หน้าร้อนทีไรเห็นใครหลายคนแชร์ที่เที่ยวทะเลๆ กันทั้งนั้น เลื่อนดูตามเฟสบุ๊คเอย อินสตาแกรมเอย มีแต่คนไปเที่ยว เกาะมันนอก เห็นแล้วแบบ ‘เห้ย มันคือที่ไหน? ทำไมดูชิลเวออออร์ขนาดนี้!’ นี่ก็ไม่รีรอ รีบหาข้อมูลแล้วตีตั๋วตามไปเที่ยวเลยจ้า



เกาะมันนอก เป็นเกาะเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในอ่าวไทยด้านตะวันออก อยู่ในหมู่เกาะมัน จ.ระยอง มี 3 เกาะด้วยกันคือ เกาะมันใน เกาะมันกลาง และเกาะมันนอก ซึ่งเกาะนี้เป็นเกาะที่อยู่ไกลจากฝั่งมากที่สุด ใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือแหลมตาล บริเวณอ่าวไข่ อ.แกลง ประมาณ 45 นาที

 
โดยเราเริ่มเดินทางจากกรุงเทพฯ แต่เช้า ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อไปให้ทันขึ้นเรือ ซึ่งมีเพียงรอบเดียวต่อวันเท่านั้น คือรอบ 13:00 น. ส่วนขากลับจากเกาะก็มีรอบเดียวเช่นกันคือรอบ 15:00 น. เมื่อมาถึงท่าเรือแล้ว บริเวณท่าเรือจะมีที่จอดรถบริการฟรี มีห้องน้ำคอยบริการ จากนั้นเราไปเช็คชื่อที่จองที่พักไว้ จากนั้นพนักงานจะมาติดแท็กกระเป๋า เพื่อจะได้ขนกระเป๋าของเราไปลงเรือ ส่วนเราก็นั่งพักผ่อนชิลๆ สักพัก พอถึงเวลาก็สามารถเดินตัวปลิวไปขึ้นเรือได้เลย

เรือที่นั่งไปเกาะมันนอกเป็นเรือประมงดัดแปลง 2 ชั้น ชั้นล่างจัดเรียงที่นั่งเป็นแถวๆ ส่วนชั้นบนคล้ายๆ ดาดฟ้า มีที่นั่งและที่วางของอยู่ตรงกลาง สามารถชมวิวขณะที่เรือแล่นไปเรื่อยๆ ลมพัดเอื่อยๆ บอกเลยฟินตั้งแต่อยู่บนเรือ เพราะบรรยากาศดีมว้ากก ระหว่างทางจะผ่านมันในและเกาะมันกลางด้วยค่ะ เห็นเขาว่าที่เกาะมันกลางก็มีที่พักเหมือนกัน น่าสนใจเหมือนกันนะ เผื่อทริปหน้าจะมาเก็บให้ครบ 3 เกาะเลย!





พอใกล้ถึงเกาะแล้วเราต้องเปลี่ยนไปลงเรืออ่าง ทั้งคน ทั้งกระเป๋า เพราะที่หน้าหาดน้ำตื้นมาก เรือใหญ่เข้าไปจอดไม่ได้ เพราะจะติดหินและปะการัง ส่วนเราพอขึ้นเกาะปุ๊บ เท้าแตะทรายปั๊บ ก็ละสายตาจากวิวสวยๆ ของที่พักและหาดทรายสวยๆ ไม่ได้เลย น้ำทะเลที่นี่ใสมาก สีฟ้าแจ๋ว น่าเล่นน้ำสุดๆ แต่ก่อนอื่นเราต้องไปเช็คอินเข้าที่พักกันก่อนค่ะ


