Iphone 8 / 8 Plus

     สิ้นสุดการรอคอยสำหรับ Iphone 8 และ Iphone 8 Plus ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปที่เรียบร้อยแล้วเมื่อคืนวันที่ 12 ก.ย. 2560 ตามเวลาประเทศไทย เรามาดูข้อมูลว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง




Iphone 8 ตัวเครื่องมีขนาด 138.4x67.3x7.3 มิลลิเมตร น้ำหนัก 148 กรัม หน้าจอแสดงผลขนาด 4.7 นิ้ว แบบ True Tone Display (IPS LCD) ความละเอียด 1334 x 750 พิกเซล (326 ppi)


- Iphone 8 Plus ตัวเครื่องมีขนาด 158.4x78.1x7.5 มิลลิเมตร น้ำหนัก 202 กรัม หน้าจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้ว แบบ True Tone Display (IPS LCD) ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (401 ppi)



- ดีไซน์โดยรวมไม่เปลี่ยนแปลง -*- แต่มีการเปลี่ยนวัสดุโดยตัวเครื่องเป็นกระจกกับอลูมิเนียม

- ชิพเซ็ต Apple A11 Bionic แบบ 6-Core Processor (64-bit) ที่เล็กลงแต่แรงขึ้น โดยแรงขึ้น 25% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ประหยัดไฟมากขึ้น รองรับการการเล่นเกมมากมาย พร้อมกับข้างในมีการประมวลภาพลดการเกิด Noise และ การถ่ายภาพที่ดีขึ้น

- กล้อง iPhone 8 และ iPhone 8 Plus นั้นมีขนาด 12 ล้านพิกเซล แต่มีเซนเซอร์ (Sensor) ใหม่รองรับฟิลเตอร์ใหม่ แต่ว่าภาพรวมไม่ได้เปลี่ยนอะไรมากนัก เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม Noise ลดลงสีสันสดขึ้นและรายละเอียดของภาพที่แสงน้อยดีขึ้น และ Portait Mode ละลายหลังดีขึ้น (มีเฉพาะ iPhone 8 Plus)

- กล้องด้านหน้าแบบ FaceTime ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง F/2.2 

- การถ่ายวีดีโอก็เร็วขึ้นในเรื่องของการประมวลผล จับได้ทุกวินาทีแถมด้วยการถ่าย 4K แบบ 60FPS ที่เร็วขึ้นด้วยเช่นกันและ Slow Mo ได้ 240 FPS แล้วเช่นกัน แถมรองรับการถ่ายวีดีโอจาก HDR


- ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่น IP67



- เทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย Qi Wireless Charging

- ฟีเจอร์ 3D Touch และ Touch ID ที่ปุ่ม Home

- หน่วยความจำภายในตัวเครื่องขนาด 64 GB และ 256 GB

- มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Gold, Silver และ Space Gray



Iphone X หรือ อ่านว่า ไอโฟน เท็น

      ใครที่เฝ้าติดตามเรื่องของ Iphone X มาทราบกันดีว่า Apple จะออกรุ่นที่ฉลองครบรอบ 10 ปี iPhone ซึ่งเมื่อคืนก็มีการเปิดตัวและเผยรายละเอียดทุกอย่างแล้วเรียบร้อยซึ่งรายละเอียดหลายอย่างมีความน่าสนใจมากมายทั้งดีไซน์ใหม่ และฟังก์ชันใหม่ พร้อมกับประกาศราคาออกมาอย่างเป็นทางการ เรามาดูข้อมูลสรุปของเจ้า Iphone X กันว่าจะน่าใช้ขนาดไหนกัน



- จอแบบหน้าจอไร้ขอบ หน้าจอแบบใหม่เป็น Super Retina Display ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียดที่ 2436 X 1125 แบบ OLED technology



- ชิพเซ็ตเป็น Apple A11 Bionic CPU 6 Core ประมวลผลเร็วขึ้น 25% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

- เพิ่ม Animoji (อีโมจิแบบขยับได้ตามหน้าเรา)

- มี GPU แยกออกมาต่างหากเป็นครั้งแรกเพื่อประมวลผลกราฟิกสูงๆ

- กล้องด้านหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 และบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD

- กล้องหลังเป็นแบบคู่แนวตั้ง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลทั้งสองตัว แต่รูรับแสงแบ่งเป็น F1.8 และ F2.4 มีเซ็นเซอร์ใหม่ที่ใหญ่กว่า และมีระบบกันสั่นที่กล้องทั้งสองตัว และรองรับเทคโนโลยี AR



- มี Face ID จดจำใบหน้า และสแกนทั้งใบหน้าเพื่อปลดล็อคหรือยืนยันตัวตน (ลาก่อน Touch ID และปุ่ม Home) ใช้เซ็นเซอร์ 4 ตัวในการประมวลผลเพื่อจดจำใบหน้าโดยทำงานร่วมกับเทคโนโลยี TrueDepth Camera System ประมวลความลึก และความชันของพื้นผิวใบหน้าจากนั้นจะใช้ Neural Network  วิเคราะห์และสร้างหน้าขึ้นมาเพื่อปลดล็อก ดังนั้นปลอดภัยแน่นอน



- เทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย Qi Wireless Charging



- แบตฯ อึดขึ้น 2 ชั่วโมง เมื่อเทียบ iPhone 7

- ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่น IP67

- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และ 256GB

- มี 2 สีให้เลือกคือสี Space Gray และ Silver


สรุปราคา

- iPhone 8 ราคาเริ่มต้น 699 ดอลล่าร์ (ประมาณ 23,000 บาท) แบ่งเป็นรุ่น 32GB,128GB และ 256GB

- iPhone 8 Plus ราคาเริ่มต้น 799 ดอลลาร์ (ประมาณ 26,400 บาท) แบ่งเป็นรุ่น 64GB และ 256GB

- iPhone X ราคาเริ่มต้น 999 ดอลลาร์ (ประมาณ 33,000 บาท)  แบ่งเป็นรุ่น 64GB และ 256GB


สรุปวันขาย

- iPhone 8 และ iPhone 8 Plus วางขายวันที่ 27 กันยายน 2017

- iPhone X วางขาย 3 พฤศจิกายน 2017

ในไทยน่าจะวางขายช่วงปลายเดือนตุลาคม 2017 โน่นเลย

Line ID : @Chillpainai ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องท่องเที่ยว หาข้อมูลเที่ยวได้ 24 ชั่วโมง

แค่พิมพ์ชื่อเมืองเช่น หัวหิน พัทยา เชียงใหม่ ก็ได้ข้อมูลทันที