ได้มีโอกาสมาเที่ยวเมืองฝนแปดแดดสี่อย่าง ร ะ น อ ง จังหวัดเล็กๆทางภาคใต้ครั้งแรกก็ตกหลุมรักโครมใหญ่เข้าอย่างจัง ! จังหวัดอะไร ทั้งน่ารัก อาหารอร่อย แถมผู้คนยังเป็นมิตรสุดๆ หรือถ้าอยากจะข้ามไปเที่ยวทางฝั่งทะเลเพื่อนบ้านก็ยังทำได้ง่ายๆ แบบทริปนี้ไงที่เราจะพาทุกคนไปตะลุยระนอง-เมียนมาร์ โอบท้องฟ้าสีคราม กอดทะเลสวย น้ำใสที่กำลังมาแรงสุดๆในเวลานี้อย่างเกาะนาวโอพีในเวลา 3 วัน 2 คืนกันล่ะ ถ้าพร้อมแล้วก็เก็บกระเป๋ารีบตามเรามาโลดดดด ~






เพื่อให้ไม่เป็นการเสียเวลา ทริปวันนี้ของเราเลยเลือกเดินทางด้วยสายการบินนกแอร์ไฟลท์ประมาณ 9 โมงเช้า เรียกว่าไม่เช้าไปและไม่สายไป กำลังดี เพื่อที่จะได้มีเวลาเหลือไปเที่ยวที่อื่นได้ต่อ


และในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งนิดหน่อย เราก็เดินทางสู่สนามบินระนองโดยสวัสดิภาพแล้วจ้า


ก่อนอื่นต้องแวะมาที่นี่เลย พระราชวังรัตนรังสรรค์ พระราชวังจำลอง อันเป็นที่ประทับเก่าแก่ของพระมหากษัตริย์มากถึง 3 รัชกาล โดยสร้างขึ้นจากวังที่รัชกาลที่ 5 เสด็จมาประทับครั้งที่มาเยี่ยมเมืองทางใต้ เปรียบได้กับแลนด์มาร์คของชาวระนองเลยก็ว่าได้



ลักษณะโดยทั่วไปเป็นตำหนักไม้ขนาดยาว ด้านหน้ามีอนุสาวรีย์รูปคนร่อนแร่ อันเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองระนองที่ขึ้นชื่อเรื่องแร่ธาตุที่อุมสมบูรณ์ในอดีตนั่นเอง



ภายในมีห้องบรรทม ห้องทรงงาน และจุดบรรยายต่างๆเหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์กลางเมืองขนาดย่อมๆ นอกจากนี้ที่ชั้นบนของพระราชวังยังสามารถมองเห็นวิวตัวเมืองระนองได้อีกด้วยค่ะ



บินมาตั้งแต่เช้า ท้องเราก็ชักจะเริ่มหิว แวะมาอิ่มอร่อยกับอาหารท้องถิ่นที่ร้านอาหารไทยขึ้นชื่ออย่าง “คุ้นลิ้น” ด้วยกันสักนิด


คุ้นลิ้นเป็นร้านเก่าแก่คู่เมืองระนอง ตั้งอยู่ใกล้ๆกับบ่อน้ำพุร้อนรักษะวาริน ด้านในตกแต่งด้วยหุ่นขี้ผึ้งตัวการ์ตูนและฮีโร่เก๋ๆน่าถ่ายรูปมากมาย ถูกใจคนทุกเพศทุกวัย เมนูเด็ดของที่นี่มาแล้วต้องลองเลย ปูนิ่มสติ๊ก ปูนิ่มชุบแป้งทอดเสียบไม้ ทานคู่กับน้ำจิ้มสูตรเฉพาะที่ทั้งมัน ทั้งกรุบกรอบ และของหวานอย่างเฉาก๊วยชาเย็น รสชาติเข้มข้นหอมกลิ่นชานม กับเฉาก๊วยชิ้นใหญ่ เคี้ยวหนึบหนับเพลินสุดๆ



อ้อๆ แล้วก่อนกลับก็อย่าลืมเขียนคอมเม้น หรือคำอวยพรที่ตุ๊กตาไล่ฝนกันด้วยนะจ๊ะ เป็นอีกหนึ่งกิมมิคเก๋ๆของร้านที่เห็นแล้วต้องร้องว่า #น่ารักหนักมว๊ากก ><


มีเรี่ยวแรงเหลือเฟือ เราแวะมาต่อที่หาดส้มแป้น หมู่บ้านเล็กๆแสนน่ารัก ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมเก่าแก่ของจังหวัดระนองเมืองฝนแปดแดดสี่แห่งนี้กันต่อ 


