ช่วงหน้าฝนใครๆ ก็ชอบบอกว่าเป็นฤดู Low Season เราว่ามันไม่จริงเสมอไปหรอก เพราะในข้อเสียก็ยังมีข้อดี อย่างน้อยเลยคืออากาศไม่ร้อน ยิ่งช่วงที่ฝนตกพรำๆ ได้กลิ่นไอฝนลอยมาตามลม บอกเลยว่าสดชื่นอย่าบอกใคร เหมาะแก่การเอาตัวเอาใจไปสัมผัสทะเลหมอกให้ฟินสักครั้ง งานนี้โชคดีที่ยังไม่ต้องถึงขั้นรีบเคลียร์งาน เตรียมหาวันลาเดินทางไกลไปถึงภาคเหนือ ก็สัมผัสธรรมชาติและความสวยงามในช่วงฤดูฝนแบบใกล้กรุงได้ แค่ “แก่งกระจาน” นี่เอง...








เป็นหนึ่งในไม่กี่ทริปที่ไม่ต้องรีบตื่นแต่เช้าตรู่ ! เพราะปลายทางของเราวันนี้อยู่ที่จ.เพชรบุรี จังหวัดท่องเที่ยวยอดฮิต สำหรับคนทุกเพศทุกวัย หรือจะให้ถูกคือตั้งแต่สมัยเรายังเป็นเด็ก ที่ปิดเทอมทีไร คงหนีไม่พ้นตัวเลือกอย่างชะอำแน่ๆ 555555 แต่ความจริงแล้ว นอกจากชายหาดชะอำที่เราคุ้นเคย อำเภอ “แก่งกระจาน” ก็น่าเที่ยวไม่แพ้กัน โดยเฉพาะกับโซนน้ำ ฟ้า ป่า เขาที่จะเขียวชอุ่ม ชุ่มฉ่ำมากเป็นพิเศษชวนให้สบายตาขึ้นกว่าเดิม

ใช้เวลาเพียงไม่เกิน 2 ชั่วโมง บวกลบแวะกินข้าวเช้า ไม่นานเราก็เข้าสู่แก่งกระจาน ความร่มรื่นของต้นไม้น้อยใหญ่สองข้างทางเป็นสัญญาณว่าเราใกล้จะถึงที่หมายกันแล้วจ้า



แวะมาเช็คอิน เอาของเข้าไปเก็บที่ “Mighty Mountain” ก่อนเลย จะได้เที่ยวได้อย่างชิลๆ ตัวปลิวตลอดทริปแบบไม่ต้องกังวล

เห็นครั้งแรกก็ตกหลุมรักเข้าอย่างจัง สำหรับ Mighty Mountain รีสอร์ทสไตล์บ้านเป็นหลัง ด้วยวิวที่แวดล้อมไปด้วยขุนเขาอันกว้างใหญ่ ตัวที่พักตั้งลดหลั่นไล่ระดับกันลงไปเป็นขั้นบันได 

ตกแต่งอย่างปลอดโปร่ง เพดานสูง กระจกใสเปิดโล่ง รับลมได้แบบสบายๆ ให้เรามองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกยามเย็นได้แบบพาโนรามาสุดลูกหูลูกตาถึง 3 หลัง สามารถเข้าพักได้มากสุดถึง 17 คน โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่บรรยากาศสวยงาม สดชื่น ท่ามกลางอ้อมกอดแห่งขุนเขา เหมือนพักผ่อนอยู่ที่ต่างประเทศเลยล่ะค่ะ 



นอกจากนี้ยังมาพร้อม ระเบียงนั่งเล่น ห้องนอน ห้องครัว เตาปิ้งย่าง สะดวกสบายแบบครบครันเหมือนอยู่บ้าน เหมาะแก่พักผ่อนกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน ให้เราได้สนุกสนานกันตลอดทั้งคืน งานนี้บอกเลยว่าคนเพื่อนเยอะอย่างเราจะต้องเลิฟลี่  ~ เพราะมันช่างน่าชวนเดอะแก๊งค์มาเฮฮาปาร์ตี้ในวันหยุดสั้นๆ เป็นที่สุด !



จัดแจงเอาของเข้าที่ เปลี่ยนชุดเตรียมไปเล่นน้ำจนเรียบร้อย สารถีสุดหล่อของเราก็เรียกรวมพลขึ้นรถอย่างไว เตรียมไปสนุกสนานกระโดดน้ำให้ฟิน สมกับที่พวกเราทุกคนรอคอยมานานกันแล้วจ้า 

มุ่งหน้าสู่เฟื่องฟ้าแสงมณี รีสอร์ท ที่พักพร้อมสวนน้ำขนาดย่อมสีสันสดใส พร้อมสไลเดอร์ให้เราสไลด์ลื่นปรื๊ดๆ กันอย่างจุใจด้วยค่าเข้าเพียงคนละ 20 บาทเท่านั้น แต่สามารถเล่นได้ทั้งวันเช้ายันค่ำตั้งแต่ 09.00 – 17.00 น. เรียกว่าไม่เหนื่อย ไม่เปื่อย ไม่กลับ ! 


