ทริปนี้ได้รับคำชวนจาก ททท.จังหวัดพิษณุโลก
ให้มาเยี่ยมเยือนแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่เคยเงียบเหงาในช่วงกรีนซีซั่นแบบนี้
ก็คือสองจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง พิษณุโลก-เพชรบูรณ์
  

 

ย้อนความเดิมในสกู๊ปก่อนหน้านี้ ที่พาคุณเดินเล่นเที่ยวเมืองพิจิตร
ก่อนจะจับรถไฟมุ่งตรงมายังตัวเมืองพิษณุโลก และเพื่อให้สะดวกต่อการเดินทาง
เรามีรถตู้ตามหลังมารอรับเราที่ตัวเมืองพิษณุโลกแล้ว

(อ่านสกู๊ปย้อนหลัง "เที่ยวเมืองพิจิตร เยี่ยมชมตลาดเก่าวังกรด แล้วจับรถไฟไปพิษณุโลก" ได้ที่นี่)

 

นอนพักที่ตัวเมืองพิษณุโลกหนึ่งคืน พักร่างกายให้พร้อม
วันนี้เราจะมาในชุดลุยๆ สบายๆ ใส่เสื้อแขนยาวกันอากาศเย็นสักหน่อย
เพราะวันนี้จะพาทุกท่านออกจากคำว่าเมือง สู่อ้อมกอดของธรรมชาติ

 

เที่ยวอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า และภูทับเบิก!!!

ออกเดินทางกันดีกว่าตามมาเลย.... karok_eat

 

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า-ภูทับเบิก

 

ใช้เวลาราวๆ2-3 ชั่วโมงจากตัวเมืองพิษณุโลก เราก็มาถึงตัวที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

"อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า"
ครอบคลุมพื้นที่สองจังหวัด คือ จ.พิษณุโลก และ จ.เลย
ทางเข้าอุทยานสามารถเข้าได้สองทางคือ มาจากฝั่งภูทับเบิก อ.หล่มเก่า
และอีกฝั่งหนึ่งคือ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก
โดยมีถนนทางหลวงหมายเลข 2331 (หล่มเก่า-นครไทย) ตัดผ่านกลางอุทยานฯ
จึงเป็นอุทยานที่สามารถขับรถขึ้นไปเที่ยวได้ง่าย
และที่ท่องเที่ยวจะกระจายตามสองฝั่งของถนนใหญ่นี้

 

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า


อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

(ดูภาพขยายแผนที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า คลิ๊กที่นี่ เลยจ้าาาา)

 

 

มีอุทยานแห่งชาติอยู่ไม่กี่แห่งในประเทศไทย
ที่มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม สมบูรณ์ทั้งป่าไม้ น้ำตก
ความสวยงามทางธรณีวิทยาจนเกิดปฏิมากรรมจากธรรมชาติที่แปลกตา
และประวัติศาสตร์การสู้รบที่เคยสูญเสียเลือดเนื้อของคนไทยกันเอง
เมื่อครั้งที่มีความคิดทางการปกครองขัดแย้งกัน ราว ปี พ.ศ. 2511-2525
ที่แห่งนี้เคยเป็นฐานที่มั่นในการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย
จนเกิดการสู้รบกับทหารไทยจน ผกค. ถอนตัวและมีอันต้องแพ้พ่ายไป
ก่อนที่จะจัดตั้งพื้นที่แถบนี้ขึ้นเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 48 ของประเทศไทย

 

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 

ดังนั้นการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติจึงมีแหล่งท่องเที่ยว
ที่ผสมผสานกันทั้งทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์
น้ำตกที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ มีหลายที่ เช่น
น้ำตกร่มเกล้า-ภราดร น้ำตกหมันแดง ซึ่งมีความงดงามมาก
แต่ว่าจะต้องใช้เวลาและติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานเพื่อนำทางเข้าไป

แต่หากใครไม่ค่อยจะมีเวลามากนัก ก็มีน้ำตกอื่นอีกที่จะอยู่ติดริมถนน
ไม่ต้องใช้เวลาเดินเข้าไปมากนัก อย่างเช่น "น้ำตกห้วยขมึนน้อย"
ที่มีความสวยงามไม่แพ้กัน แถมบริเวณน้ำตกก็มีความร่มรื่น
หากใครอยากจะมานั่งพักผ่อน นั่งเล่น ทานอาหารแถวนี้ก็ได้เลย

