เพื่อนให้โจทย์มาว่ามีเวลา 3 วันอยากไปนอนในเมืองเชียงใหม่ 1 คืน แล้วนอนที่ไหนก็ได้นอกเมืองที่เดินทางง่ายแต่ได้สัมผัสธรรมชาติจริงๆ เราเลยรีบทำการบ้านแล้วเลือกที่พักนำเสนอเพื่อนสาว สุดท้ายเราทั้งสองคนเคาะว่าคืนแรกจะไปนอนแคมป์เก๋ๆ ที่แม่ริม ซึ่งเป็นครั้งแรกของเราสองคนที่จะได้นอนที่พักสไตล์แคมป์ปิ้ง ส่วนอีกคืนขอนอนเก๋ๆ ชิคๆ คูลๆ อยู่ในเมืองเพื่อที่จะได้ตะลุยเที่ยวในเมือง หาของกินอร่อย ได้อย่างสะดวกสบาย








ด้วยมนุษย์เงินเดือน(จำกัด)อย่างสองเรา จะหาตั๋วเครื่องบินบินไปสวยๆ ที่เชียงใหม่ก็แพงซะเหลือเกินเพราะเป็นช่วงปลายปี อากาศกำลังดี และเป็นไฮซีซั่น ส่วนรถไฟนอนชิคๆ คูลๆ ก็เต็มจ้า เลยสรุปว่านั่งรถทัวร์ปุเลงๆ ไปเหมือนเดิมละกัน ตอนแรกจะจองตั๋วของนครชัยแอร์ไปทั้งขาไปและกลับแต่เต็มตอนขาไปอีก เลยได้เฉพาะตั๋ววันกลับ ส่วนขาไปเราจึงหันไปซบอกพี่สมบัติทัวร์แทน

เราโทรจองตั๋วรถทัวร์ทางโทรศัพท์ แล้วไปจ่ายเงินที่เซเว่น ได้รถแบบ VIP ราคา 759 บาท รอบหนึ่งทุ่มสี่สิบนาทีโดยไปขึ้นรถที่บริษัทสมบัติทัวร์ บนนถนนวิภาวดีฯ หลักการรับตั๋วคือเราต้องนำใบเสร็จรับเงินจากเซเว่น แนะนำว่าเก็บไว้ให้ดีหรือถ่ายเอกสารไว้ก็ได้แล้วไปติดต่อรับตั๋วที่เคาน์เตอร์ก่อนรถออกอย่างน้อย 30 นาที 

รถที่เรานั่งเป็นแบบรถ VIP 30 ที่นั่ง มีจอแอลซีดี สามารถฟังเพลง ดูหนังได้ แต่จุดด้อยคือไม่มีช่องชาร์จโทรศัพท์(หรือมีแต่เราหาไม่เจอ) ที่นั่งสามารถปรับเอนนอนได้ประมาณ 135 องศา แต่สำหรับคนขายาวอาจจะอึดอัด เก้าอี้เป็นแบบเบาะนวดไฟฟ้า มีขนมและน้ำเสิร์ฟตลอด

พอตอนดึกๆ พนักงานจะจอดรถและแวะให้เราลงไปทานข้าวโดยมีคูปองทานข้าว ซึ่งถึงเวลานั้นก็กินอะไรไม่ค่อยลงแล้วค่ะ เพราะมันดึกมากๆ จึงอยากนอนพักผ่อนมากกว่า ซึ่งถ้ารถรอบดึกๆ แบบนี้น่าจะมีการแจกกล่องข้าวให้ทานตั้งแต่ขึ้นรถ ทานเสร็จจะได้หลับยาวรวดเดียวเลย

เรามาถึงสถานีขนส่งเชียงใหม่ตอนเวลาประมาณหกโมงเช้าแล้วนั่งรถแดงเพื่อไปยังขนส่งช้างเผือกค่ารถ คนละ 30 บาท จากนั้นก็ไปหารถสองแถวสีเหลืองที่เขียนป้ายว่าไปแม่ริมเพื่อเดินทางไปยังที่พักคืนแรกของเรานั่นก็คือ Camp Story เชียงใหม่ (โทร.094-251-1493) ที่พักสไตล์แคมป์เปิดใหม่ล่าสุดที่เราจะไปพักกันในคืนนี้

