ถ้าคุณร้อนกาย ก็ดับด้วยน้ำเย็น

ถ้าคุณร้อนใจ ก็ดับด้วยน้ำใจ

ถ้าคุณวุ่นวายจากสังคมเมือง ก็ไปพักผ่อนกับวิถีชีวิตที่สงบ

ถ้าคุณเริ่มมองไม่เห็นความรัก ลองออกไปสัมผัสความรักจากผู้อื่น

ถ้ารอยยิ้มที่คุณเห็นมันไปไม่ถึงดวงตา ลองเปิดใจรับสิ่งที่เรากำลังจะพาคุณไปเห็นกันค่ะ




ไม่นานมานี้ ชิลมีโอกาสได้ไปเที่ยวในรูปแบบชุมชนมาค่ะ เพื่อนๆ อาจจะยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับการท่องเที่ยวแบบนี้ แต่หลังจากที่เพื่อนๆ เปิดใจให้กว้าง..ชิลมั่นใจว่าเพื่อนๆ ต้องตกหลุมรัก วิถีชีวิตที่เรียบง่าย ตกหลุมรักรอยยิ้มที่แสนจริงใจกันแน่นอน



งานนี้โลเคิล อไลค์ (Local Alike) จับมือกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกันสร้างสรรค์เส้นทางการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ชุมชนผาปัง อ.แม่พริก จังหวัดลำปาง



โดยเราเริ่มเดินทางกันตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยสายการบินบางกอก แอร์เวย์ ถึงสนามบินลำปางเวลา 9.00น

ก่อนจะเดินทางไปยัง ชุมชนผาปัง อ.แม่พริก เราแวะทานมื้อเช้ากันที่ “ข้าวซอยโอมา” ร้านข้าวซอยชื่อดังของจังหวัดลำปาง ร้านนี้เปิดมากว่า 23 ปี แล้ว

เมนูข้าวซอยมีทั้งข้าวซอยไก่ ข้าวซอยหมู และเนื้อ นอกจากนี้ยังเมนูหมูสะเต๊ะไร้ควัน ขนมปังไส้หมูไร้น้ำมัน ราคาแต่ละเมนูอยู่ที่ 40 - 60 บาทเท่านั้นค่ะ

อิ่มจากมื้อเช้าแล้ว ได้เวลาออกเดินทาางกันต่อค่ะ การเดินทางเราจะใช้เวลาจากตัวอำเภอเมืองลำปาง ไปยังชุมชมผาปัง อ.แม่พริก ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที กินมาอิ่มๆ ขึ้นรถปุ๊ป ตาหย่อนปั๊ปเลยค่ะ รู้สึกตัวอีกทีตอนแวะพักที่ปั๊มแล้ว …มาถึงชุมชนผาปัง แรกที่ก้าวขาลงจากรถจะมีแม่ๆ (ผู้ใหญ่ที่มาคอยดูแลเราตลอดทริปค่ะ) มายืนต้อนรับเราอย่างอบอุ่น พร้อมด้วยน้ำสมุนไพรเย็นๆ ดื่มชื่นใจ และของทานเล่นอย่างกล้วยตากพลังแสงอาทิตย์ ส่วนน้ำดื่นใส่มากับกระบอกไม้ไผ่น่ารักๆ ทุกอย่างเป็นของหาง่ายตามพื้นบ้านเลย


มาถึงนั่งพักให้หายเหนื่อยจากการนอนบนรถ 55555 ก็ร่วมพูดคุยแนะนำตัวเองกัน เราได้ป้ายชื่อที่ทำจากไม้ไผ่มาเขียนชื่อตัวเอง เอามากลัดหน้าอกเสื้อ ให้เพื่อนๆ แม่ๆ ได้รู้จักชื่อรู้จักหน้า

จากนั้นน้องไกด์ของเราที่ชื่อดาด้า ก็จะบอกว่า 2 วัน 1 คืนที่อยู่ด้วยกัน เราจะกิจกรรมอะไรกันบ้าง หมู่บ้านนี้มีอะไรบ้าง ซึ่งหมู่บ้านผาปังแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้าน “นวัตกรรมแห่งความสุข”..จะเป็นยังไงเดียวชิลจะบอกค่ะ