เพียงแต่กฎหนึ่งเดียวของการมาเล่นน้ำที่นี่ คือต้องใส่เสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัยด้วยนะคะ โดยค่าใช้จ่ายสำหรับเสื้อชูชีพนั้น วันธรรมดาสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ราคา 50 บาท เด็ก 30 บาท  ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 50 บาทค่ะ

สนุกสนานกันจนพอใจ เรากลับมาจัดการอาบน้ำแต่งตัวใหม่อีกครั้ง บวกเสริมสวยกันแบบจัดเต็มชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่เรื่องเสื้อผ้ายังพอว่า ปัญหามันอยู่ที่ผมนี่สิ จะจัดการเซ็ตให้สวยเป็นทรงยังไงดี ? ว่าแล้วเพื่อนสาวของเราก็หยิบผู้ช่วยคู่ใจอย่าง LESASHA Brush 2 Go เจ้าหวีไฟฟ้าไร้สายขนาดพกพา ออกมาสาธิตการใช้ให้เราดูเป็นตัวอย่างว่ามันช่างง่ายเว่ออออร์  

วิธีการใช้ก็แค่กดค้างไว้ตรงปุ่มกลมๆ ด้านล่างสุดประมาณ 2 วินาที ไฟสีฟ้าก็จะปรากฏขึ้น หลังจากนั้นรอให้แถบความร้อนที่เป็นขีดๆ สีแดง 3 ขีดมีไฟขึ้นมา โดยขีดแรกจะแสดงว่าอุณหภูมิอุ่นๆ สองขีดแสดงว่าพร้อมใช้งาน ส่วนสามขีดแสดงว่าอุณภูมิความร้อนสูงสุด โดยเราสามารถใช้ได้ตั้งแต่ขีดที่สองขึ้นไป

จากนั้นเราก็เริ่มหวีได้ตามใจชอบเลยค่ะ ทั้งยังสามารถสร้างลอนผมได้ด้วย โดยม้วนผมพันรอบแกนหวีจากปลายผมขึ้นไป จนถึงระดับที่ต้องการทิ้งไว้ประมาณ 10 วินาทีแล้วคลายผมออก เพียงเท่านี้เราก็จะได้ลอนผมที่สวยงามสมใจ พร้อมออกไปตะลุยเที่ยวกันต่อแล้วจ้า

ทั้งเล็ก ทั้งพกพาสะดวกแบบนี้ บอกเลยว่ามีไว้ติดกระเป๋าเดินทางสักอันก็หมดกังวลเรื่องกินพื้นที่ของอื่นแน่นอน แถมยังทำให้เรามีผมสวยได้ง่ายๆ ทุกสถานการณ์แบบที่ไม่ต้องง้อร้านทำผมหรือที่ม้วนผมให้ยุ่งยากอีกต่อไป โดนใจ กดเลิฟให้ 10 ดาวไปเลย ! 

จาก Mighty Mountain ที่พักที่เรามองเห็นวิวของเทือกเขาเรียงรายไปด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานทางเบื้องหน้า เผลอแว้บเดียวเราก็มาถึง “เขื่อนแก่งกระจาน” ในเวลาเย็นๆ 

เขื่อนแก่งกระจาน เป็นเขื่อนดินกั้นแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณเขาเจ้าและเขาไม้รวก จึงทำให้เกิดเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ อยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เหมาะสำหรับท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ในช่วงหน้าหนาว ยังเป็นจุดกางเต็นท์ นอนดูดาวยอดฮิตใกล้กรุงอีกด้วย

ขับรถเล่นกินลมชมสันเขื่อน จอดแวะลงไปถ่ายรูป เช็คอินเล่นจนจุใจ  ก็ได้เวลาไปต่อยังอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ของที่นี่อย่าง “สะพานพี่โชน” จากภาพยนตร์สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก กับภาพสะพานแขวนขนาดยาวที่ทอดข้ามไปยังอีกฝั่ง  เรียกว่าเป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวนิยมมาลั่นชัตเตอร์ หย่อนขานั่งรับลมเย็นๆ ที่ดีต่อใจไม่แพ้ที่ไหนเลยล่ะค่ะ 

เรายืนส่งพระอาทิตย์ลาขอบฟ้าจนลับตา ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มเป็นสัญญาณว่าใกล้มืดเต็มที ได้เวลาโบกมือลาวันนี้กลับที่พัก เตรียมซื้อขนม นมเนย ของกินไปปาร์ตี้คาราโอเกะที่ห้องกันล้าววว ลุยโลด ! 