 

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 


"กังหันน้ำ" ตั้งอยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนการเมืองการทหาร
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 6 กิโลเมตร ใช้หล่อเลี้ยงคนหลายพันคนบนภูหินร่องกล้า
ออกแบบและสร้างขึ้นโดยนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ที่หนีเข้าป่าภายหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
กังหันน้ำนี้ใช้พลังน้ำจากน้ำตกด้านหลังขับเคลื่อนกังหัน เพื่อหมุนแกนครกกระเดื่องตำข้าว 
ที่นี่จึงเปรียบเสมือนโรงสีข้าวของ ผกค. ในสมัยนั้น
 

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 

"โรงเรียนการเมืองการทหาร" แต่ก่อนเคยเป็นที่ตั้งของโรงเรียน
ที่ใช้ฝึกอบรมศึกษาตามแนวทางลัทธิคอมมิวนิสต์
ในบริเวณนี้ประกอบไปด้วยฝ่ายพลเรือน ฝ่ายพลาธิการ ฝ่ายทหาร เป็นต้น
รวมทั้งหมดประมาณ 30 หลัง เป็นหมู่อาคารไม้ภายใต้ร่มเงาของป่ารกครึ้ม
 

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
 


"ลานหินแตก" ลักษณะเป็นลานหินที่มีอาณาบริเวณประมาณ 40 ไร่
ลานหินมีรอยแตกเป็นแนวเป็นร่องเหมือนแผ่นดินแยก แคบบ้าง กว้างบ้าง
สำหรับความลึกของร่องหินแตกนั้นไม่สามารถจะคะเนได้ สันนิษฐานกันว่า
อาจจะเกิดจากการโก่งตัว หรือเคลื่อนตัวของผิวโลก จึงทำให้พื้นหินนั้นแตกออกเป็นแนว
 

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 

"เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ลานหินปุ่ม-ผาชูธง"
เส้นทางนี้ใช้เวลามากหน่อยสักราวๆ 2 ชั่วโมง และจะต้องเดินเท้าเข้าไป
แต่แนะนำให้ไปเที่ยวกัน เพราะตลาดเส้นทางจะมีความหลากหลายของ
พันธุ์ไม้ ดอกไม้ และลักษณะทางธรณีวิทยาที่สวยแปลกตา
อีกทั้งยังมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์อีกด้วย
 

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
 

เส้นทางนี้ถ้าเดินครบรอบใหญ่จะผ่านแหล่งท่องเที่ยวมากมาย
ได้แก่ สุสานนักรบ ลานหินปุ่ม ผาชูธง ลานอเนกประสงค์
สำนักอำนาจรัฐ และที่หลบภัยทางอากาศ
 

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า


เส้นทางเดินไม่ลำบาก มีเส้นทางเดินที่ชัดเจน แต่ละจุดที่เที่ยวก็จะมีป้ายบอกชัดเจน
ทางเดินช่วงแรกจะเป็นลานหินกว้าง
 และมีก้อนหินก้อนใหญ่สวยงามน่าอัศจรรย์
 

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 

มองไปไกลๆ อีกฝั่งนึง สามารถมองเห็นผาชูธงได้ด้วย
 

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 

ระหว่างทางเดินในป่าจะพบดอกไม้ออกดอกมากมาย
บางจุดก็จะพบเห็ด มอส สีเขียวสดชื่น เกาะอยู่ตามต้นไม้
หากใครมาช่วงต้นเมษายนก็จะพบดอกกุหลาบขาวบานอยู่ทั่วไปตามลานหินปุ่ม หินแตก

 

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 

ดอกเปราะภูสีขาว ออกดอกมากในช่วงฤดูฝนแบบนี้ พบเห็นได้ทั่วไปตามทางเดินเลย
 

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 

เดินประมาณครึ่งชั่วโมงก็จะถึง "ลานหินปุ่ม" ตั้งอยู่ริมหน้าผา
ลักษณะเป็นลานหินขึ้นเป็นปุ่มขนาดไล่เลี่ยกันจำนวนมาก
คาดว่าเกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหิน และเป็นสิ่งที่บอกว่า
ในหลายล้านปีก่อน ดินแดนแถบนี้เคยอยู่ในทะเลลึกมาก่อน
ที่จะยกตัวสูงขึ้นเป็นแผ่นดินที่ราบสูงอย่างปัจจุบันนี้
ในอดีต ผกค. ใช้บริเวณนี้เป็นที่พักฟื้นคนไข้ของโรงพยาบาล
เนื่องจากอยู่บนหน้าผา มีลมพัดเย็นสบาย
 

