ช่วงนี้กรุงเทพร้อนมากกกกกกแบบ x1000 ทั้งร้อน ทั้งอบอ้าวประหนึ่งเตาไมโครโวฟ ได้อารมณ์ Feel The Sun แบบใกล้ชิดสุดๆ ! แถมยังชักจะร้อนขึ้นเรื่อยๆจนอยู่ไม่ไหวแล้วจย้าา เลยต้องระดมมวลมหาประชาเพื่อน ตั้งแพลนเก็บกระเป๋าหาที่เที่ยวหนีร้อน ไปหาที่กิน-เที่ยวแบบใกล้กรุงกันที่ “อัมพวา” เมืองน่ารักในจังหวัดขึ้นชื่อเรื่องปลาทู หน้างอ คอหัก (เหมือนเพื่อนเราเวลาทะเลาะกับแฟน ฮา !) อย่างสมุทรสงครามในเวลา 2 วัน 1 คืนกันโหน่ยยย….

 



 

 

ด้วยความที่ทริปนี้เป็นจังหวัดใกล้กรุง เดินทางไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง เราเลยไม่รีบร้อนที่จะออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าสักเท่าไหร่ กะว่ามาถึงตลาดร่มหุบ เป้าหมายแรกของวันนี้ใกล้ๆกับเวลาที่รถไฟวิ่งผ่านสักหน่อยก็พอ

 

 

ระหว่างรอรถไฟมา เราฆ่าเวลาด้วยการเดินถ่ายรูปเล่นกับรางรถไฟและป้ายสถานีแม่กลองไปพลางๆ ไม่นานนักก็ได้ยินรถไฟส่งเสียงหวูดรถไฟดังมาแต่ไกล พร้อมกับเสียงประกาศของนายสถานีให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้า รวมถึงนักท่องเที่ยวหาที่หลบเข้าไปข้างทาง

 

 

รถไฟจะจอดอยู่ที่สถานีแม่กลองอยู่ประมาณ 30 นาที ให้เราได้แอ็คท่าถ่ายรูปเล่นอย่างใกล้ชิดเลยจ้า

 

 

ตลาดร่มหุบ ถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของการมาเที่ยวตลาดแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ที่นักท่องเที่ยวมาเฝ้ารอเลยก็ว่าได้ เพราะแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาถือกล้อง เซลฟี่รอดูความน่าตื่นตาตื่นใจในการหุบร่มกันพรึ่บพั่บระหว่างรถไฟวิ่งผ่านตลาดของพ่อค้าแม่ค้าที่นี่สักครั้ง

 

 

และเมื่อแล้วพอรถไฟผ่านไป บรรดาร้านที่หุบร่มเมื่อกี้ก็จะพากันกางใหม่อย่างว่องไวราวกับเล่นมายากล ส่วนของที่ขายก็มีให้เลือกทั้งของสด ของแห้งอย่างหลากหลาย รวมถึงของขึ้นชื่อของที่นี่ที่ใครมาต้องซื้อหาติดมือกลับไปอย่าง 'ปลาทูแม่กลอง' ตัวอวบอ้วนที่เรามักจะได้ยินลักษณะของปลาทูว่าหน้างอ คอหักมาตั้งแต่เด็ก

 

 

สำหรับรถไฟจะวิ่งผ่านตลาดตามเวลา ดังนี้ เข้าสถานีแม่กลองเวลา 8.30, 11.10, 14.30, 17.40 น. และออกจากสถานีแม่กลองเวลา 6.20, 9.00, 11.30, 15.30 น. โดยวันนึงรถไฟจะวิ่งไปกลับวันละ 8 รอบเท่านั้นนะจ๊ะ ใครจะมาถ่ายรูปหรือมาชมบรรยากาศต้องกะเวลากันดีๆ ไม่งั้นพลาดแล้วพลาดเลย

 

แวะหามื้อเช้าให้อิ่มท้องในตลาดเรียบร้อย เรามุ่งหน้ามาต่อที่อันซีนอีกหนึ่งแห่งของสมุทรสงครามอย่าง โบสถ์ปรกโพธิ์ ที่วัดบางกุ้ง วัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กับภาพตัวโบสถ์ที่ถูกปกคลุมไปด้วยรากไม้ของต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นไกร และต้นกร่างอย่างหนาแน่น 

 

 

 

ซึ่งภายในเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อนิลมณีให้นักท่องเที่ยวได้ไหว้พระขอพร ใกล้ๆกันยังมีหุ่นจำลองทหารพระเจ้าตากในค่ายบางกุ้ง ซึ่งในอดีตพระองค์เคยใช้พื้นที่บริเวณนี้เป็นชัยภูมิในการตั้งค่ายก่อนกู้กรุงศรีอยุธยาให้คนทั่วไปได้เที่ยวสนุกอิงความรู้ทางประวัติศาสตร์ไปในตัวอีกด้วยค่ะ