รีสอร์ทแห่งนี้เป็นรีสอร์ทเพียงหนึ่งเดียวบนเกาะ ใช้ชื่อที่พักตามเกาะเลยค่ะ ‘Koh Munnork Private Island By Epikurean Lifestyle เหมาะสำหรับคนที่อยากมาพักผ่อนและหลีกหนีความวุ่นวาย เพราะบริเวณที่พักจะเต็มไปด้วยธรรมชาติอันสมบูรณ์ของต้นไม้ใบหญ้าเขียวชอุ่ม รวมถึงเป็นที่อยู่อาศัยของเจ้าถิ่นอย่างนกยูงที่มักออกมาทักทาย รำแพนโชว์นักท่องเที่ยวตลอดทั้งวัน รีสอร์ทแห่งนี้มีห้องพักเพียง 22 หลัง ห้องพักเป็นสไตล์บังกะโลแยกเป็นหลังๆ ให้ความความรู้สึกส่วนตัว ได้ฟีลคนติดเกาะแบบในเรื่อง Castaway เลยล่ะ

เราซื้อแพ็คเกจ 2 วัน 1 คืนเอาไว้ (หรือใครสนใจจะจะพัก 2 คืน 3 คืน ก็จะมีโปรโมชั่นลดราคาให้ด้วยนะ) ราคานี้รวมค่าห้องพัก เรือไป-กลับ อาหาร 3 มื้อ(เช้า กลางวัน เย็น *ไม่รวมเครื่องดื่มทุกชนิด* แต่ภายในห้องพักจะมีบริการน้ำดื่มฟรีวันละ 2 ขวด) ห้องพักที่นี่จะมี 3 แบบค่ะ ตกแต่งหลายแนว หลากสไตล์ มีทั้ง Beach Front Bungalow (ห้องพักวิลล่า J) ห้องพักบังกะโล ตั้งอยู่ติดชายหาด มีระเบียงหน้าบ้านสำหรับชมวิวทะเล แถมมี Outdoor Shower ที่ให้เราดื่มด่ำกับธรรมชาติ ทั้งลมทะเล และเสียงคลื่น ภายในห้องพักมี 1 เตียงใหญ่ สามารถเข้าพักได้ 2 คน ห้องนอนแยกกับห้องนั่งเล่น และห้องน้ำแยกจากห้องอาบน้ำ(ซึ่งมีแบบ Indoor ด้วยนะจ้ะ)



Garden Cottage (ห้องพักวิลล่า Q) ห้องพักสไตล์กระท่อมในสวนที่มีพื้นที่กว้างขวาง นอกจากจะมีเตียงใหญ่แล้วยังมีที่นั่งริมหน้าต่างที่สามารถวางเตียงเสริมได้ อีกทั้งห้องพักยังตกแต่งน่ารักสไตล์ชาวเล และที่สำคัญคือใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ห้อยนู่นแขวนนี่ ถ่ายรูปออกมาแล้วดูเก๋อย่าบอกใคร ส่วนห้องน้ำจะแยกจากห้องอาบน้ำและบริเวณอ่างล้างหน้าที่ตกแต่งด้วยไม้และก้อนหินกลมๆ เล็กๆ ด้านหน้าและด้านข้างห้องพักยังมีระเบียงพร้อมที่นั่งเล่น สำหรับชมวิวสวนและวิวทะเล เดินไปใกล้นิดเดียวก็ถึงทะเลแล้วด้วยค่ะ




 
และแบบสุดท้ายคือ Bungalow (ห้องพักวิลล่า B) บังกะโล 1 หลังมี 2 ห้องพักติดกัน ภายในกว้างขวาง ตกแต่งแบบเรียบง่าย มีเตียงใหญ่ 2 เตียง สามารถเข้าพักได้ 4 คน และแบ่งสัดส่วนชัดเจนจากห้องแต่งตัว 2 ห้องน้ำ และ 2 ห้องอาบน้ำที่จะยกพื้นสูง สามารถชมวิวทะเลและวิวสวนได้จากระเบียงหน้าห้องพัก



 
ภายในห้องพักกว้างขวางและตกแต่งน่ารักสุดๆ ถึงแม้ว่าจะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างทีวี ตู้เย็น แต่ก็มีแอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น ผ้าเช็ดตัว สบู่ แชมพู และไดร์เป่าผม แค่นี้ก็ช่วยเบากระเป๋าเราไปได้เยอะเลยค่ะ
 