ประมาณ 1 ชั่วโมงรถเหลืองจากขนส่งช้างเผือกก็มาส่งเราที่บริเวณตรงข้ามกับแมคโครแม่ริม ค่ารถถูกมากๆ 15 บาทเท่านั้น 

แผนที่ GPS Camp Story เชียงใหม่

ทางเข้าไปยัง Camp Story จะอยู่ใกล้กับร้านชุมทางหาดใหญ่ เป็นร้านอาหารใต้เช้านี้เราเลยฝากท้องไว้ที่นี่ แอบตลกตัวเองเหมือนกันว่ามาเชียงใหม่แต่อาหารเช้ามื้อแรกเป็นร้านอาหารใต้ ช่างย้อนแย้งยิ่งนัก

กาแฟโบราณและชาแก่ๆ กับไข่กระทะ และโจ๊กร้อนๆ คืออาหารเช้าของเราในวันนี้

จากหน้าทางเข้า Camp Story ที่ติดถนนใหญ่เดินเข้ามาเรื่อยๆ ก็จะพบกับส่วนของที่พักซึ่งสร้างเป็นแคมป์สีขาวตั้งเรียงราย ฉากหลังเป็นภูเขา บรรรยากาศเป็นส่วนตัว ถือว่าเป็นที่พักบรรยากาศดีที่เดินทางง่าย และใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่อีกด้วย

เต็นท์ของเราที่จะนอนกันในคืนนี้ค่ะ น่ารักมากๆ ราคา 1,500 บาท/คืนเท่านั้น รวมอาหารเช้า โดยภายในเต็นท์จะไม่มีเครื่องปรับอากาศและห้องน้ำในตัวนะคะ แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาเลย

มีกระเป๋าผ้าสำหรับใส่ของตอนเข้าห้องน้ำ

ภายในเต็นท์มีพัดลม น้ำดื่ม ปลั๊กไฟ รองเท้าแตะ และสัญญาณไวไฟที่ค่อนข้างแรงทีเดียวค่ะ ในตอนกลางวันจะค่อนข้างร้อน ซึ่งปกติก็จะไม่ค่อยมีใครพักตอนกลางวัน โดยหลายคนจะไปเที่ยวที่เที่ยวรอบๆ แม่ริมกันแล้วค่อยกลับมาพักตอนเย็นๆ

มีรถเช่าให้บริการด้วยนะคะ ราคาวันละ 600 บาทเท่านั้น แต่ต้องติดต่อจองกับทางที่พักก่อนนะคะ

เมื่อได้รถแล้วเราก็ออกไปเที่ยวกันเลยโดยที่แรกที่ไปคือ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ซึ่งตั้งอยู่ที่แม่ริม ไม่ไกลจากที่พัก ขับรถประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้วค่ะ

แผนที่ GPS สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

ค่าบริการผู้ใหญ่คนละ 40 บาท เด็ก 20 บาท ถ้านำรถเข้าไปเสียคันละ 100 บาท เปิดทำการ 8.30-16.30 น. โทร. 053-841-234

จุดแรกที่ไปชมคือเส้นทางเดินเหนือเรือนยอดไม้ (Canopy Walks) ที่มีระยะทางถึง 400 เมตร สูงเหนือพื้นดินกว่า 20 เมตร เดินชิล ชมธรรมชาติ และถ่ายรูปเก๋ๆ

ต่อด้วยกลุ่มอาคารเรือนกระจกที่ประกอบด้วยเรือนกระจก 12 โรงเรือนภายใน แต่ที่เราชอบที่สุดคือเรือนกระจกของพืชทนแล้งที่มีแค็กตัสทั้งใหญ่และเล็กมากมายให้ถ่ายรูปสวยๆ กันเพลินเลยล่ะค่ะ

มีมุมถ่ายรูปฮิปๆ ให้เลือกเยอะมากๆ

ต้นเล็กๆ น่ารักก็มีให้ชมเยอะมากใครชอบแค็กตัสมาที่นี่รับรองว่าอยู่ได้ทั้งวันเลยล่ะค่ะ

จากนั้นเราขับรถไปกันต่อยังม่อนแจ่มค่ะ ทางขึ้นค่อนข้างชัน และมีโค้งเยอะมากๆ เราที่เคยแต่ขับรถติดอยู่ในเมืองพอมาเจอเส้นนี้ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันค่ะ แต่มาถึงก็ชื่นใจเลยเพราะตอนที่เราไปดอกไม้บนม่อนแจ่มกำลังบานเลยล่ะค่ะ