 

 

 

จากวัดบางกุ้ง สอบถามเพิ่มเติมเอาจากคุณลุงคุณป้าตอนอยู่ที่วัด ได้ยินมาว่ามีที่เที่ยวสวยอยู่ไม่ไกลจากที่เราอยู่มากนัก แถมยังเป็นทางผ่านของพวกเราด้วยพอดี เลยถือโอกาสแวะไปเที่ยวกันซะเลย

 

โบสถ์คาทอลิค มีชื่อเต็มๆว่า อาสนวิหารแม่พระบังเกิด เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคหนึ่งเดียว ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นท่ามกลางหมู่เจดีย์และกำแพงแก้วของศาสนาพุทธ ลักษณะเป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก อายุเก่าแก่กว่าร้อยยี่สิบปี งดงามด้วยภาพเขียนกระจกสีจากฝรั่งเศสและลวดลายปูนปั้นแกะสลักรูปนักบุญต่างๆ 

 

 

จุดสำคัญอีกอย่างคือบานประตูโบสถ์ที่มีแผ่นดีบุกแกะสลักเป็นภาพโมเสสยกไม้เท้าขึ้นเหนือทะเลแดงทำให้เกิดทะเลแหวก ส่วนผสมทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ทำให้โบสถ์ที่นี่เป็นมากกว่าแค่สถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามตรึงใจ เพราะฉาบไล้เปี่ยมไปด้วยแรงศรัทธาในอดีตที่ยังสัมผัสได้ถึงปัจจุบัน

 


มัวแต่ถ่ายรูปกันเพลิน รู้ตัวอีกทีอัมพวาก็ฝนตกแล้วจ้าา เราเลยยกพลขึ้นรถหนีมาหลบฝนกันที่ Pava ร้านคาเฟ่เท่ๆดิบๆสไตล์ลอฟท์พร้อมกับการหาของว่าง และน้ำหวานๆเติมพลังไปในตัว

 

 

Pava Cafe ตั้งอยู่ริมถนนสมุทรสงคราม-บางแพ บริเวณสามแยกไฟแดง ทางเข้าตลาดน้ำอัมพวาเลยค่ะ นอกจากจะมีเมนูของหวานและเครื่องดื่มเก๋ๆแล้ว Pava ก็ยังมีอาหารจานเดียว พิซซ่า ของว่างทานเล่นหน้าตาน่าทานอีกหลายเมนูให้เลือกสั่ง เพื่อนๆคนไหนมาเที่ยวอัมพวาแล้วอยากมีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ พร้อมอิ่มท้องไปด้วย ก็แวะมาได้ที่ Pava โลดดด

 

 

บ่ายกว่าแล้ว ได้เวลาเข้าที่พักเตรียมตัวเช็คอิน เอาของมาเก็บ สำหรับทริปนี้เราเลือกพักกันที่ At Casa Guest House Amphawa 

 


ที่พักสุดชิลริมคลองอัมพวา สไตล์บ้านๆ เรียบง่าย ท่ามกลางบรรยากาศริมน้ำ มีเรือแล่นผ่านให้ดูกันเพลินๆตลอดทั้งวัน ที่สำคัญคืออยู่ใกล้ตลาดน้ำอัมพวา เรียกว่าใกล้จนสามารถเดินเลียบคลองไปเรื่อยๆจนถึงตลาดอัมพวาได้เลยค่ะ

 

 

แต่วันนี้พวกเราตกลงกันว่าจะนั่งเรือเล่นรับลม ชมสองข้างทางไปก่อน เพราะบวกลบคูณหารกันออกมาแล้ว ตกคนละไม่เท่าไหร่ โดยเรือพาเราแล่นผ่านคลองอัมพวาไปเรื่อยจนถึงปากแม่น้ำ และวนกลับมาจอดที่ท่าเทียบเรือในตลาดน้ำ ให้เราได้เดินเล่นบนฝั่ง หาของกิน ช้อป รวมถึงของที่ระลึกไปฝากเพื่อน ฝากแฟนกันได้ยาวๆ

 

 

ถ้าจะพูดถึงความคลาสสิคของ ตลาดน้ำอัมพวา ที่ทำให้หลายคนตกหลุมรัก คงหนีไม่พ้นบรรยากาศห้องแถวไม้เก่า ที่ผสมเข้ากับไอเดียกิ๊บเก๋ของที่พักและร้านค้าริมคลอง 

