บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นำคณะสื่อมวลชนร่วมเดินทาง “ทริป Low Carbon กับ    โตโยต้า เมืองสีเขียว อยุธยา” เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแห่งแรกนอกโรงงาน “โตโยต้า         เมืองสีเขียว อยุธยา” พร้อมร่วมกิจกรรมรักษ์โลกที่สะท้อนถึงองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมทั้ง 5 ด้านของโตโยต้า เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2561 ณ โตโยต้า เมืองสีเขียว ตำบลหัวรอ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานานกว่า 56 ปี โดยมีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนความสุขสู่สังคมไทย ด้วยการเป็นองค์กรที่มีส่วนร่วมและส่งเสริมพัฒนาการอย่างยั่งยืนของสังคมไทย    ทั้ง 3 มิติ ในด้าน สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “การแบ่งปันที่ไม่สิ้นสุด”  โดยใน                  ด้านสิ่งแวดล้อม โตโยต้าให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ มุ่งเน้นการดำเนินงานในทุกกระบวนการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแก่สังคมไทย ผ่านกิจกรรมต่างๆภายใต้โครงการ “โตโยต้า เมืองสีเขียว เพื่อธรรมชาติ เพื่อทุกชีวิต” โดยมีวัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น เมืองสีเขียว สะท้อนการใช้ชีวิตในเมืองอย่างมีคุณภาพร่วมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กิจกรรมสำคัญของโตโยต้าเมืองสีเขียว คือ การส่งต่อองค์ความรู้ในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า      เพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อมของชุมชนเมือง ส่งเสริมให้คนในชุมชนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์อย่างเป็นรูปธรรม โดยร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าและชุมชน ในการออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของแต่ละพื้นที่ โดยโครงการ “โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา”  ถือเป็นจังหวัดแรก ที่โตโยต้าได้นำองค์ความรู้ในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้ามาประยุกต์ใช้อย่างเต็มรูปแบบ โดยความร่วมมือกับเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ในการบูรณะเรือนจำเก่า หน้าตลาดหัวรอ บนพื้นที่ขนาด 8 ไร่ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแห่งแรกนอกโรงงาน ต่อจาก ศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน “ชีวพนาเวศ” ในโรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์

 


โดยนำองค์ความรู้ในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมทั้ง 5 ด้านของโตโยต้ามาจัดแสดงภายในพื้นที่เมืองสีเขียว ได้แก่
 

การเพิ่มพื้นที่สีเขียว (Increasing Green Area) ส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ท้องถิ่น การปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่      สีเขียว โดยเน้นไม้ยืนต้น โดยใช้ความรู้ด้านการปลูกป่านิเวศตามหลักของศาสตราจารย์ ดร.อากิระ มิยาวากิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกป่าจากประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทำให้ต้นไม้มีอัตราการรอดตายสูง (มากกว่า 90%) และร่นระยะเวลาการเจริญเติบโตตามธรรมชาติให้เร็วขึ้น 10 เท่า ตลอดจนสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าการปลูกป่าโดยทั่วไป


 การจัดการขยะ (Waste Management) โดยจัดการขยะอย่างครบวงจร ตั้งแต่การส่งเสริมการลดปริมาณขยะ    ลดการใช้สินค้าที่ก่อให้เกิดขยะ การคัดแยกขยะและการนำไปใช้ประโยชน์ และการกำจัดขยะแบบถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล


การอนุรักษ์น้ำ (Water Management) การส่งเสริมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า การประหยัดน้ำ การนำทรัพยากรน้ำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการติดตั้งถังเก็บน้ำที่ออกแบบในลักษณะของไม้ยืนต้นจำลอง เพื่อรองรับน้ำฝนที่ตกลงมาตามธรรมชาติและจากรางน้ำฝนมากักเก็บไว้ พร้อมฐานกว้างซึ่งสร้างจากวัสดุที่มีลักษณะเป็น  รูพรุนเรียกว่า อิฐกรองน้ำ น้ำฝนที่ตกลงมาจะไหลลงสู่พื้น ผ่านการกรองของอิฐกรองน้ำเพื่อความสะอาด ไหลซึมลงสู่บ่อเก็บน้ำ  ใต้ดินขนาด 10,000 ลิตร เพื่อนำกลับไปใช้ในการรดน้ำต้นไม้และกิจกรรมอื่นๆภายในศูนย์การเรียนรู้