กิจกรรมแรกที่เราจะทำเป็นกิจกรรมร่วมกันทำกับแม่ๆ ซึ่งแม่จะสอนเราทำสวยดอกไปไหว้พระ แม่ที่สอนเราชื่อ “แม่ทองใบ”

การทำสวยดอกไปไหว้พระนี้เป็นวัฒนธรรมของชาวเหนือ เอาใบตองแนวยาวมาตัดประมาณ 1 ไม้บรรทัด จากนั้นม้วนเป็นกรวย ด้านในใสธูปเทียน ดอกไม้สีสันสดใส เราทำกัน 2 อันค่ะ เพื่อไหว้พระธาตุ 12 ราศี และสมเด็จพระนเรศวรมหาราชค่ะ


ตอนแรกนึกว่าต้องไปไหนไกล จริงๆ แล้วไม่ต้องไปไกลเลยค่ะ เดินจากจุดที่เราทำสวยดอกไปนิดเดียวก็เจอพระธาตุ 12 ราศี และอนุเสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชแล้วค่ะ ไปถึงน้องดาด้าก็เล่าให้ฟังถึงประวัติศาสาตร์ ความเป็นมาและการสร้าง

ลักษณะพระธาตุ มี 11 พระธาตุล้อมรอบพระธาตุองศ์ใหญตรงกลาง ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีมะเมีย ที่อยู่ตรงกลางเพราะปีมะเมียคือปีที่อยู่ตรงกลางทั้ง 12 ราศี ถือว่าเป็นสะดือองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เสร็จจากไหว้พระธาตุประจำปีเกิดของแต่ละคนแล้ว เราก็ไปไหว้สมเด็จพระนเรศวรมหาราชกันต่อค่ะ

น้องดาด้าก็เล่าต่อว่าสาเหตุที่ชุมชนนี้ได้ชื่อว่าผาปัง เพราะตำนานในอดีตสถานที่ที่เป็นที่ตั้งพระธาตุในปัจจุบันเคยเป็นถ้ำขนาดใหญ่ ทุกๆ วันโกนหรือวันพระใหญ่ ชาวบ้านจะได้ยินเสียงดนตรีไทยลอดออกมาจากถ้ำ ทำให้ชาวบ้านอยากลองเข้าไปตามหาเสียง ปรากฎว่าเข้าไปแล้วเจอสมบัติ เป็นทองคำลิ่ม แต่ละคนได้ทองคำไปมากน้อยตามโชคดวง เมื่อได้ไปแล้วนำไปอวดกัน จนคนเกิดความโลภมากขึ้น ใครขุดเจอก็จะโดนทำร้าย แย่งชิง ทะเลาะกัน วันนึงเกิดอาเพศถ้ำถล่มและชาวไม่ได้ยินเสียงดนตรีอีกเลย ชุมชนก็ได้ชื่อว่าผาปัง ซึ่งมาจากคำว่า ผาดัง ตอนถล่มนั่นเอง


เสร็จจากไหว้พระขอพร เอาฤกษ์เอาชัยกันแล้ว เราไปทานอาหารเที่ยงกันค่ะ อาหารมื้อเที่ยงของพวกเราจะเป็นอาหารพื้นเมือง วัตถุดิบที่นำมาทำอาหารก็เป็นวัตถุดิบจากท้องถิ่นเลยค่ะ

จานที่แนะนำเลยต้องเป็นผัดหน่อไม้กับวุ้นเส้น หน่อไม้ของที่นี่สดมาก ตอนทานเราจะได้กลิ่นไม้ไผ่อ่อนๆ ทำเอาชิลเจริญอาหารทานได้หลายจานเลยค่ะ

ที่ชุมชนผาปังเป็นหมู่บ้านที่มีการปลูกต้นไผ่เยอะ ซึ่งชาวบ้านผาปังได้นำต้นไผ่ มาสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อให้ชุมชนก้าวไปให้ถึงการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนในเรื่องของอุตสาหกรรม ไม่ว่าเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม

หลังจากทานอาหารเสร็จ พ่อๆ แม่ๆ ก็เอาผลิตภัณฑ์จากต้นไผ่ มาอธิบายให้ให้ความรู้ และ “ต้นไผ่” นี่แหละค่ะ ที่เป็น “นวัตกรรมแห่งความสุข” ของชาวผาปัง มาถึงตรงชิลแอบชื่นใจ อยากให้ชุมชนในประเทศไทย เข้มแข็งและสามัคคีได้อย่างที่นี่ทั้งประเทศ ประเทศเราคงพัฒนาไปได้ไกลเลยค่ะ

จบมื้อเที่ยงกันด้วยความรู้ใหม่จากพ่อและแม่ เพิ่งรู้ว่าต้นไผ่ พืชที่เจริญเติบโตขึ้นเองตามป่าเขาบ้านเรา ไม่มีใครสนใจหยิบจับมาทำอะไร กลับกลายเป็นต้นไม้ที่มีประโยชน์ทั้งในเรื่อง อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค พลังงาน รวมถึงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัยจะก้าวหน้าไปถึงไหนก็ยังต้องพึ่งพาไผ่ สุดยอดดดดดดดดดดดด !!!


หลังจากนั้นเราเข้าไปเก็บของกันที่ที่พัก .. ห้องพักของเราคืนนี้อยู่ติดที่ทานอาหารเที่ยงเลยค่ะ เป็นที่พักที่ทางหมู่บ้านจัดไว้เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ไม่ใช่โฮมสเตย์เลย แต่หากใครจะไปนอนแบบโฮมสเตย์ ก็มีให้เลือกพักนะคะ

เปิดประตูห้องไป ว้าววววว..มาก! บอกเลยว่าเซอร์ไพรส์ ห้องกว้าง มีเตียงนอนถึง 3 เตียง แอร์ 2 ตัว ห้องน้ำในตัว ทีวี ตู้เย็น สิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม


เราพักในห้องพักตามสบายกันสักพักก็ออกไปชมร่องรอยความเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ของ “วัดห่าง” วัดร่างภายในหมู่บ้าน มีอายุกว่า 400 ปี

ตัววัดค่อนข้างร่มรื่น ที่นี่เรามี “แม่แมว” มาเป็นไกด์ให้ค่ะ แม่แมวบอกว่าที่นี่เคยเป็นวัดตั้งแต่สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา สมัยก่อนมีการเคลื่อนทัพไปเชียงใหม่ได้มีพระรูปนึงชื่อว่า พระดำ และพระลูกวัดอีก 6 คน มาสร้างวัดแห่งนี้ หลังจากนั้นวัดได้มีการนำไม้กลวงมาทำเป็นกลอง ซึ่งคนล้านนาเชื่อว่าเกิดอาถรรพ์ จนเป็นเหตุให้พระดำเจ้าอาวาสและพระลูกวัดมรณภาพพร้อมกัน ทั้ง 7 รูป วัดเลยกลายเป็นวัดร้าง

ภายในวัดมีพระประธานที่เป็นไม้แกะสลักเป็นองค์พระด้วยค่ะ เพราะสมัยก่อนไม่มีปูนปั้นเป็นพระ เลยนำไม้มาทำแทน แต่ด้วยกาลเวลาผ่านมายาวนาน ไม้มีการผุพังตามอายุ โดนฝน โดนลม แต่ก็ยังมีเค้าให้เห็นลางๆ ว่าเป็นองค์พระประธาน

นักท่องเที่ยวแวะมาเที่ยวบ้านผาปังต้องแวะมากราบสักการะกันสักครั้งค่ะ หลังจากที่เรากราบพระกันเรา เราข้ามถนนไปวัดที่อยู่เยื่องๆ กัน เพื่อไปทำตุงกันค่ะ

