ตะลุยเมือง “Osaka” ประเทศญี่ปุ่นกัน ..ถ้าพูดถึงเมืองนี้มีที่ท่องเที่ยวให้นึกถึงเยอะแยะ แต่ที่พลาดไม่ได้หากมาถึงโอซะกะแล้ว ต้องเป็นเรื่อง “ช้อปปิ้ง” เลยจ้า!! โดยเฉพาะอย่างยิ่งทริปนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปตะลุยกันที่ย่านอุเมดะ “Umeda” ย่านช้อป ย่านกิน ย่านธุรกิจ นอกจากจะมีของให้เลือกสรรกันเยอะแล้ว ..หนุ่มๆ ย่านนี้ก็น่าเหล่ ไม่แพ้กันเลยนะคะ อิอิ โอ้ยย...มันดีมากซะจนอยากให้มีแบบนี้ที่บ้านเราบ้าง ใช้เวลากันไปทั้งหมด 4 วัน 3 คืน ฟินๆ จะช้อปกระจาย กินกันสุดพลังขนาดไหนไปดูกัน..

เที่ยวโอซาก้า ช้อปมันส์ ตังไม่หมดไม่กลับบ้าน05





เรานั่งเครื่องจากประเทศไทย ตอน 08.15น ไปถึงที่นั้นประมาณ 15.45 ที่ญี่ปุ่นเวลาเร็วกว่าเรา 2 ชั่วโมงค่ะ นั่งรถจากสนามบินคันไซไปยังที่พักถึงก็ค่ำพอดีเลยค่ะ
 


 

ทริปนี้เราตั้งใจไปช้อปกัน ตั้งชื่อแฮชแท็กเก๋ๆ กันก่อนไปเลยว่า #ตังไม่หมดห้ามกลับบ้าน เราเลือกย่านอุเมดะ เพราะย่านนี้เป็นย่านที่มีห้างสรรพสินค้ารายล้อม เยอะยิ่งกว่าตู้กดน้ำซะอีก ความพีคคือแต่ละห้างมีแยกเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า รองเท้า เสื้อผ้า เดินกันจนตาลาย (แนะนำหากใครไปให้ใส่รองเท้าสำหรับเดินเยอะๆ ไปเลยค่ะ)


 

สรุปแล้วเราไปเลือกเดินกันที่ ห้าง “Grand Front Osaka” ห้างนี้จะเดินง่ายหน่อยค่ะ มีแผนที่ร้านให้ดูชัดเจน ชั้นที่เป็นร้านอาหารก็จะเป็นร้านอาหารทั้งชั้นเลย นอกจากนี้ยังอยู่ติดกับสถานีรถไฟ Osaka แบบเชื่อมกันเลยอีกด้วยค่ะ




เริ่มต้นเช้าวันที่สองกันที่ห้าง “Grand Front Osaka” กองทัพต้องเดินด้วยท้อง มาถึงญี่ปุ่นเมนูที่อยากทานต้อนหนีไม่พ้นปลาดิบ เลยไปกันที่ร้าน “Ginpei” ไม่ได้มีแค่ปลาดิบนะคะ แต่ร้านนี้เป็นร้านที่รวมเมนูจานปลาเน้นๆ ปลาสดๆ นำมาจากมากะยาม่า ร้านเปิด 11 โมง



อิ่มท้องแล้วได้เวลาช้อปกันแล้วค่ะ ห้างค่อนข้างมีร้านให้เลือกเดินเยอะมากกก..นอกจากนี้ยังมี Muji ที่ใหญ่ที่สุดในโอซาก้าอีกด้วยค่ะ


ร้านแรกแวะไปที่ “IORI” ร้านขายผ้าขนหนู ผ้าเช็ดตัวที่ไม่ธรรมดาเลยค่ะ ร้านนี้เพื่อนๆ ของชิลคอนเฟิร์มกันก่อนมาว่า ผ้าเค้าเจ๋งจริงๆ ซับน้ำได้ดีเยี่ยม ฝ้ายที่นำมาทำผ้านำมาจาก จ.เอฮิเมะ

นอกจากนี้ยังได้ของฝากมาฝากเพื่อนสาวที่ใกล้คลอดด้วยค่ะ เพราะมีเครื่องใช้ของเด็กๆ ด้วย น่ารักตะมุตะมิมากเลย

ร้านที่ 2 "KeYuca" ร้านขายของเครื่องใช้ภายในบ้าน จนไปถึงของใช้กระจุกกระจิ๊ก กระเป๋า รองเท้า

.

