วันหยุดไหนว่างๆ จะหยุดอยู่บ้านเฉยๆมันก็ยังไงอยู่.. เลยหาที่เที่ยว ที่กิน เปลี่ยนบรรยากาศวันเสาร์แสนเหงา วันอาทิตย์แสนเศร้า ไปลั้ลลาที่ 'เกาะใกล้กรุง' ของจริง ที่จะใกล้แค่ไหนก็ดูที่ค่าเรือข้ามฟากได้ เพียงคนละ 2 บาทเท่านั้น! หลายคนคงจะร้องอ๋อแล้วล่ะสิ..

ก็ 'เกาะเกร็ด' ไง จำไม่ได้หรอ :)



วันนี้ไม่รู้คิดยังไง อยู่ๆก็อยากนัดเจอเพื่อน ชวนกันไปกิน เที่ยว ชิลด้วยกันหนึ่งวันเต็มๆ แต่จะเดินห้างเหมือนเดิมก็เบื่อแล้ว ขอเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยว ‘เกาะใกล้กรุง’ อย่าง เกาะเกร็ด กันบ้างดีกว่า

เกาะเกร็ดเป็นเกาะใกล้ฝั่งใน จ.นนทบุรีที่ล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา เราต้องนั่งเรือข้ามฟากไป โดย

สามารถเดินทางได้หลายวิธี ซึ่งเป้าหมายของเราอยู่ที่ท่าเรือวัดสนามเหนือ

รถยนตร์ส่วนตัว สามารถไปได้ 3 เส้นทาง คือ

1.) ถนนติวานนท์ - เมื่อถึงห้าแยกปากเกร็ด ให้เลี้ยวซ้าย ตรงไปเรื่อยๆ สังเกตซ้ายมือจะมีซอยวัดสนามเหนือ

2.) ถนนแจ้งวัฒนะ - เมื่อผ่านเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ให้ชิดซ้ายไว้ ห้ามขึ้นสะพานพระราม4 ให้ตรงไปยังห้าแยกปากเกร็ด และตรงต่อไปเรื่อยๆ จนถึงซอยวัดสนามเหนือ

3.) สะพานพระราม4 เมื่อข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ลงทางลงปากเกร็ด จากนั้นกลับรถตรงที่กลับรถหน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์ฮอลลีวูดปากเกร็ด แล้วตรงไป สังเกตซ้ายมือจะมีซอยวัดสนามเหนือ

เมื่อถึงวัดสนามเหนือจะมีบริการรับจอดรถคันละ 30 บาทตลอดทั้งวัน (แนะนำให้ไปเช้าหน่อย เดี๋ยวจะไม่มีที่จอดนะจ้ะ)

รถประจำทาง สามารถนั่งสาย 32, 51, 52, 104, 105, 166, 337, 356, 367, 388, 505 ลงที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ฮอลลีวูดหรือตลาดปากเกร็ดแล้วนั่งวินมอเตอร์ไซค์ไปยังท่าเรือวัดสนามเหนือ

รถตู้  มีรถตู้ไปปากเกร็ดทั้งสาย อนุสาวรีย์ชัยฯ-ปากเกร็ด, มีนบุรี – ปากเกร็ด, รามคำแหง – ปากเกร็ด และอีกหลากหลายเส้นทางให้บริการ

 

เมื่อถึงท่าเรือแล้วก็นั่งรอในศาลาเย็นๆได้เลย ถึงแม้ว่าจะไปกันแต่เช้า แต่สังเกตได้ว่ามีนักท่องเที่ยวมาอยู่เรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่ 8-9 โมงคนก็เริ่มมาเที่ยวกันแล้วค่ะ เมื่อเรือมาจอดที่ท่าแล้ว เราต้องรอให้คนขึ้นจากเรือให้หมดก่อน จากนั้นก็ตรงไปลงเรือกันได้เล้ยยย 

เรือที่นั่งเป็นเรือไม้ดัดแปลง มีเพียงเก้าอี้พลาสติกผูกกับเสาเรือให้นั่งไม่เยอะมากนัก แต่ยืนไปก็ได้ค่ะ หายใจเข้ายังไม่ทันออกก็ถึงแล้ว นี่ไง.. เลยบอกว่าเกาะใกล้กรุงของจริง อย่าลืมเตรียมเหรียญให้พร้อม คนละ 2 บาทขาดตัว จ่ายที่ท่าเรือฝั่งเกาะเกร็ด ทั้งขาไป-ขากลับเลยค่ะ 