ลานหินปุ่ม อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

ลานหินปุ่ม อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

ลานหินปุ่ม อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 

วิวเบื้องหน้าสวยงามมากๆ เลย noooo

ลานหินปุ่ม อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 

เดินถัดมาอีกประมาณ 500 เมตรก็จะเจอกับ "ผาชูธง"
สภาพเป็นหน้าผาสูงชัน ที่สามารถมองเห็นวิวทัศนียภาพได้อย่างสวยงาม
และยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามแห่งหนึ่งในอุทยาน
ในอดีต ผกค. เคยใช้เป็นที่ชูธงแดงรูปฆ้อนเคียวทุกครั้งที่รบชนะฝ่ายรัฐบาล
ปัจจุบันเลยใช้เป็นธงชาติไทยเอาไว้เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น

 

ลานหินปุ่ม อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ผาชูธง อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าผาชูธง อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 

จากจุดนี้ก็จะเป็นทางเดินแยกกลับไปที่จอดรถตามเดิม
หรือใครอยากเดินต่อเพิ่มเติมก็จะมีทางไปยัง ลานอเนกประสงค์ ทางด้านขวา
แต่ดูจากเวลา (และวัยวุฒิ) แล้วก็เลยเดินกลับกันดีกว่า 555
ระหว่างทางบนลานหินมีหินรูปร่างแปลกตา มองไปคล้ายๆบังเกอร์
เขาเรียกกันว่า "ซันแครก" (Sun Crack) คิดว่าที่หน้าตามันเป็นแบบนี้
ก็น่าจะคล้ายๆกับการเกิดลานหินปุ่มที่เราไปมานี่เอง
 

ผาชูธง อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 

หลังจากที่เดินเท้ากันมาเหนื่อยๆ บ่ายคล้อยก็แวะพักรับประทานอาหารกัน
ในอุทยานมีร้านอาหารมากมายอยู่ใกล้กับศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
แนะนำก็คือ "ร้านรังทอง" อาหารอร่อยมากๆ

 

 

เติมพลังแล้วก็ออกเดินทางกันต่อ
ก่อนออกจากตัวอุทยานฯฝั่งทับเบิกประมาณ 400 เมตรฝั่งขวามือ
จะมีทางขึ้นไปจุดชมวิว เรียกว่า "ภูแผงม้า" ทางเข้าต้องสังเกตดีๆ
ที่นี่เป็นจุดเที่ยวเปิดใหม่ของภูหินร่องกล้า
ถนนทางขึ้นค่อนข้างทุลักทุเลเพราะเป็นทางชันดินแดง
ต้องอาศัยรถขับเคลื่อนสี่ล้อถึงจะขึ้นไปได้

 

ภูแผงม้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 

ระหว่างที่ตื่นเต้นกับการขโยกตัวนั่งอยู่ท้ายรถขับขึ้นไปนั้น
ก็ไม่คาดคิดเลยว่า จะได้ขึ้นมาชมวิวที่สวยงามที่สุดของภูหินร่องกล้า
ได้เห็นวิวพาโนราม่าด้านหน้า สายหมอกกับฟุ้งต่อสู้กับแสงแดด

วิวที่เห็นต้องหน้า ทุกคนต้องร้องว๊าว!! ว่าทำไมมันงดงามได้ถึงเพียงนี้ please

ภูแผงม้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 

ภูแผงม้า ตรงนี้เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดของภูหินร่องกล้า
สูงจากระดับน้ำทะเล 1,775 เมตร วิวเบื้องหน้าคือเส้นทางถนนคดเคี้ยว
และหมู่บ้านน้ำเพียงดิน เส้นทางที่ทุกคนจะต้องผ่าน
ก่อนจะขึ้นมายังภูทับเบิกและภูหินร่องกล้า

 

ภูแผงม้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 

ด้านล่างก็จะเป็นไร่นาของชาวบ้าน ซึ่งส่วนมากก็จะปลูกกะหล่ำปลี (เขียวจัง อยากเก็บ~~)
 