ที่หาดส้มแป้นแห่งนี้ เค้าขึ้นชื่อเรื่องการเพ้นท์เซรามิก และ OTOP ระดับ 5 ดาวเชียวล่ะ พอมาถึงทั้งที เราเลยไม่พลาดที่จะเพ้นท์เซรามิกเป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านไปคนละชิ้นสองชิ้น ซึ่งก็มีให้เลือกเพ้นท์ทั้งแก้วน้ำ กระถางต้นไม้ ตุ๊กตา หรือใครไม่อยากเลอะเทอะเปรอะเปื้อน ทางกลุ่มก็ยังมีผลิตภัณฑ์เซรามิกแบบเสร็จสมบูรณ์วางขายให้ได้เลือกช้อปตามใจชอบในราคาเบาๆกันอีกเพียบ 



ตะวันคล้อยลอยต่ำเตี่ยใกล้ตกดินเต็มแก่ แต่วันนี้ของเรายังไม่สิ้นสุด เพราะเรามีแพลนมุ่งหน้ามายังท่าเรือประภาคาร เตรียมตัวไปล่องเรือโบราณสุดคลาสสิค “เดอะ ระยัล อันดามัน” ชมเมืองเล็กๆอันแสนอบอุ่น เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่จังหวัดระนองในยุคเหมืองแร่ ปีร.ศ.109 กันอีกครั้ง



ระหว่างที่อยู่บนเรือก็จะมีอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงของหวานคอยบริการตลอด เรียกว่าไม่มีหิวแน่นอน โดยเรือจะพาเราล่องรับลมไปเรื่อยๆจนถึงบริเวณเกาะสองของประเทศเมียนมาร์ ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านรอบๆหมู่บ้านริมน้ำ ก่อนจะปิดท้ายวันนี้ด้วย กิจกรรมลอยกระทงกะลาไปพร้อมๆกับชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน 



ในค่ำคืนนี้เราเช็คอินกันที่ The Galla โรงแรมบูติกสุดชิคน้องใหม่ใจกลางเมืองระนองกันค่ะ ห้องพักกว้างขวาง ใหม่ สะอาด มาพร้อมสระว่ายน้ำ จะเดินทางไปไหนก็สะดวก





ตื่นมาทานมื้อเช้าแบบจัดเต็ม ก่อนจะเช็คเอาท์เตรียมออกไปตะลุยทะเลพม่ากันแล้วจ้าาาาา 


ขนของขึ้นเรือ ระหว่างรอยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ไปพลางๆ ไม่นานเอกสารก็เรียบร้อย สำหรับทริปทัวร์ทะเลพม่ารอบนี้เราออกเดินทางร่วมกับทีม Love Andaman ทีมงานมืออาชีพในการเที่ยวทะเลเลยค่ะ ทุกคนดูแลเราดีมากๆ ตลอดเวลาที่อยู่บนเกาะเลย 

ขึ้นเรือมาได้ ทางทีมงานก็เริ่มประกาศกฎของเกาะ และเวลาที่ใช้เดินทางกันประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที หลังจากนั้นเราก็ทำการหลับยาวๆเป็นการเก็บแรงกันไป


ถึงแล้วจ้า นาวโอพี ! ทะเลเพื่อนบ้านที่มาแรงแรงสุดๆในขณะนี้ เรียกได้ว่าสวยงามสมค่ำร่ำลือจริงๆ 



เราแวะกันที่ หาดมาดาม ก่อนเป็นอันดับแรก ขนาดมองจากบนเรือยังเห็นเลยว่าน้ำทะเลนี่ใสแจ๋วราวกับกระจก ตัดกับท้องฟ้าสีครามที่วันนี้แดดดีสุดๆ ไหนจะหาดทรายที่นุ่มละเอียดเหมือนเม็ดแป้ง เดินแล้วนิ่มสบายเท่ามั่ก มุมถ่ายรูปก็เยอะแยะไปหมด ที่สำคัญคือสามารถเล่นน้ำจากหน้าหาดได้เลย



ปล่อยให้เพื่อนๆลอยคอกับแพยาง ถ่ายรูป เล่นน้ำกันไปพักใหญ่ และแล้วก็มาถึงเวลาที่เราและหลายคนลอยคอ รอคอย นั่นก็คือ….กิจกรรม Snokeling รอบเกาะนั่นเอง ท๊าดาาา ~ 


ประเดิมกันด้วยจุดแรกที่มีชื่อเพราะๆหวานๆว่า The Letter เกาะหินปูน ไม่มีชายหาด มีต้นไม้ขึ้นอยู่ต้นเดียว เดี่ยวๆ เหมือนหนังเรื่อง The Letter เลยได้ชื่อนี้ไปครอบครอง จุดเด่นของเกาะนี้อยู่ที่ใต้น้ำ เนื่องจากเป็นจุดที่มีปะการัง Coral อุดมสมบูรณ์ ปลาดาวขนนกสีสันสดใส ตลอดจนปะการังอ่อนสีสวยงามเหมือนภาพวาดเลยล่ะค่ะ 



จากนั้นเรามาต่อกันที่เกาะภูเขาไฟ บ้านหลังน้อยของบรรดาเหล่าดอกไม้ทะเล ทั้งยังเป็นแหล่งอาศัยของเจ้านีโน่สีส้มหน้าตาน่ารัก และฝูงปลาอื่นนับหมื่นๆตัว 