พอขึ้นจากเรือ จ่ายตังเรียบร้อยแล้วอาจจะงงๆ ให้เดินตรงออกมาจากท่าเรือก่อน จะเห็นของดีประจำเกาะอย่าง ‘ดอกไม้ทอด’ ร้านป้าอู้ดเป็นร้านแรกที่เจอเลย แต่จริงๆ พอเดินเข้าไปในซอยก็จะพบอีกหลายๆร้าน ส่วนมากจะเป็นดอกโสน ดอกเข็ม ดอกกล้วยไม้ ดอกอัญชัน ดอกกระเจี๊ยบ และสารพัดพันธุ์พืช รวมไปถึงหน่อกะลาด้วยนะคะ นอกจากนี้ยังมีกุ้งเล็กและหมึกกระตอยทอดเดียว เคี้ยวเพลินเลย 


ตรงจุดนี้จะมีบริการรถจักรยานให้เช่าสำหรับปั่นเที่ยวรอบเกาะด้วยนะคะ ราคาคันละ 40 / 50 / 60 บาท ไม่จำกัดเวลา สามารถปั่นเที่ยวได้ทั้งวัน วนรอบเกาะเลยค่ะ

แต่วันนี้เราจะเดินเที่ยวกันค่ะ เพราะเน้นเดินเล่น หาของอร่อยกินเรื่อยๆเนอะ ดังนั้นเราเดินตรงไปเรื่อยๆ จนเจอวัดปรมัยยิกาวาส วันที่เราไปมีงานบวชแห่นาค บรรยากาศคึกคักกันน่าดูเลย จากนั้นเราเลี้ยวขวานะคะ เจอกับร้านขนมมากมาย ทั้งขนมบ้าบิ่น ขนมถังแตก และมีแผงร้านขายขนมโบราณ คิดถึงสมัยเด็กๆเลยอ่ะ เดินไปอีกนิด มองซ้าย ก็จะเจอซอยที่เราจะมาตามหาของกินกันค่ะ!

 

เดินเล่นมาเรื่อยๆจนเจอไดโนเสาร์หุ่นเชิด ตกใจมากเลยค่ะ ใครเดินผ่านไปผ่านมาต้องแวะถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอกัน ส่วนเด็กๆนี่ร้องไห้กันระงมเลยค่ะ กลัวไดโนเสาร์คุณลุง ฮ่าๆๆ





ระหว่างทางก็จะพบกับขนมคาว-หวานมากมาย อยากจะแวะซื้อทุกร้านเลย แต่เราได้กลิ่นหอมๆลอยมา เดินตามไปเจอ ‘ทอดมันหน่อกะลาปิ้ง’ และ ‘ไส้อั่วหน่อกะลา’ ซึ่งมีที่เดียวในเกาะ บอกเลยว่าห้ามพลาดค่ะ หอมใบตองและรสชาติเข้มข้น ทานร้อนๆ อร่อยมากเลย

 

นอกจากของกินแล้วยังมีของใช้เป็นพวกเครื่องไม้ เครื่องปั้นดินเผา เสื้อยืด เครื่องหอม ซื้อไปเป็นของฝากได้เลยค่ะ 




นี่ตรงนี้มีขนมช่อม่วง ช่อมะลิด้วย สวยและหาทานยากมาก ตรงนั้นก็มีขนมเปี๊ยะแป้งสด ใหม่ๆ ร้อนๆ เลยค่ะ 



โอ้ย.. เดินช้อปจนเริ่มหิวจริงจังแล้ว แวะทานอาหารกลางวันกันดีกว่า ที่ร้านนี้เลย ‘เตี๋ยวอิงน้ำ’ เห็นชื่อก็อยากเข้าไปนั่งซู้ดก๊วยเตี๋ยว รับลมเย็นๆแล้วค่ะ ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่าย บรรยากาศสบายๆ แต่ระเบียงริมน้ำนี่สิ บรรยากาศดีสุดๆ ที่นี่เขาไม่ได้มีแค่ก๋วยเตี๋ยวนะคะ ยังมีผัดไทรสเด็ด อาหารจานเดียวน่าอร่อย อย่างข้าวผัดปลาร้า แถมจัดจานมาซะสวย เลิ้ฟเลยอ่ะร้านนี้! 