ตุง ในภาษาถิ่นล้านนา หมายถึง ธง ชาวบ้านทำเอาไว้ทั้งงานมงคลและงานอวมงคล งานนี้เราได้ลงมือทำเองด้วยค่ะ

ตุงที่เราจะทำเป็น “ตุงไส้หมู” ขอออกตัวก่อนเลยว่า งานการฝีมือ กพอ. สมัย ป.4 นี่เกรดต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก 5555555 แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ ตุงของเราสวยแน่นอน เพราะมีแม่ๆ มาคอยสอนว่าต้องตัดยังไง อันแรกอาจจะเหมือนแมงกระพรุนตัวอ้วนกลม แต่อันที่ 2 สวยค่ะ

ตัดตุงกันเสร็จแล้ว เอามาถ่ายรูปกับท้องนาสีเขียวสักหน่อย ตุงเราสีเหลืองส้มตัดกับนาสีเขียวขจีสวยมาก (ภูมิใจสุดๆ)

ตัดตุงกันแล้ว เวลาประมาณ 4 โมง แดดร่มลมตก เราไปดูสวนเศรษฐกิจพอเพียงคุยกับเจ้าของสวน เดินชมไร่นา จิบน้ำสมุนไพรเย็นๆ จากนั้นเราจะไป “ดำนา” กันค่ะ

แน่นอนว่าเป็นกิจกรรมที่ชาวกรุงอย่างเรา ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ได้มาดำนาแบบนี้สนุกสนาน ได้ประสบการณ์ใหม่ไปเล่าให้เพื่อนฟังแล้วค่ะ ว่า “ครั้งนึงเราวางเมาส์ ไปจับต้นกล้าดำนา เลิกมองจอคอม ไปก้มหน้ามองดินโคลน”


หลังจากดำนาเสร็จแล้ว พี่ไกด์แอบกระซิบว่าแม่ๆ รอเราอยู่ที่วัดในหมู่บ้าน เพราะมีอะไรอยากจะอวด ปรากฎว่าไปถึงแล้ว เจอแม่ๆ ยืนรออยู่ในชุดพร้อมใช้แรง 5555 แม่ๆ จะออกกำลังกายกันค่ะ เลยชวนพวกเราไปออกด้วย

ที่ชุมชนผาปัง ทุกเย็น แม่ๆ และสาวๆ ในหมู่บ้านจะมาออกกำลังกาย รำไม้พลองร่วมกันค่ะ ไม่รอช้า ไปถึงแม่กดปุ่มเปิดเพลงที่วิทยุ จังหวะมา ดนตรีมา เราก็เริ่มขยับร่างกายกันค่ะ

ทั้งเต้นเบาๆ จนไปถึงจังหวะเร็วๆ ตามสเต็ป ก่อนจะจบด้วยรำไม้พลอง ที่ทำจากไม้ไผ่ค่ะ ที่นี่ใช้ไม้ไผ่ทำทุกอย่างจริงๆ ค่ะ แม่ๆ รำไม้พลองกันพลิ้วมาก ส่วนวัยรุ่ย วัยทำงาน ที่ไม่ค่อยได้ขยับตัวอย่างพวกเรา เจอท่าดัดหลังไป ร้องโอดโอยกันระงม 5555555


ที่นี่เป็นชุมชนที่มีความสุข สุขภาพจิตดี สุขภาพกายแข็งเรง เดินไปไหนมาไหนมีแม่ๆ พี่ๆ น้องๆ ส่งยิ้มจริงใจให้ตลอดเวลาเลย  


จบออกกำลังกายยามเย็นกันแล้ว ท้องเริ่มประท้วงอยากได้พลังงานไปเติมเต็ม แต่ก่อนจะไปทานอาหารเย็น เราไปอาบน้ำล้างเหงื่อจากการทำกิจกรรมกับแม่ ๆ ให้สบายตัวกันก่อนค่ะ มื้อเย็นวันนี้เราทานกันแบบขันโตก นั่งทานล้อมวงกัน มื้อนี้มีแม่ๆ มานั่งทานด้วยค่ะ สนุกมากเลย ทุกคนใจดีน่ารัก เล่าเรื่องสนุกๆ ให้ฟังกันด้วย

