้านในชุมชนยังยึดถือปฏิบัติศีล 5 อย่างเคร่งครัด มาเที่ยวที่นี่แล้วเหมือนกับได้มาสัมผัสชุมชนในอุดมคติที่เต็มไปด้วยความสงบสุข ท่ามกลางกลิ่นอายความศรัทธาแห่งพระพุทธศาสนา โดยภายในบริเวณวัดยังมีเจดีย์และพระธาตุให้สักการะจำนวนมาก พุทธสถานที่สำคัญแห่งแรกที่เราไปเที่ยวชมสักการะ คือ วิหารพระเมืองแก้ว” สถานที่ประดิษฐานสรีระสังขารหลวงปู่ชัยยะวงศาพัฒนา นอกจากนี้ ยังมีพระธาตุและเจดีย์อีกหลายจุดให้เราได้เที่ยวชม อาทิ มณฑปพระเก้าตื้อ และพระเจดีย์ 84,000 พระธรรมขันธ์ ฯลฯ แต่ละแห่งงดงามอลังการไม่แพ้กันเลยทีเดียว


ห่างจากวัดพระพุทธบาทห้วยต้มไปไม่ไกล ใช้เวลาขับรถแค่ไม่กี่นาที มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์อีกแห่งอย่าง “พระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย” เจดีย์ที่สร้างด้วยศิลาแลงทั้งองค์และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งหลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนาได้สร้างโดยจำลองแบบมาจากพระเจดีย์ชเวดากอง ประเทศพม่า นับเป็นเจดีย์ที่สวยงามควรแก่การมาชมด้วยตาตัวเองสักครั้ง  


จุดเด่นของที่นี่ คือมีพระมหาเจดีย์องค์ใหญ่เป็นองค์ประธานอยู่ตรงกลาง และมีพระเจดีย์องค์เล็กเป็นบริวารล้อมรอบจำนวน 48 องค์ตามแบบพระสถูปเจดีย์ศิลปะลังกา โดยมีฐานกว้างขนาดกว่า 1 ไร่ ส่วนสูงจากบัวยอดฉัตรลงมาถึงพื้นยาว 64.39 เมตร จัดเป็นเจดีย์ศิลปะแบบลังกาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แค่ได้เดินชมความงามรอบๆ เจดีย์สีทองอร่ามก็ตื่นตาตื่นใจกับความยิ่งใหญ่

พิกัด หมู่บ้านพระบาทห้วยต้ม ตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน

เวลาเปิด : ทุกวัน 06.00 - 17.30 น.


สัมผัสวิถีไทยองที่ชุมชนบ้านหนองเงือก ป่าซาง


หากใครอยากสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่นของลำพูน ที่มีครบทั้งวัฒนธรรม และงานหัตถกรรมขึ้นชื่อ แนะนำให้ไปเที่ยวที่ “บ้านหนองเงือก”  หมู่บ้านเก่าแก่ของลำพูนที่มีบรรพบุรุษเป็นชาวยอง ซึ่งอพยพมาจากประเทศพม่า และที่นี่ยังได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านสิ่งทอนาโนที่นำนวัตกรรมเข้ามาใช้ในการทอผ้าพื้นเมือง โดยเป็นแหล่งทอผ้าฝ้ายที่มีชื่อเสียงของลำพูน และยังเป็นแหล่งผลิตผ้าฝ้ายทอมือที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือส่งไปขายในเมืองท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่อีกด้วย นอกจากจะได้ช้อปสินค้าผ้าฝ้ายทอมือสวยๆ ในราคาไม่แพงแล้ว มาเที่ยวที่นี่เรายังจะได้เรียนรู้ขั้นตอนการผลิตผ้าฝ้ายทอมือจากชาวบ้าน และยังมีกิจกรรมให้ทำอีกหลากหลาย ทั้งการหัดทำตุง, ช้อปรองเท้าจาวยอง,เย็บกระเป๋านกฮูกจากเศษผ้าฝ้าย, ชมบ้านโบราณอายุกว่า 100 ปี ฯลฯ ใครอยากรู้ว่าชาวไทยองกินอยู่กันแบบไหน ลองมาพักโฮมสเตย์ที่นี่ได้ ชาวบ้านหนองเงือกรอต้อนรับอย่างอบอุ่นทุกคนเลยเจ้า!