ทานเสร็จแล้วก็ไปกันต่อเลยยย นี่ยังเพิ่งครึ่งทางเองนะเนี่ย! มองซ้าย มองขวา น่าซื้อ น่าทานไปหมด เห็นอันนี้แล้วชอบมากเลยค่ะ เป็นการประยุกต์ความเป็นไทยกับอาหารฝรั่ง นี่คือ ลาซานญ่าในหม้อดินเผา! น่ารักมากอ่าาาา มีทั้งผักโขมอบชีส แฮมผักโขม (หม้อละ 59 บาท 3 หม้อ 160 บาท) แล้วยังมีเป็นข้าวหลามกับหม้อแกงด้วย (หม้อละ 45 บาท)

ต่อไปก็แปลกอีก เพิ่งเคยเห็นนะเนี่ย ‘ขนมไข่ปลา’ อ้ะๆ อย่าเพิ่งคิดว่าทำมาจากไข่ปลานะคะ สีเหลืองๆนั้นทำมาจากลูกตาล เป็นขนมไทยโบราณ หาทานได้ยาก คลุกกับมะพร้าวขูด อร่อยสุดๆ ราคากล่องเล็ก 20 บาท ส่วนกล่องใหญ่ (ลูกตาล+เผือก) 50 บาท



ที่เกาะเกร็ดนี้มีร้านขนมไทยเยอะมากเลยนะคะ แต่ละเจ้าก็มีลูกเล่นแตกต่างกันออกไป อย่างร้านนี้มาในไซส์จิ๋ว ให้เลือกคละๆกันได้ ใส่กล่องกลับบ้านได้เลย ราคาเริ่มต้นชิ้นละ 6-10 บาท ที่ร้าน 'จ๊ะจ๋าขนมหวาน' ทำสดใหม่ที่หน้าร้านเลยด้วยนะ 


เดินต่อไปเห็นซอยซ้ายมือมีไอน้ำฟุ้งๆ ตกแต่งด้วยดอกไม้และต้นไผ่ เดินเข้าไปดูจึงรู้ว่าเป็น ‘ร้านชาหอมที’ คาเฟ่น่ารักมาก บรรยากาศส่วนตัว และที่แน่ๆ ชาต้องอร่อยมากแน่ๆ แต่พอดูเมนูแล้วแบบเห้ยย.. คืออยากลองหลายอันมาก ไม่ว่าจะเป็นกาแฟกะทิสด อัญชันมะพร้าวอ่อน น้ำดอกดาหลาปั่น(!?) แถมยังมีขนมชื่อแปลก ที่เป็นขนมโบราณ เรายังไม่เคยทานเลยลองสั่งมาดูค่ะ เป็นปลาแห้งแตงโมและม้าฮ้อ(!?) เป็นไส้ของสาคูไส้หมูวางบนสับปะรด แปลกมาก ถือเป็นประสบการณ์ใหม่เลยนะเนี่ย




เดินต่อไปผ่านวัดไผ่ล้อม แถวหน้าวัดจะมีร้านขายน้ำ ใส่แก้วดินเผาน่ารักมากเลย เอาใจเด็กๆมาก มีสารพัดตัวการ์ตูนให้เลือก ดื่มน้ำในหม้อแบบนี้มันเย็นชื่นใจ แถมมีของกินมากมาย แผงร้านค้าเป็นตับเลยค่ะ!

ต่อไปเราไปดูของขึ้นชื่อที่นี่กันมั่งค่ะ ‘เครื่องปั้นดินเผา’ ที่โรงงานเครื่องปั้นดินเผาป้าตุ่มจะมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวทดลองปั้นหม้อ ปั้นไหเอง โดยมีคุณลุงที่ชำนาญเป็นคนสอนเองเลยค่ะ เพียงซื้อดินก้อนละ 50 บาท ก็ลองทำได้เลย สนุกแถมได้เครื่องปั้นดินเผาฝีมือตัวเองกลับบ้านด้วยนะ หรือบางคนอาจจะแค่อยากดูเฉยๆ แล้วไปช้อปเอาดีกว่า ก็มีให้เลือกมากมายเลย เริ่มตั้งแต่เครื่องปั้นดินเผาจิ๋วอันละสิบกว่าบาท ไปจนถึงหม้อแกะสลักลายวิจิตรระดับ OTOP 