หลังจากทานมื้อค่ำแล้ว แม่ก็มีเซอร์ไพร์สเล็กๆ เอาของที่เตรียมไว้ให้เรามาให้ เป็นผ้าพันคอที่แม่ทอกันเอง น่ารักมากกกกกก... ก่อนกลับไปนอนรำวงกับแม่ รำลา แอบปาดน้ำตาแล้วไปพักผ่อนกันค่ะ 



ตื่นมาเช้าวันใหม่ด้วยความสดชื่น วันนี้ก่อนกลับกรุงเทพเราก็มีกิจกรรมก่อนกลับกันค่ะ แต่ก่อนจะไปไหนกองทัพต้องเดินด้วยท้อง จัดข้าวต้มกันให้เต็มท้องเลย

หลังทานมื้อเช้าเราไปนั่งรถอีแต๋นแบบบ้านๆ กันต่อ เพื่อไปชมสวนไผ่ของชุมชนค่ะ 

นอกจากไปชมแล้วเรายังได้ปลูกต้นไผ่ และดูวิธีการตอนกิ่งต้นไผ่ ในอนาคต 2 ข้างหน้าเราจะมีป่าไผ่สวยๆ ให้มาปั่นจักรยานเล่นกันนะคะ 

ว่าแล้วก็ไปถ่ายรูปสวยๆ ที่ต้องไผ่เป็นที่ระลึกกันค่ะ 

ชมป่าไผ่สีเขียวขจีกันแล้ว.. เราไปทานอาหารเที่ยวมื้อสุดท้ายก่อนกลับบ้านกันค่ะมื้อนี้แกงจืดใาหน่อไม้ อร่อยมากกก.. ไข่เจียว แกงเห็ด อาหารเมนูบ้านๆ แต่กลับอร่อย! จนกลับบ้านไปยังคิดถึงอาหารที่ลำปางอยู่เลย

ทานอาหารกลางวันเสร็จแล้วยังกลับไม่ได้ค่ะ เพราะยังมีอย่างกิจกรรมนึงนั้นคือการ ผูกข้อมือจากแม่ๆ อวยพรให้เราเจริญในหน้าที่การงาน มีแต่ความสุขกันค่ะ 

ผูกข้อไม้ข้อมือกันแล้ว โบกมือลาแม่ๆ น้ำตาซึม ทุกคนใจดีจริงๆ ค่ะ ทั้งหมู่บ้านเลย ยิ้มเก่งกันมากๆ เดินไปไหนมีแต่รอยยิ้มให้ 2 วันที่ได้ไปอยู่ที่นั้น สามารถเติมเต็ม พร้อมทั้งคลายความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี แต่ที่อยากบอกต่อกับทุกคนอื่น ที่นี่ถึงจะมาท่องเที่ยวแบบชุมชน บ้านๆ แต่สิ่งที่ทุกคนได้รับคือการบริการที่จริงใจ แววตาที่จริงใจ และรอยยิ้มแบบจริงใจ ทุกคนทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจจริงค่ะ 


ก่อนไปสนามบินขึ้นเครื่องกลับ เรายังมีเวลาเหลือ.. เลยแวะไปสักการะพระธาตุลำปางหลวง วัดคู่บ้านคู่เมืองเอาสิริมงคลกันค่ะ จะได้ไม่เสียโอกาสไหนๆ ก็ไปลำปางทั้งทีแล้ว และยิ่งใครเกิดปีฉลูยิ่งต้องหาโอกาสไปไหว้สักครั้งค่ะ





ราคาที่พัก 2 ท่าน ห้องละ 800 บาท

ราคาที่พัก 3 ท่าน ห้องละ 1,000 บาท

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >> https://localalike.com/

ชิไปไหน







Line ID : @Chillpainai ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องท่องเที่ยว หาข้อมูลเที่ยวได้ 24 ชั่วโมง

แค่พิมพ์ชื่อเมืองเช่น หัวหิน พัทยา เชียงใหม่ ก็ได้ข้อมูลทันที