ด้านบนม่อนแจ่มจะมีร้านกาแฟ ร้านอาหารให้บริการได้นั่งจิบกาแฟชมวิวชิลๆ แบบนี้มันฟินสุดๆ ไปเลย

พอลงจากม่อนแจ่มมาปุ๊บเพื่อนสาวก็พูดขึ้นมาว่าอยากทานอาหารเหนืออร่อยๆ เราทั้งสองเลยขับเข้าไปในตัวเมืองเชียงใหม่ ไปทานร้านอาหารเหนือที่ร้านฮ้านถึงเจียงใหม่ ตั้งอยู่ในซอยวัดอุโมงค์ เป็นร้านเล็กๆ แต่คุณภาพไม่เล็กเลยค่ะ เพราะอร่อยทุกเมนู เมนูที่เราสั่งมาทานในวันนี้ได้แก่  ตำขนุน เชียงดาผัดไข่ คั่วเห็ดเผาะ หมกปลาทู สั่งมาทานกัน 2 คน จ่ายตังค์คนละ 100 กว่าบาทเท่านั้น ถูกมากๆ 

แผนที่ GPS ร้านฮ้านถึงเจียงใหม่

ร้านฮ้านถึงเจียงใหม่ 63/9 ซอย สุเทพ ตำบล สุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่

เปิดบริการ 9.00-21.00 น.

โทร.091-076-6100


ประมาณ 5 โมงเย็นเราขับรถกลับมายังที่พัก อากาศเริ่มเย็นลง บรรยากาศชิลสบายๆ มีลมเย็นพัดมาตลอดเวลา 

พระอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้าไปหลังทิวเขา แสงไฟของที่พักค่อยๆ เริ่มส่องแสงขึ้นมา อากาศจากเย็นเริ่มกลายเป็นหนาว บรรยากาศแบบนี้เหมาะกับการมานอนซุกในผ้าห่มหนาๆ ยิ่งนัก

ห้องน้ำของที่พักจะแยกตัวออกไปโดยแยกโซนชายหญิง แม้จะเป็นห้องน้ำรวมก็สะอาดมากๆ เลยค่ะ มียาสระผม แชมพู และไดร์เป่าผม พร้อมตู้ล็อกเกอร์ให้บริการในห้องน้ำ 

มื้อค่ำวันนี้เราสั่งเซ็ตบาร์บีคิวของที่พักราคา 250 บาทที่มีทั้ง เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ และผักรวมให้ทานสำหรับสองท่าน 

ทางที่พักมีบริการเตาให้ 1 เตา สำหรับ 1 กรุ๊ปเลยค่ะ สะดวกสบายมากๆ 

บาร์บีคิวของที่นี่อร่อยมากๆ ยิ่งทานกับเครื่องดื่มเย็นๆ ยิ่งทำให้ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนสุดประทับใจ

บรรยากาศยามค่ำคืนค่ะ สวยงามมากๆ ดาวบนฟ้าส่องแสงทอประกาย จนเราลืมแสงสีในเมืองไปเลยล่ะค่ะ


เช้านี้เราตื่นมาพร้อมกับความสดใส มาตระเวนถ่ายรูปปิดท้าย และเตรียมทานอาหารเช้าอร่อยๆ ที่ทางที่พักเตรียมไว้ให้

อาหารเช้าของวันนี้คือเป็นชุดอเมริกันเบรคฟาสท์ พร้อมผลไม้ และน้ำผลไม้ อร่อยมากๆ

จองที่พักออนไลน์ Camp Story เชีียงใหม่


หลังจากเช็คเอาท์ออกจาก Camp Story ปุ๊บก็โบกรถเหลืองนั่งเข้ามาในตัวเมืองเชียงใหม่และลงแถวๆ กาดหลวง ซึ่งที่พักในคืนที่สองนี้เราจะเปลี่ยนโหมดจากที่พักสไตล์แคมป์ไปนอนหรูๆ ชิคๆ ที่ โฮเทล เดส อาร์ตติส ปิง ซิลลูเอท(Hotel des Artists Ping Silhouette) ตั้งอยู่บนถนนเจริญราษฎร์ใกล้ๆ กับวัดเกตุและตลาดวโรรส 