มาถึงจุดนี้ขอบอกเรื่องที่หลายคนมักจะกังวลเวลามาเที่ยวเกาะซะหน่อย..
มีสัญญาณโทรศัพท์รึป่าว?” เรามาคอนเฟิร์มแล้วว่ามีค่ะ แต่ถ้าเน้นเน็ตแรงๆ หน่อยต้องแถวหน้าหาดนะ และห้องพักบางหลังที่อยู่ไกลหน่อย สัญญาณก็อาจจะลดน้อยตามไปด้วย ส่วนบริเวณล็อบบี้ ที่ทานอาหาร และสระว่ายน้ำจะมี WiFi ให้ใช้บริการฟรีค่ะ
ต่อมาน่าจะเป็นเรื่อง “
น้ำและไฟฟ้า” ที่เกาะแห่งนี้ผลิตน้ำและปั่นไฟใช้เอง ดังนั้นจะมีการพักเครื่องปั่นไฟตั้งแต่ 09:00 – 13:00 น. ของทุกวัน แต่ไม่เป็นไรเนอะ มาเที่ยวทั้งทีก้ขอใกล้ชิดติดทะเลหน่อยแล้วกัน
และเรื่องสุดท้าย “
น้องหมา/น้องแมว หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ สามารถเข้าพักได้มั้ย?” คำตอบคือได้ค่ะ แต่สามารถเข้าพักได้บางห้องพัก และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตัวละ 1,000 บาทค่ะ

 
เมื่อหมดปัญหาคาใจแล้ว เราไปสำรวจรอบๆ กันจ้า โดยส่วนใหญ่แล้วถ้าเราไม่อยู่ในห้องพักและนั่งเล่นตามหาด ก็จะมาชิลๆ ที่ล็อบบี้หรือจะเรียกว่า ส่วนกลาง จะดีกว่า เพราะที่นี่นอกจากจะเป็นล็อบบี้ ที่ทานอาหาร และบาร์เครื่องดื่ม ยังมีสระว่ายน้ำ มุมนั่งเล่นอ่านหนังสือ และมีร้านขายของที่ระลึก ที่มีตั้งแต่ของกุ๊กกิ๊กน่ารักๆ ไปจนถึงเสื้อผ้าจำพวก Beachwear ขายด้วยค่ะ



เราไปต่อที่ชายหาดกันบ้างค่ะ ห้องพักที่นี่จะอยู่ใกล้ชายหาด เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็เท้าจุ่มน้ำแล้วค่ะ ไม่ว่าจะเป็นห้องพักแบบไหนก็ตาม บริเวณชายหาดจะมีศาลามากมายสำหรับนั่งเล่น รับลม ชมวิว หรือจะหยิบหนังสือสองสามเล่มมาอ่าน ฟังเพลงเพลินๆ ก็ดี นอกจากนี้ยังมีเปลญวนและชิงช้าให้เราได้ถ่ายรูปเก๋ๆ นั่งฟังเสียงคลื่นชิลๆ ก็ได้เช่นกัน อีกทั้งรีสอร์ทแห่งนี้จะเน้นไปที่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรือ Eco-tourism เพื่อให้เกาะแห่งนี้คงความอุดมสมบูรณ์และรักษาธรรมชาติแบบดั้งเดิมไว้ให้มากที่สุด จึงอยากขอให้นักท่องเที่ยวที่มาพักช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาตินิดนึง ที่นี่จะได้สวย สะอาด น่ากลับมาพักผ่อนอีกไง




แล้วมาติดเกาะแบบนี้หลายๆ คนอาจจะกลัวเบื่อ แต่บอกได้เลยว่าไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะที่นี่มีกิจกรรมหลากหลาย ใครเบื่อนอนชิลๆ ริมทะเลมาดูกันว่าที่นี่มีอะไรให้ทำบ้าง เริ่มตั้งแต่กิจกรรมสุดฮอตที่ไปทะเลทีไรไม่พลาด นั่นก็คือ ดำน้ำตื้นดูปะการังหรือ Snorkeling ที่สามารถเดินลงน้ำ ดำหน้าหาดและรอบๆ เกาะได้เลย ส่วนใครเห็นน้ำใสๆ แบบนี้ที่นี่ก็มีกิจกรรมตกปลา ซึ่งสองกิจกรรมนี้มีอุปกรณ์ให้ใช้ฟรี ยกเว้นก็แต่เรือคายักที่จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 300 บาท/ชั่วโมง หรือหากใครเป็นสายผจญภัย ที่นี่ก็มีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติรอบๆ เกาะด้วยค่ะ นอกจากนี้สายสุขภาพก็ต้องมานะ เพราะเขาจัดกิจกรรม Yoga on the beach วันไหนอากาศดีๆ มารวมตัวกันออกกำลังกายยามเช้าริมหาด ถือเป็นการเริ่มต้นวันดีๆ อีกวันหนึ่งบนเกาะส่วนตัวแห่งนี้ค่ะ