วันนี้เราตื่นกันเช้ามากกกก เรียกว่าตั้งแต่ดาวยังอยู่บนฟ้า พระจันทร์ก็ยังไม่หายไปไหน เพื่อเตรียมอาบน้ำแต่งตัวมาขึ้นเขาพะเนินทุ่ง 

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นอกเหนือไปจากสันเขื่อน และสะพานพี่โชน ใครมาถึงแก่งกระจานแล้วต้องห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด เพราะภาพบรรยากาศเบื้องหน้ามันฟินมากซะจนเราหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง 

ยอดเขาพะเนินทุ่ง จุดชมทะเลหมอกสวยใกล้กรุงที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ณ ด้านบนสุดของสถานที่แห่งนี้เราสามารถเที่ยวชมความงามของหมอกสีขาวหนานุ่มได้ตลอดทั้งปี แม้แต่ในฤดูร้อนก็ตาม เขาพะเนินทุ่งก็ยังคงความสวยงามและน่าเที่ยวอยู่เสมอ หรือถ้ามาในฤดูฝนอย่างพวกเรา ก็จะยิ่งเป็นทะเลหมอกที่ทั้งหนา และฉุ่มช่ำมากกว่าเดิมแบบคูณสอง เรียกว่าทั้งฟิน ทั้งโรแมนติกสุดๆ 

สำหรับการเดินทางขึ้นเขาพะเนินทุ่งนั้น ต้องใช้รถกระบะโฟล์วิวค่ะ ขับผ่านอุโมงค์ต้นไม้ และลัดเลาะไปตามเส้นทางที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติตลอดสองข้างทาง ใครที่ชอบทั้งทะเลหมอกและทะเลดาวต้องอย่าพลาดที่นี่เลย

ลงจากเขาพะเนินทุ่งในเวลาสายๆ หลังจากถ่ายรูปทะเลหมอกกันจนเต็มอิ่ม เราแวะมาเที่ยวกันต่อที่ "โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ" โครงการเพื่อเกษตรกรน่าเที่ยว ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ร.9) ใครอยากรู้ว่าจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ตามเราไปดูกันค่ะ

ภายในโครงการชั่งหัวมันนั้นค่อนข้างมีพื้นที่กว้างขวางทีเดียว ทั้งยังเต็มไปด้วยกิจกรรมต่างๆ ให้เราเลือกทำมากมาย อาทิ นั่งรถรางชมบรรยากาศ ปั่นจักรยาน และชมแปลงผักผลไม้ ชมฟาร์มโคนม พร้อมกับถ่ายรูปกับกังหันในทุ่งหญ้าสีเขียว

โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  (ร.9) ได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดินจำนวน 250 ไร่ มีเป้าหมายเพื่อเพื่อให้เป็นศูนย์รวมพืชเศรษฐกิจของ อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี และให้ภาครัฐกับชาวบ้านดูแลร่วมกันเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดต่อยอดเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจในจังหวัดเพชรบุรีนั่นเองค่ะ

แต่นอกจากกิจกรรมที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว โครงการชั่งหัวมัน ยังมีกังหันลมผลิตไฟฟ้าเพื่อเป็นพลังงานทดแทน,ผลิตพืชปลอดภัยจากสารพิษ,สาธิตการปลูกสบู่ดำ,ปลูกข้าวสายพันธุ์ต่างๆ,ทำปุ๋ยหมัก,ฟาร์มโคนม เป็นแหล่งเรียนรู้ดูงานของนักเรียน นักศึกษาและบุคคลทั่วไปที่ให้ความสนใจอีกด้วย

ก่อนกลับวันนี้เราแวะทานข้าวที่ แจ่มจันทร์รีสอร์ท กันค่ะ 

แจ่มจันทร์รีสอร์ท เกิดขึ้นจากความชอบส่วนตัวของเจ้าของ ที่จับมามิกซ์แอนด์แมตช์จนกลายมาเป็นสไตล์ Bar & Bistro เน้นความเป็นโทนเหล็กสีดำ ลอฟท์ปูนเปลือย รายล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ร่มรื่นติดแม่น้ำเพชรบุรี ทั้งยังตกแต่งไปด้วยน้ำตกขนาดเล็กตามมุมต่างๆทั่วรีสอร์ท ให้เราได้ยินเสียงน้ำไหล ชวนผ่อนคลายตลอดช่วงเวลาพักผ่อน

อย่างที่บอกไว้ว่าแม้ไม่ได้พักค้างคืนที่นี่ทางแจ่มจันทร์ก็ยังเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้ามาใช้บริการร้านอาหาร และบาร์ภายในรีสอร์ทได้เช่นกันค่ะ สำหรับวันนี้เราเลือกสั่งเป็นเมนูอาหารไทย โดยเฉพาะเมนูปลาริมเขื่อน ต้มยำไก่บ้าน และเมนูอร่อยถูกปากอื่นๆ อีกเพียบ !  รู้ตัวอีกทีคือเติมข้าวไปสองจานแล้วจ้า 

ในที่สุดก็ถึงเวลากลับบ้านอย่างจริงจังกันสักที แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แค่ 2 วัน 1 คืน แต่การที่ได้มาพักสายตาจากหน้าจอ มองอะไรสบายตา รับพลังจากธรรมชาติแบบนี้ มันแสนจะดีต่อใจ มีแรงช่วยให้เรากลับไปลุยงานกันต่ออีกเยอะเลย !



เรียบเรียงโดยชิลไปไหน