ร้านนี้มีแก้วน้ำ แบบสกรีนเดือนเกิดวันเกิดให้เราซื้อฝากเพื่อนๆ ให้ของขวัญวันเกิดเพื่อนๆ ได้อีกด้วยค่ะ ของแต่อย่างน่ารักมากอยากขนกลับบ้านทุกชิ้นเลย


ร้านที่ 3 เราเดินผ่านร้าน "Tabio" ร้านถุงเท้าเก๋ๆ แล้วอดใจไม่ได้ค่ะ ขายเฉพาะถุงเท้าเท่านั้นนะคะ

น่ารักมาก มีหลายสี หลายแบบมีทั้งแบบสำหรับนักกีฬา แฟชั่นด้วยค่ะ น่ารักแบบนี้จัดกลับบ้านไปหลายคู่เลย

 

ร้านที่ 4 "Urban Reseach Doors" ร้านขายเสื้อผ้า ของใช้ ทั้งของผู้หญิง ผู้ชาย และเด็ก



 

ร้านนี้เป็นร้านแบบ Muti - Brand คือจะมีหลายๆ ยี่ห้ออยู่ในร้านเดียวกัน เพลินจริงอะไรจริง เสื้อยี่ห้อนึง กางเกงยี่ห้อนึง เสื้อผ้าในร้านก็ดีไซน์เก๋กู๊ดดดด.. ซะจนอดใจไม่ไหวเลยค่ะ

ร้านที่ 5 "KBF BOX" ร้านขายเสื้อผ้าผู้หญิง มีของผู้ชายบ้างเล็กน้อย ของใช้ แก้ว จาน จนไปถึงของเล่นน่ารักๆ

ที่น่าซื้อมาฝากเพื่อนสุดๆ ต้องเป็นของใช้ จาน แก้วลายสตาร์วอร์ ที่ทางร้านออกแบบเองค่ะ น่ารักมาก

พอถึงช่วงบ่ายๆ เริ่มหิว พักเรื่องช้อปมาหาอะไรใส่ท้องกัน .. กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เราแว๊ปไปหาอะไรทานกันที่ร้าน "Nana's Green Tea" ร้านที่คนรักชาเขียวต้องห้ามพลาด

ที่นี่มีเมนูชาเขียวให้เลือกทานเยอะมว๊ากกกกกก... นอกจากเครื่องดื่มแล้ว มีเมนูอาหารอีกด้วยค่ะ วัตถุดิบสดใหม่ รสชาติอร่อย

จากร้านมองเห็นวิวถนนของเมืองอุเมดะ ทานอาหารไป มองรถวิ่ง คนเดินริมถนนเล่น ก็สนุกดีค่ะ หนังท้องตึงแล้ว มีแรงช้อปต่อ เราไปเจอร้านขายกระเป๋า ที่มีลายเก๋ๆ สีสันสดใสชื่อ ว่าร้าน "Les Toiles Du Soleil"

ร้านนี้นอกจากกระเป๋าแล้ว ยังมีของใช้อื่นๆ อีกค่ะ อย่างผ้าเช็ดหน้า ถุงมือกันความร้อน เนื้อผ้านำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส ออกแบบและตัดเย็บในประเทศญี่ปุ่น มีน้ำหนักเบา สีสันน่ารักแบบนั้น จัดกลับบ้านสักใบสองใบแน่นอนนน...

 

ออกจากร้านกระเป๋า ไปสะดุดตาเข้ากับร้าน "Afternoon Tea" ชื่อร้านเป็นร้านชาร้านขนม แต่เขาไม่ได้มีแค่นั้นนะคะ ร้านนี้มีของใช้น่ารักๆ สีชมพูหวานแหวว ลายซากุระน่ารักน่าโดน


นอกจากของใช้แล้ว ยังมี Hand Cream ต่างๆ น้ำมันใส่ผมกลิ่นซากุระ สเปรย์ฉีดผม กระเป๋า ร่ม ทุกอย่างน่าขนกลับไทยมากเลยค่ะ 