ภูแผงม้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

ภูแผงม้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
 


ส่วนภูเขาที่เห็นสูงเด่นไกลๆเป็นแบคกราวด้านหลังก็คือ "เขาน้ำก้อ"
ด้านหลังไกลออกไปเป็นอำเภอหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ค่ะ
 

ภูแผงม้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 

ทางด้านซ้ายมือสุดของวิวนี้ คือ "ภูทับเบิก" ยอดสูงสุดของจังหวัดเพชรบูรณ์
ถัดลงมาอีกหน่อยคือบริเวณทางเข้าอุทยานภูหินร่องกล้า
หรือตรงจุดชมวิวร้านกาแฟที่ใครหลายคนชอบแวะจอดกันล่ะ

 

ภูแผงม้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 

กำลังชมวิวเพลินๆ สายหมอกฝนก็พัดลงมาเราซะยังงั้น
เราก็เลยอยู่รออีกสักหน่อยเพราะอยากจะเก็บภาพวิวให้ได้มากที่สุด
พอฟ้าเปิดก็ได้ภาพท้องฟ้าที่สวยงามแปลกออกไป
 

ภูแผงม้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

ภูแผงม้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 

สันเขาทางด้านขวาคือเขาแผงม้า หากซูมภาพดูบริเวณเชิงเขา
จะเห็นเจดีย์สวยๆ ของวัดผาซ่อนแก้ว เขาค้อด้วยค่ะ


ภูแผงม้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

ภูแผงม้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 

ภูแผงม้า ตรงนี้มีลานกางเต๊นท์ด้วย หากใครอยากมาพักตรงนี้
ลองสอบถามรายละเอียดกับทางอุทยานภูหินร่องกล้าได้ค่ะ
ที่เบอร์ 055-356607, 081-596-5977

 

ภูแผงม้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า


 

อำลาความงามของภูหินร่องกล้าไว้เพียงเท่านี้
ก่อนจะออกเดินทางต่อไปยัง "ภูทับเบิก" ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน
ที่ความสูง 1,768 เมตรจากระดับน้ำทะเล
 

ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

 

ยอดภูทับเบิกเวลาหน้าฝนแบบนี้เห็นแล้วมันเขียวชุ่มช่ำปอดดีจังเลย hum
 

ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

 

วิวทางด้านขวามือ เป็นถนนคดเคี้ยวกับหมู่บ้านน้ำเพียงดิน
และเขาน้ำก้อ เด่นตระหง่านอยู่ด้านหลัง ในเวลาพระอาทิตย์ใกล้ตกก็งดงามขึ้นมากเลย


ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

 

บริเวณแถบนี้ ถ้าในช่วงไฮซีซั่น หน้าหนาว
ลานกางเต๊นท์ก็จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมาจับจองพื้นที่ชมทะเลหมอกกันหมด
ที่จริงแล้วถ้ามาเที่ยวในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ในหน้ากรีนซีซั่นแบบนี้
ก็จะเห็นความสวยงามอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งก็งามไม่แพ้ช่วงหน้าหนาวเลย
 

ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

 

การเดินทางในวันนี้ก็จบลง คงจะฟินมากหากเราได้นอนพักที่ภูทับเบิกสักคืน
แต่เราต้องนั่งรถกลับที่พักที่เขาค้อ ดื่มด่ำกับอาหารอร่อยและนอนพักสบายๆ
ที่ภูแก้วฮิลล์รีสอร์ทคืนนึง ก่อนจะออกเดินทางผจญภัยต่อในวันที่สาม

ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

 

วันสุดท้ายของการเดินทางนี้ ทั้งตื่นเต้นเร้าใจ กับกิจกรรมผจญภัย
แถมยังได้ชมความงามของเขาค้ออย่างเต็มรูปแบบอีกด้วย

 

จะสนุกสนานขนาดไหน รอติดตามตอนต่อไปค่ะ

 

hahaha

ชิลไปไหน... ไปด้วย... 

 

จองที่พักแบบ Online ได้ทันที
 
 

 

เรื่องและภาพ : This road is mine


Line ID : @Chillpainai ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องท่องเที่ยว หาข้อมูลเที่ยวได้ 24 ชั่วโมง

แค่พิมพ์ชื่อเมืองเช่น หัวหิน พัทยา เชียงใหม่ ก็ได้ข้อมูลทันที