ที่ตั้ง : หมู่บ้านหนองเงือก ตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวชุมชน โทร.086-2167749


จิบกาแฟหอมๆ กินพิซซ่าโฮมเมดที่ร้านป่าซางคอฟฟี่


ใครที่ชอบดื่มกาแฟต้องไม่พลาดมาเช็คอินที่นี่ “ป่าซางคอฟฟี่” ร้านกาแฟเล็กๆ แต่คุณภาพคับแก้วในอำเภอป่าซาง ลำพูน ที่จะมากระตุ้นความคึกคักด้วยเครื่องดื่มกาแฟหอมๆ ที่ทางร้านมีไร่ปลูกกาแฟที่จังหวัดน่าน และนำไปคั่วเองที่เชียงใหม่ ก่อนจะมาวางขายให้เราได้ลิ้มลองกันที่นี่ จึงการันตีได้ว่าคุณภาพกาแฟของป่าซางคอฟฟี่ไม่เป็นรองใคร นอกจากเครื่องดื่มอย่างกาแฟแล้ว ทางร้านยังมีเมนูอาหารและเครื่องดื่มอีกหลากหลาย ทั้งอาหารไทยและนานาชาติ อาทิ สลัดโรลและสลัดผลไม้ที่ใช้ผักผลไม้สดออร์แกนิคมาเสิร์ฟขึ้นโต๊ะทุกวัน ,ข้าวอบสับปะรด, พิซซ่าโอ้…ป่าซาง พิซซ่าโฮมเมดสูตรพิเศษของทางร้าน ตบท้ายด้วยน้ำอัญชันมะนาวรสชาติเปรี้ยวอมหวาน มาเที่ยวป่าซางแล้วแวะมาฝากท้องที่นี่รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน!

ที่ตั้ง :  ตำบลป่าซาง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

 เวลาเปิด : จันทร์-ศุกร์ 09.00-19.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เปิด 08.00-18.00 น.


ไปชิมน้ำเงี้ยวสไตล์ลำพูนแต๊ๆ ที่ร้านขนมเส้นหม้อดิน (More Din Café)


ปิดท้ายด้วยการไปชิมขนมจีนน้ำเงี้ยวสูตรชาวลำพูนแท้ๆ ที่ร้านขนมเส้นหม้อดิน (More Din Café) ร้านอาหารขวัญใจคนท้องถิ่น ด้วยรสชาติอร่อยแบบต้นตำรับออริจินัล เจ้าของร้านเป็นคนลำพูนที่ได้สูตรการทำน้ำเงี้ยวมาจากคุณแม่ จุดเด่นร้านนี้คือจะใช้หม้อดินในการปรุงน้ำเงี้ยวและน้ำยาที่ใช้กินกับขนมเส้น หรือขนมจีน ทำให้น้ำเงี้ยวมีกลิ่นหอมของหม้อดิน รสชาติน้ำเงี้ยวของร้านนี้อร่อยเข้มข้น จนไม่ต้องปรุงเพิ่ม นอกจากขนมเส้นแล้วทางร้านยังมีเมนูอื่นๆ ให้ลิ้มลอง อาทิ ข้าวซอย, ตำมะม่วงปลาแห้งรสเด็ด และของทอดไว้กินเล่นดับเผ็ดอย่าง เอ็นไก่ทอดน้ำมันงา,ลูกชิ้นหมูทอดโบราณ และเกี๊ยวกรอบที่อร่อยมากกก..เผลอแป๊บเดียวหมดจานกันเลยทีเดียว

ที่ตั้ง :  ถนนหมู่บ้านเอื้ออาทรลำพูน (เลยตลาดนัดลำพูนจตุจักร) ตำบลป่าสัก อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน

เวลาเปิด : ทุกวัน  09.00 - 16.00 น.


และนี่ก็คือพิกัด 10 จุดเช็คอิน กิน เที่ยว ลำพูน ที่เราคัดสรรมาแล้วว่าเด็ดจริงอะไรจริง…ใครได้มีโอกาสลองมาแอ่วเมืองหละปูน รับรองว่าจะต้องตกหลุมรักเหมือนเราแน่นอน