แผนที่ GPS โฮเทล เดส อาร์ตติส ปิง ซิลลูเอท(Hotel des Artists Ping Silhouette) เชียงใหม่

พอมาถึงก็ได้รับเวลคัมดริงค์เป็นน้ำส้มเย็นๆ ชื่นใจ

พนักงานที่นี่ดูแลดีมากๆ ค่ะ พาเราไปยังห้องพักและแนะนำสิ่งอำนวยความสะดวกให้ด้วย โดยห้องพักที่เราพักในคืนนี้เป็นห้อง River Room มีระเบียงสามารถมองเห็นวิวสระว่ายน้ำและแม่น้ำปิง

ที่พักดีไซน์โซนสีขาว ดำ สุดเท่ๆ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่มีกลิ่นอายจีน และสไตล์ล้านนาผสมผสานกันอย่างลงตัว

ที่นั่งริมระเบียงสำหรับนั่งชิล

ห้องนอนกว้างขวางสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

 

มินิบาร์ในตู้เย็นทานได้ทั้งหมด พร้อมยังมีส้มให้ทานในห้องอีกด้วย

 

ห้องน้ำเก๋ไก๋มีอ่างอาบน้ำที่สามารถเปิดประตูเชื่อมต่อไปยังระเบียงได้

พื้นที่ตรงกลางที่ดีไซน์เป็นคอร์ทเปิดเพดานโล่ง ให้แสงสว่างส่องถึง

บริเวณล็อบบี้ที่ถ่ายจากชั้นสอง

มีมุมให้ถ่ายรูปเก๋ๆ เยอะมากๆ 

มี Afternoon tea ฟรีซึ่งจะมีบริการเวลา 14.00-17.00 น. ที่บริเวณร้าน Cafe des Artists โดยสามารถแจ้งชื่อห้อง พนักงานก็จะเสิร์ฟชาหอมๆ 1 กา กับขนมปัง เนย นมน้ำตาลรสนุ่มอร่อยมากๆ

บริเวณสระว่ายน้ำได้อารมณ์ความเป็น Silhouette มากๆ

พอเช็คอินเสร็จปุ๊บเราก็ตระเวนไปเที่ยวในเมืองกันค่ะ ซึ่งเราเช่ารถมอเตอร์ไซค์จากร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ที่อยู่ใกล้ๆ กับที่พักขับเที่ยวรอบเมืองค่าเช่าวันละ 200 บาทเท่านั้น ใช้บัตรประชาชนในการเช่าและเงินประกัน 3,000 บาท 

ที่แรกที่ขับไปเที่ยวก็คือวัดพระสิงห์วรมหาวิหารเป็นวัดเก่าแก่และมีชื่อเสี่ยงอีกแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1888 ประดิษฐานพระสิงห์ (พระพุทธสิหิงค์) พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่และแผ่นดินล้านนา

แผนที่ GPS วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เชียงใหม่

ไหว้พระกันแล้วก็เริ่มหิวแล้วล่ะค่ะ เลยขับมอเตอร์ไซค์ไปหาของอร่อยแถวนิมมานฯ โดยร้านที่เรามาทานกันในวันนี้ก็คือร้านคั่วไก่นิมมาน ที่มีเมนูเด็ดก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่กระทะร้อนให้ลิ้มลองกัน

แผนที่ GPS ร้านคั่วไก่นิมมาน เชียงใหม่

เมนูที่ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่อบไข่กระทะร้อนราคา 70 บาท เสิร์ฟมาแบบกระทะร้อนมีไข่ออนเซ็นโปะมาด้านบน เวลาทานก็ปรุงรสตามชอบใจหรือจะบีบซอสพริกนิดนึงก็อร่อยแล้วค่ะ

ร้านคั่วไก่นิมมาน
ที่ตั้ง : 9/1 ซ.สายน้ำผึ้ง ถ.ศิริมังคลาจารย์ ต.สุเทพ เมืองเชียงใหม่
โทร. 082-180-1177


อิ่มจากก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่กันแล้วก็ไปหาคาเฟ่นั่งชิลทานขนมอร่อยที่ร้าน  Muan Cafe คาเฟ่เปลญวนสุดเก๋ ที่เป็นทั้งโฮสเทล และคาเฟ่ในตัว ตั้งอยู่ข้ามประตูท่าแพชนิดข้ามถนนก็ถึง 