ออกจากโรงงานแล้วเลี้ยวซ้าย เพราะแอบหาข้อมูลมาว่าตรงนี้มีร้านขนมถ้วยอร่อย แถมมีเฉาก๊วยของโปรดด้วย เห็นคนนั่งเต็มร้านเลยทำไงดี สั่งขนมแล้วมานั่งอีกฝั่งนึงได้ค่ะ เป็นลานกว้างๆ มีโต๊ะไม้ตั้งตามจุดต่างๆ รวมถึงใต้ถุนบ้านด้วย ได้บรรยากาศสไตล์คันทรี่ดีจริงๆ ลุงมาเสิร์ฟขนมพร้อมเอาพัดมาให้ เดินเล่นกันมาร้อนๆ เจอยังงี้หายเหนื่อยเลย คนบนเกาะเกร็ดน่ารัก อัธยาศัยดีมากค่ะ




เราเดินกลับไปอีกฝั่งกันมั่งดีกว่าค่ะ เพราะตอนนั่งเรือมาเห็นป้ายร้านนึง อยู่เลยท่าเรือไปหน่อย น่าไปนั่งชิลมาก แต่ระหว่างทางเจอของเด็ดอีกแล้วง่ะ ขนมวง ทำจากข้าวเหนียวดำ ข้าวเหนียวขาวทอดมาร้อนๆ ราดด้วยน้ำตาล(?) น่าทานมากกกกกก ไม่เหมือนโดนัทนะคะ ต้องลองซื้อชิมดู ถุงละ 20 บาท ได้ประมาณ 5-6 ชิ้น แบ่งกันกินจนเกลี้ยงเลย


มีของขายเยอะมากจริงๆ ยิ่งช่วงบ่าย บรรยากาศคึกคักสุดๆ เห็นชาวต่างชาติเช่าจักรยานปั่นกันด้วย ไว้คราวหน้าลองมาปั่นเที่ยวรอบเกาะดูบ้างดีกว่า เพราะแค่เดินเส้นนี้อย่างเดียวก็เต็มวันแล้ว เห็นเขาบอกว่า ถ้าปั่นจักรยานลึกเข้าไปอีกจะเจอสวนผัก สวนผลไม้ด้วยค่ะ ต้นหน่อกะลาก็ปลูกกันที่นั่น น่าจะได้อีกบรรยากาศนึง

 ส่วนร้านนี้ก็เป็นอีกหนึ่งร้านดังกับ ‘น้องแฝด’ ทอดมันหน่อกะลา ซื้อใส่ถุงกลับบ้านดีกว่า ตะกี้ยังกินไม่จุใจเลย แล้วนี่ทำไมรู้สึกว่าขาไปมันใช้เวลานานกว่าขากลับ ทั้งๆที่ระยะทางก็เท่าเดิม ฮ่าๆๆ พอถึงท่าเรือ เราก็เดินทะลุร้านป้าอู้ดดอกไม้ทอดไปอีกนิดหน่อย จะเจอกับร้านอาหารชิคๆริมน้ำ ‘ยกเย็นขึ้นบก’ ชื่อนี้แหละที่เห็นตอนนั่งเรือข้ามฟากมาเลยอยากรู้ว่าร้านเป็นไง



ร้านน่ารักมาก ดัดแปลงบ้านเก่าสองชั้นให้เป็นร้านอาหารสไตล์วินเทจ นั่งทานอาหารเย็น บรรยากาศดีทีเดียว เราว่าจะสั่งบาร์บีคิวเสียบไม้มาทานเล่นๆ แต่แบบไม้หมด ได้แบบกับข้าวมา! เพิ่งเคยเห็นทานคู่กับข้าวก็อร่อยไปอีกแบบ สั่งกาน้ำมาด้วย น่ารักจัง ปิดท้าย 1 วันเต็มๆบนเกาะเกร็ด เกาะใกล้กรุงที่อยากให้ลองมาเที่ยวกันในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ผู้คนน่ารัก ของกินอร่อย แถมมีกิจกรรมให้ทำมากมาย หากไม่รู้จะไปไหน ลองเปลี่ยนบรรยากาศออกไปเที่ยวนอกบ้าน นอกห้างกันบ้างค่ะ :)





 

08
ชิ
ไปไหน

 

Line ID : @Chillpainai ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องท่องเที่ยว หาข้อมูลเที่ยวได้ 24 ชั่วโมง

แค่พิมพ์ชื่อเมืองเช่น หัวหิน พัทยา เชียงใหม่ ก็ได้ข้อมูลทันที