เดินเล่นและทำกิจกรรมกันจนเหนื่อยแล้ว เรามาทานอาหารกันดีกว่า ห้องอาหารที่นี่เป็นอาหารสไตล์ชาวเกาะบริการทั้งอาหารและเครื่องดื่มตลอดทั้งวันตั้งแต่ 07:30 – 22:00 น. (อาหารเช้า 08:30 – 10:00 น. อาหารเย็นเริ่มตั้งแต่ 18:30 น. เป็นต้นไป) มีตั้งแต่ซีฟู้ดสดๆ ไปจนถึงผักผลไม้ตามฤดูกาล ห้องอาหารของที่นี่เป็นแบบ Open Air สามารถทานอาหารไปด้วย ชมวิวพระอาทิตย์ตกดินไปด้วย บรรยากาศดีเวอร์อย่าบอกใคร



 
เราเลยขอสั่งแบบจัดเต็ม จะได้รู้ว่าสไตล์ชาวเกาะของที่นี่เขาเป็นยังไง เริ่มต้นที่ไฮไลท์เด็ดที่ตั้งตาคอย ‘BBQ Seafood’ ที่ยกมาหมดทะเล ทั้งปู กุ้ง หมึก หอย จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด อร่อยลื้มม ตามมาติดๆ ด้วยต้มยำทะเลรวมมิตรที่มาแบบหม้อไฟร้อนๆ หอมเครื่องต้มยำสุดๆ ต่อด้วยปลากะพงทอดน้ำปลาตัวโต ทั้งกรอบและหอมน้ำปลา มาพร้อมกับยำมะม่วง ส่วนใครอยากหาเมนูทานเพลินๆ กินได้เรื่อยๆ ต้องยำยอดมะพร้าวอ่อนกุ้งสด คอหมูย่างจิ้มแจ่ว และผัดผักสี่สหายเลยค่ะ อร่อยเลิศทุกเมนูจริงๆ ตบท้ายด้วยน้ำมะพร้าวที่มาเป็นลูกที่เฉาะให้แล้วพร้อมดื่ม เป็นมื้อเย็นที่ฟีลกู้ดสุดๆ เลยค่ะ


ส่วนอาหารเช้าจะเป็นแบบง่ายๆ มีทั้ง American Breakfast ที่มาครบทั้งไส้กรอก แฮม ไข่ เบคอน ส่วนแบบไทยๆ ต้องข้าวต้มเลย เราสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นข้าวต้มหมูหรือข้าวต้มทะเล และนอกจากนี้ยังมีส่วนบริการตัวเอง ที่มีนม น้ำผลไม้ และโยเกิร์ต พร้อมคอนเฟล็กหลากหลายสไตล์ น่าจะถูกใจเด็กๆ นะคะ

 
ตอนนี้ถ้ามีคนมาถามว่า ไปเที่ยวทะเลที่ไหน ขอแบบน้ำใสๆ ไม่ไกลกรุง เราขอแนะนำที่นี่เลยจ้า น่าหนีมาพักผ่อนสุดๆ รับรองว่ามาแล้วไม่อยากกลับเลยล่ะ


 
ที่ตั้ง: เกาะมันนอก จ.ระยอง
ราคาแพ็คเกจเริ่มต้น 5,000 – 15,000 บาท (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับช่วงเวลาเข้าพัก)
โทร: 02 664 0975 ถึง 6
เว็บไซต์: http://munnorkprivateisland.com
เฟสบุ้ค: https://www.facebook.com/munnorkprivateisland
 

 
ชิไปไหน02