 

 

จนกลายมาเป็นตลาดน้ำที่มีเสน่ห์ถูกใจทั้งเด็กแนวสาวหนุ่ม ไปจนถึงวัยอาจุมม่า ให้นักท่องเที่ยวได้คึกคักครึกครื้นตลอดทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลาบ่ายสามโมง ยาวไปจนถึงสามทุ่มนู่นแน่ะ

 

 

ตลอดทางก็จะมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหารและเครื่องดื่ม มีร้านขายของเล่น แผ่นเสียงเก่าๆ มีเพลงให้ฟังเป็นเสียงตามสายของชาวชุมชน แน่นอนว่ารวมถึงบริการล่องเรือไปเที่ยวชมหิ่งห้อยยามค่ำคืนก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของตลาดน้ำอัมพวาที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติชื่นชอบไม่แพ้กัน

 

 

หลังจากเสียหายล้มละลายกันไปหลายแสน ได้ของเต็มไม้เต็มมือ 55555 ขากลับเราเลยเลือกเดินเล่น เดินคุย ซื้อหาของกินระหว่างทางกลับมานั่งเล่นต่อยังริมน้ำในที่พักของเรา

 

 

 

เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยกิจกรรมยอดฮิตของคนมาเที่ยวอัมพวา อย่างการตักบาตรหน้ารีสอร์ทจ้า 

 

 

โชคดีที่ที่พักของเราอยู่ติดริมน้ำ เลยได้มีโอกาสเห็นพระท่านพายเรือมาบิณฑบาตกันถึงหน้าที่พักเลย แค่แจ้งกับทางรีสอร์ทไว้ก่อนล่วงหน้าหนึ่งวันก็พอ

 

 

ทานมื้อเช้าเป็นการรองท้องไม่ต้องอิ่มมาก เพราะวันนี้เราจะไปเที่ยวตลาดเช้าที่ตลาดน้ำท่าคากัน

 

 

ตลาดน้ำท่าคา เป็นตลาดนัดทางน้ำอายุเก่าแก่กว่า 100 ปีบรรยากาศง่ายๆ สไตล์วิถีชุมชนชาวสวนที่ยังรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมของตลาดน้ำและวิถีชีวิตชาวสวนไว้ได้เป็นอย่างดี ทุกๆเช้าคุณลุง คุณป้า คุณตา คุณยายจะพายเรือขนของในสวนมาขายให้นักท่องเที่ยวเลือกช้อป เลือกชิมกันอย่างหลากหลายในราคาหลักสิบเท่านั้น ! ทั้งหอยทอด ก๋วยเตี๋ยวเรือ กระเพาะปลา ไปจนถึงผลไม้อย่างส้มโอ กล้วย และอีกมากมาย โดยตลาดท่าคาจะเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลาประมาณหกโมงเช้าถึงบ่ายสามโมงกว่า หรือจนกว่าของจะหมด

 

 

 

อิ่มจากของคาวจะให้ครบคอร์สมันต้องตบด้วยของหวาน Bamboo Cafe ร้านกาแฟขนาดกะทัดรัดเปิดใหม่ บรรยากาศร่มรื่นใจกลางสวนไม้ไผ่ 

 

ตัวร้านดีไซน์ออกมาในสไตล์ลอฟท์แบบปูนเปลือย มีทั้งแบบ Indoor และ Outdoor ให้เลือกนั่ง ทีเด็ดของที่นี่อยู่ที่เมล็ดกาแฟคั่วเอง และสูตรกาแฟแบบ Australian Style รวมถึงเมนูทานเล่นหน้าตาน่าทานอย่างโรตี ไอศครีมโฮมเมด และพิซซ่าแฮมชีสอบร้อนจากเตา ในราคาเบาๆสบายกระเป๋าตัง

 


กลับกรุงเทพแบบฟินๆ อิ่มทั้งท้อง อิ่มทั้งใจ ได้ของฝากกลับมาตรึม ! ทริปกะทันหันแค่ 2 วัน 1 คืนยังฟินขนาดนี้ เอาไว้คราวหน้า มีเวลาเมื่อไหร่ต้องมาพักที่อัมพวานานๆให้ตกหลุมรักกว่านี้แล้วล่ะ...

 

 


เรียบเรียงโดยชิลไปไหน


Line ID : @Chillpainai ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องท่องเที่ยว หาข้อมูลเที่ยวได้ 24 ชั่วโมง

แค่พิมพ์ชื่อเมืองเช่น หัวหิน พัทยา เชียงใหม่ ก็ได้ข้อมูลทันที