เต่าตาหวาน

 

เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมชื่อเรียกของย่านต่างๆ มักขึ้นต้นด้วยคำว่า “บาง” เช่น บางรัก บางกอกน้อย บางกะปิ บางกระเจ้า ฯลฯ วันนี้เรามีคำตอบมาให้หายสงสัย 



ที่มาของคำว่า “บาง”

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ "พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย" ทรงอธิบายความหมายไว้ว่า “บาง” คือ ย่านหรือบริเวณที่มีคลองเข้าไป



พจนานุกรมฉบับมติชนให้ความหมายว่า “บาง” คือ ทางน้ำเล็กๆ บริเวณที่น้ำท่วมถึง และพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ให้ความหมายว่า “บาง” หมายถึง ทางน้ำเล็กๆ, ทางน้ำเล็กที่ไหลขึ้นลงตามระดับน้ำในแม่น้ำ ลำคลอง หรือทะเล



ในอดีต…คนไทยนิยมลงหลักปักฐานสร้างบ้านเรือนในที่ราบลุ่มริมน้ำ เพื่อประโยชน์ทั้งการทำมาหากินและการเดินทางสัญจร ชื่อชุมชนริมน้ำจึงมักขึ้นต้นด้วยคำว่า “บาง” นั่นเอง



ทำไมต้อง“บาง” ล่ะ

มีการสันนิษฐานว่า “บาง” อาจกลายเสียงมาจากคำว่า “บัง” ในภาษามอญ ซึ่งหมายถึงเรือ หรือจุดจอดเรือ จึงนำคำว่า “บาง” มาใช้เรียกนำหน้าชื่อย่านที่มีเรือจอดกันเยอะๆ ซึ่งก็คือชุมชนริมน้ำที่มีผู้คนอาศัยอยู่รวมกัน มีการค้าขาย สัญจรทางเรือ


 

คำว่า “บาง” จึงมีนัยยะเดียวกับนำหน้าชื่อย่านคำอื่นๆ เช่น บ้าน- ,ดอน- ,แม่- ,ขุน- ,ควน- ,หุบ- ฯลฯ คือเป็นคำที่บ่งบอกลักษณะของที่ตั้งชุมชนนั่นเอง

 

เอาอะไรมาต่อท้าย “บาง”

คำที่นำมาต่อท้ายคำว่า “บาง” มีหลายที่มา เช่น
จากพืชที่พบมาก เช่น บางแค บางลำพู  
จากชื่อบุคคล เช่น บางขุนศรี บางขุนพรหม
จากลักษณะภูมิประเทศ เช่น บางคอแหลม
จากตำนาน เช่น บางซื่อ บางซ่อน
จากสิ่งที่พบเห็นบ่อยๆ จนเป็นเอกลักษณ์ เช่น บางกระเจ้า บางกระบือ
หรือเพี้ยนมาจากภาษาอื่น เช่น บางเชือกหนัง ไม่ได้เป็นย่านที่มีเชือกหนังเยอะ แต่เพี้ยนมาจากคำว่า ฉนัง


ช่วงนี้หน้าฝนแล้ว ฝนตกแป๊บเดียวถนนกรุงเทพฯ หลายแห่งก็กลายทางน้ำเล็กๆ ที่น้ำท่วมถึงแล้ว หรือเราจะเรียกแถวนั้นว่า “บาง” กันดูล่ะ ป่ะ... ไปบางอโศกกัน