เดินห้างกันจนหนำใจแล้ว ออกจากห้างมาก็เริ่มเย็นๆ แล้ว กลับที่พักเอาของที่ช้อปมาไปเก็บ แล้วเดินเล่นอุเมดะ หาของอร่อยทานกันค่ะ 

วันที่ 3 ในโอซาก้า เราตื่นไม่เช้ามาก เป็นวันสบายๆ .. ไม่ช้อปกันแล้ว แต่จะเดินเท้าจากที่พักไป ขึ้นตึกสูงๆ กันค่ะ ชื่อว่าตึก Umeda Sky Building เป็นตึกที่เปิดให้ขึ้นไปชมวิวเมืองโอซาก้า ใครไปไม่ถูกปักหมุดใน Google Map ไปเลยค่ะ
 


อากาศค่อนข้างดี อยู่ที่ประมาณ 10 - 13 องศาเลย 

ตึก Umeda Sky Building มีความสูง 173 เมตร ที่ชั้น 40 และดาดฟ้าเป็นจุดชมวิว นอกจากนี้ยังมีร้านคาเฟ่ บริการเครื่องดื่ม ขนม ให้เราได้ชมวิวไป จิบกาแฟไปด้วยค่ะ

นั่งชมวิวจนหนำใจแล้ว ลงจากตึก ไปหาอะไรทาน ก่อนจะไปกันที่ "Hep Five" ห้างในย่านอุเมดะอีกห้างนึง เพื่อไปขึ้นชิงช้าสวรรค์ยักษ์
 


ชิงช้าสวรรค์สีแดงอันใหญ่ยักษ์นี้ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 75 เมตร สีแดงสด ที่สูงงงงงง..... จนมองเห็นจากหลายๆ มุมของเมืองอุเมดะ 


ตอนจะไปขึ้นชิงช้า เราต้องขึ้นตึกไปอีก 7 ชั้น กันเลยค่ะ ค่าขึ้นชิงช้าก็ไม่แพงมาก ผู้ใหญ่ประมาณ 500 เยน เด็กต่ำกว่าประถมขึ้นฟรี

ตัวกระเช้าสามารถนั่งได้ 4 คน ด้านในมีเครื่องปรับอากาศและฮีสเตอร์พร้อม จะนั่งตอนกลางวันหรือตอนกลางคืนก็สวยทั้งสองแบบเลยค่ะ ใช้เวลาในการนั่ง 15 นาทีต่อ 1 รอบ 

 

ลงมาจากชิงช้าสวรรค์ไปช้อปต่อ เดินเล่นกันในเมือง ตากลมเย็นๆ กันให้เต็มที่เลยค่ะ ก่อนที่เราจะต้องเตรียมตัวกลับเมืองไทย ไปเจออากาศแบบ +25 องศากัน

ช้อปกันมันส์หิ้วของพะรุงพะรังกลับที่พักกัน ทริปนี้เราพักกันที่ Hearton Hotel Nishi Umeda ห้องพักสะดวกสบาย ขนาดไม่ใหญ่มาก ภายในที่พักมีตู้กดน้ำบริการ มีอาหารเช้า คาเฟ่ และร้านอาหารบริการค่ะ



วันที่ 4 เราใช้เวลาเดินทางกลับกันตั้งแต่ บ่าย 2 ค่ะ เพื่อต่อรถออกจากอุเมดะ ไปยังสนามบินคันไซ บอกเลยว่าทริปนี้เหมาะกับขาช้อปเป็นอย่างยิ่งค่ะ ย่านอุเมดะเป็นย่านที่มีห้างสรรพสินค้า และเป็นย่านที่มีร้านอาหารให้เลือกทานกันได้หลายหลาก หรือจะเดินเล่นตอนกลางคืน หรือว่าต่อรถไฟไปเที่ยวในที่ต่างๆ ของโอซาก้า ก็สะดวกสบายเลยค่ะ เพราะอุเมดะ เป็นเมืองที่มีสถานีรถไฟถึง 6 สถานี และมีห้างใหญ่กว่า 4 ห้าง ไม่รวมร้านค้า ย่านค้าขายอื่นๆ อีกนะคะ เรียกได้ว่า อุเมดะ เป็นเมืองศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นเลยค่ะ
 


เรียบเรียงโดย ชิไปไหน