หลังจากฟินเกินบรรยายที่โลกใต้ทะเลไปแล้ว เรากลับเข้าฝั่งมายังเกาะสอง เพื่อเช็คอินเข้าพักในคืนนี้กันที่ Victoria Cliff Hotel & Resort กันล่ะ



Victoria Cliff Hotel & Resort รีสอร์ทสุดหรูที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงในพื้นที่ของเกาะสอง ในยามเช้าสามารถมองเห็นวิวทะเลสวยๆของเมียนมาร์ได้แบบไกลสุดลูกหูลูกตา และยังมีสระว่ายน้ำแบบ infinity pool รวมถึงสะพานไม้ที่ทอดยาวลงไปในทะเล เป็นเอกลักษณ์ประจำรีสอร์ท 


แต่ไฮไลท์อีกหนึ่งอย่างทื่นักท่องเที่ยวชื่นชอบเป็นพิเศษ คงหนีไม่พ้นโชว์การแสดงพื้นบ้าน และโชว์ควงกระบองไฟจากหนุ่มสาวพนักงาน ที่ทำหลายคนต้องร้องโอ้โหด้วยความตื่นเต้น ตลอดระยะเวลาการโชว์ เรียกว่าได้ทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจ พร้อมฝันดีแน่นอน






วันสุดท้ายยังพอมีเวลาเหลืออยู่ไม่ต้องรีบไปไหนเลยถือโอกาสสำรวจเกาะสอง ดินแดนทางตอนใต้ของฝั่งประเทศเมียนมาร์ซะเลย !




เริ่มต้นที่ วัดปิดอร์เอ หรือ เจดีย์ปิดอร์เอ ศาสนสถานสำคัญของประเทศพม่า อันหมายถึงเจดีย์แห่งความสงบร่มเย็น ไกด์แอบกระซิบเรามาว่า วันนี้ต่อให้มาตอนเที่ยงก็ไม่ร้อนเลยค่ะ สงบร่มเย็น สมชื่อจริงๆ นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมวิวมุมสูงที่สวยสุดๆอีกหนึ่งแห่งซะด้วย เพราะตัววัดตั้งอยู่บนเนินเขา จึงสามารถมองเห็นบ้านเรือนของชาวพม่าและทะเลพม่าได้อย่างชัดเจนนั่นเอง



มาแล้วต้องไม่พลาด กราบพระขอพรหลวงพ่อทันใจ ที่ชาวเกาะสองให้ความศรัทธา เคารพนับถือกันเป็นอย่างมาก รวมถึงยังมีพระพุทธรูปประจำวันเกิดให้เราเลือกทำบุญคล้ายๆกับวัดที่ไทยด้วยค่ะ



จากนั้นมาช้อปปิ้งต่อที่ตลาดร่างสุเวนีย์ แหล่งสินค้าพื้นเมือง และของที่ระลึกจากไม้แกะสลัก ผ้าโสร่ง ตลอดจนสิ้นค้าพื้นเมืองอื่นๆ เป็นของฝากติดไม้ติดมือก่อนกลับบ้านกันคนละชิ้นสองชิ้น



มื้อสุดท้ายของทริปก็ต้องจัดหนักจัดเต็มกันหน่อย จัดไปเลย เคียงเล ร้านอาหารซีฟู้ดท้องถิ่นชื่อดัง ที่ตั้งอยู่ริมชายทะเลสมชื่อ ให้เราได้อิ่มอร่อยกับซีฟู้ดสดใหม่และสัมผัสความงดงามของท้องทะเลระนองไปพร้อมๆกัน แน่นอนว่าเมนูเด็ดขึ้นชื่อของที่นี่ ต้องเป็นเจ้าปูจั๊กจั่นตัวใหญ่ยักษ์ เนื้อหว๊านหวาน ก้ามโตๆ ฟินอย่าบอกใคร



ใครๆก็บอกว่าระนองขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองน้ำแร่ ดังนั้นก่อนจะจบทริป 3 วัน 2 คืน เราก็ต้องหาโอกาสมาแช่น้ำกันที่สวนสาธารณะรักษะวาริน บ่อน้ำแร่ใจกลางเมืองระนองเป็นการส่งท้ายก่อนกลับบ้านสักหน่อย เพื่อให้มิชชั่นคอมพลีททท ~ 



โอ้โห ! กล้าพูดเลยว่ามาแค่ 3 วัน ยังหลงรักขนาดนี้ เอาเป็นว่าคราวหน้ามีโอกาสนานกว่านี้เมื่อไหร่ ไว้ค่อยเจอกันใหม่นะจ๊ะระนองงง :D




เรื่องและภาพโดยชิไปไหน

ขอบคุณทริปดีๆจาก KTC 




Line ID : @Chillpainai ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องท่องเที่ยว หาข้อมูลเที่ยวได้ 24 ชั่วโมง

แค่พิมพ์ชื่อเมืองเช่น หัวหิน พัทยา เชียงใหม่ ก็ได้ข้อมูลทันที