การลดการใช้พลังงานและการใช้พลังงานทางเลือก (Renewable Energy) ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานทดแทน อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ และการนำแบตเตอรี่ไฮบริดที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ (re-use) ซึ่งที่ศูนย์การเรียนรู้  โตโยต้า เมืองสีเขียว อยุธยา             ใช้พลังงานไฟฟ้าที่ได้มาจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาที่จอดรถพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power Parking Canopy) ที่มีพื้นที่แผงเซลล์แสงอาทิตย์จำนวนกว่า 500 ตารางเมตร สามารถผลิตไฟฟ้าได้             100 กิโลวัตต์ เทียบเท่ากับลดค่าไฟฟ้าของบ้าน 26 หลัง ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า      150 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และควบคุมการจ่ายพลังงานโดย อาคารควบคุมอัจฉริยะ    (Smart Grid Building)  โดยพลังงานไฟฟ้าที่ได้จะนำมาเก็บในแบตเตอรี่เก็บประจุที่ผลิตจาก เซลล์แบตเตอรี่ของรถยนต์โตโยต้าไฮบริดที่ใช้แล้ว (re-use) แล้วทำการจ่ายไฟฟ้าไปใช้ในส่วนต่างๆ ได้แก่ ไฟส่องสว่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ


การเดินทางอย่างยั่งยืน (Sustainable Transportation) ส่งเสริมการเดินทางที่ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ด้วยการใช้พลังงานทดแทน เช่น รถยนต์ไฮบริด รถไฟฟ้าขนาดเล็ก การใช้จักรยาน และการเดิน ซึ่งในเมืองสีเขียวได้ส่งเสริมการใช้จักรยาน การใช้รถไฟฟ้าขนาดเล็ก HA:MO ในระบบ EV Car Sharing เป็นพาหนะในการเดินทางเชื่อมโยงระหว่างจุดท่องเที่ยวในอยุธยา ซึ่ง Toyota HA:MO จะถูกนำมาวิ่งเป็นต้นแบบแห่งที่ 2 ต่อจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยพลังงานไฟฟ้าที่นำมาใช้กับ Toyota HA:MO มาจากแผงโซล่าเซลส์เก็บประจุไฟฟ้าไว้ใน เซลล์แบตเตอรี่ของรถยนต์โตโยต้าไฮบริดที่ใช้แล้ว (re-use) โดยมีสถานีชาร์จไฟฟ้า 2 แห่ง ตั้งอยู่ที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอยุธยา และหมู่บ้านญี่ปุ่น

สำหรับกิจกรรม “ทริป Low Carbon กับโตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา” ในครั้งนี้ คณะสื่อมวลชนได้เริ่มต้นเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังโตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา โดยรถยนต์คัมรี ไฮบริด ใหม่ ที่สะท้อนให้เห็นถึงเทคโนโลยีรถยนต์ไฮบริดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีส่วนช่วยในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่น้อยกว่ารถปกติทั่วไป จากนั้นจึงได้เข้าเยี่ยมชม “โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา” ศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแห่งแรกนอกโรงงานของ       โตโยต้าโดยมีเจ้าหน้าที่จากโตโยต้าเป็นผู้ให้ข้อมูลความรู้แก่สื่อมวลชน เริ่มต้นจากห้องบอร์ดนิทรรศการที่นำเสนอเรื่องราวการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า ตลอดจนสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมของโลกในปัจจุบัน จากนั้นเดินเยี่ยมชมตามจุดต่างๆภายในศูนย์ฯที่นำเสนอองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมทั้ง 5 ด้านของโตโยต้า อันได้แก่ การอนุรักษ์น้ำ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การจัดการขยะ การลดการใช้พลังงานและการใช้พลังงานทางเลือก และ การเดินทางอย่างยั่งยืน


ภายในงาน คณะสื่อมวลชนยังได้มีโอกาสทำกิจกรรมเวิร์คช็อปร่วมกันเพื่อเสริมความเข้าใจในองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า ทั้งการทดลองปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวตามหลักการปลูกป่านิเวศของศาสตราจารย์อากิระ มิยาวากิ โดยใช้พันธุ์ไม้ท้องถิ่น อาทิเช่น ยางนา คูณ กันเกรา ตะเคียน พยูง ฯลฯ การทดลองคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีและนำขยะที่คัดแยกแล้วมารีไซเคิลโดยการประดิษฐ์เป็นของที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนการทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก HA:MO ที่ใช้เชื่อมต่อโตโยต้าเมืองสีเขียว กับแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในเมืองอยุธยา ให้ทุกคนสามารถขับไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆเหล่านี้ได้


 


ทั้งนี้ โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา เปิดให้บริการทุกวัน สำหรับโซนสวนเปิดตั้งแต่เวลา 06.00 – 20.00 น. และโซนอาคารนิทรรศการ เปิดบริการตั้งแต่ 10.00 – 17.00 น.  โดยเปิดโอกาสให้ นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้เข้ามาเรียนรู้วิธีการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับทุกคน และถือเป็นจุดสนใจแห่งใหม่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา


โตโยต้า เมืองสีเขียว…เพื่อธรรมชาติ เพื่อทุกชีวิต