แผนที่ GPS ร้าน Muan Cafe เชียงใหม่

เปลญวนนอนสบายจนแอบเผลอหลับเลยล่ะค่ะ

มิกซ์ฟรุ้ต สปาร์คกิ้ง สีสดใส หวานเย็นชื่นใจมากๆ 



Muan Cafe (ม่วน คาเฟ่)

ที่ตั้ง : 4/5 ถ.ชัยภูมิ อ.เมือง เชียงใหม่(คูเมืองฝั่งใน เยื้องลานประตูท่าแพ) 

โทร : 053 235 440


ในยามค่ำคืนเรามานอนเล่นหาของกิน และช้อปปิ้งของฝากที่ถนนท่าแพ ซึึ่งเต็มไปด้วยร้านค้า และนักท่องเที่ยวมากมาย โดยจะมีให้เดินกันเฉพาะวันอาทิตย์ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไปค่ะ 

แผนที่ GPS ถนนคนเดินท่าแพ เชียงใหม่


วันสุดท้ายก่อนเช็คเอาท์เราทานมื้อเช้าสุดอร่อยภายในห้องอาหารของ โฮเทล เดส อาร์ตติส ปิง ซิลลูเอท โดยเขาจะให้เลือกว่าจะทานเมนูหลักเป็นอะไร มีทั้ง อเมริกันเบรคฟาสท์ ข้าวต้ม อาหารไทย แต่เราขอเลือก Poached Eggs เป็นอาหารหลัก เสิร์ฟมาพร้อมผักสลัด (น้ำสลัดอร่อยมากๆ ) ขนมปังปิ้ง ปาท่องโก๋ น้ำเต้าหู้ ผลไม้ เรียกว่าเป็นอาหารเช้าที่อิ่มและเต็มไปด้วยประโยชน์จริงๆ ค่ะ

Poached Eggs สุดอร่อย ทานกับเบค่อน ขนมปัง และมันฝรั่งทอด

จองที่พักออนไลน์ โฮเทล เดส อาร์ตติส ปิง ซิลลูเอท เชียงใหม่


ขากลับเราจองรถทัวร์ของบริษัทนครชัยแอร์กลับกรุงเทพฯ รอบ 10.00 น. ซึ่งรถของนครชัยแอร์นั้นสภาพใหม่ และน่านั่งมากๆ มีจอแอลซีดี มีที่ชาร์จโทรศัพท์ เบาะเป็นเก้าอี้ไฟฟ้า และมีเสิร์ฟน้ำและอาหารตลอดทาง แต่ข้อเสียของนครชัยแอร์คือไม่จอดแวะที่ไหนเลย ถ้าต้องการเข้าห้องน้ำสามารถใช้บริการห้องน้ำในรถได้ แต่การนั่งรถเป็น 10 ชั่วโมง นั้นถ้าได้แวะลงไปยืดแข้งยืดขา เข้าห้องน้ำน่าจะดีกว่าการนั่งรถยาวๆ 10 ชั่วโมงรวด ดังนั้นใครจะไปเชียงใหม่ด้วยรถทัวร์เราแนะนำว่าถ้านั่งตอนกลางคืนอยากนอนยาวๆ ให้จองนครชัยแอร์ค่ะ ส่วนถ้าเดินทางกลางวันแนะนำจองสมบัติทัวร์ที่จอดแวะทานอาหารให้ลงไปยืดเส้นยืดสายจะสะดวกสบายกว่า

ใครที่อยากลองนั่งรถทัวร์ไปเที่ยวเชียงใหม่ก็ลองจองไปกันดูนะคะ เพราะราคาประหยัดและยังสะดวกสบายอีกด้วย  


หาข้อมูลรีวิวนี้ได้ง่ายๆ แค่เพิ่มเพื่อน Line ID : @Chillpainai แล้วพิมพ์คำว่า : เที่ยวเชียงใหม่





Line ID : @Chillpainai ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องท่องเที่ยว หาข้อมูลเที่ยวได้ 24 ชั่วโมง

แค่พิมพ์ชื่อเมืองเช่น หัวหิน พัทยา เชียงใหม่ ก็ได้ข้อมูลทันที