จะเริ่มบทสนทนากับผู้ชายอย่างไรดี?? ลองมาดูวิธีนี้กันเลย



 

มาเริ่มกันที่ข้อแรก ใช้สายตาให้เป็นประโยชน์ ผู้ชายต้องการสัญญาณที่บอกให้รู้ว่าคุณสนใจเขาอยู่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องจ้องเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แค่หยอดสายตาหวานเล็กน้อยยิ้มหน่อย ๆ ก็ใช้ได้

ข้อที่สอง ใช้มารยาคลาสสิกเดินชนแบบไม่ได้ตั้งใจไม่ว่าคุณจะอยู่ในห้องเรียนหรือจูงสุนัขไปเดินเล่น คุณก็สามารถแกล้งทำเป็นเดินชนแบบไม่ได้ตั้งใจได้ทั้งนั้น และแน่นอนเมื่อบังเอิญไปชนเขาแล้วคุณแค่พูดขอโทษและยิ้มสวย ๆ กลับไป ให้โอกาสเขาได้พูดอะไรสักนิดนั่นแหละเป็นอีกหนึ่งก้าวที่จะเริ่มสนทนากับผู้ชายที่คุณแอบปิ๊ง

ข้อที่สาม ขอความช่วยเหลือ กำลังหลงทางอยู่หรือเปล่า? แน่นอนอยู่แล้ว คุณอาศัยอยู่ที่ตึกถัดไปแต่คุณก็ยังไม่คุ้นเคยกับแถวนี้สักที.. ใช่ไหม? เมื่อคุณขอความช่วยเหลือจากผู้ชาย เขามีแนวโน้มที่จะช่วยคุณอยู่แล้วดังนั้นเขาอาจจะเดินไปส่งคุณถึงที่หรืออาจจะกางแผนที่บอกทางให้คุณ ประเด็นตรงนี้ก็คือยิ่งคุณใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสการเริ่มการสนทนาระหว่างคุณกับเขาให้มากขึ้นเท่านั้น

ข้อที่สี่ เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า? ใช่แล้ว ประโยคสุดแสนคลาสสิก  ‘ฉันคุ้นหน้าคุณจังเลย’ เป็นอีกหนึ่งวิธีเริ่มการสนทนา ระหว่างคุณและเขาในขณะที่กำลังช่วยกันร่ายยาวและตัดชื่อคนที่เคยพบหรือสถานที่ที่เคยไป คุณอาจหาวิธีสานต่อบทสนทนาง่าย ๆ จากการคุยเรื่องคนหรือสถานที่ต่าง ๆ ที่เขาพูดมา  เห็นไหม ง่ายมาก

ข้อที่ห้า ตอนนี้กี่โมงแล้วคะ? ดูให้แน่ใจก่อนว่าคุณไม่ได้ใส่นาฬิกามาหรือถือโทรศัพท์มือถืออยู่ในมือก่อนที่จะลองใช้แผนนี้ ซึ่งมันก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยทำลายความเงียบระหว่างคุณทั้งสอง แต่คุณก็ต้องสานต่อให้บทสนทนาลื่นไหลไปเรื่อย ๆ พอเขาบอกเวลาคุณมาแล้วก็ถึงตาที่คุณต้องหาเรื่องคุยกับเขาต่อ แต่เอาจริง ๆ แล้วเขาคงจะรู้ว่ามันมีอะไรแอบแฝงอยู่ และนั่นก็เป็นหน้าที่ของเขาแล้วว่าอยากจะคุยต่อหรือไม่

ข้อที่หก เพื่อนของเพื่อนก็ช่วยได้ คุณพอจะจำหน้าเขาได้บ้างไหม เขาเป็นเพื่อนของเพื่อนคุณหรือเปล่า ทำไมคุณไม่ลองเริ่มคุยกับเขาจากการถามคำถามเหล่านี้ดูล่ะ มันก็เป็นอีกหนึ่งวิธีทำลายความเงียบได้เหมือนกัน และอีกอย่าง ถ้าเขาสนใจคุณเขาจะรู้ว่าคุณเป็นเพื่อนกับเพื่อนคนไหนของเขา บางทีเขาอาจจะไปปาร์ตี้บ่อยขึ้นก็ได้ถ้ารู้ว่างานไหนคุณจะไป

ข้อที่เจ็ด เกิดการผิดพลาดทางเทคโนโลยี ให้ตายเถอะ ฉันคิดว่าเมื่อคืนตัวเองลืมชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือและตอนนี้แบตก็ดันหมดเสียด้วย ทำยังไงถึงจะติดต่อกับแม่ได้ล่ะทีนี้ ใช่แล้ว และนี่คือจังหวะที่เขาจะเดินเข้ามาหาคุณ บอกเขาว่าโทรศัพท์คุณแบตหมดและอยากจะขอใช้โทรศัพท์ของเขาแค่ไม่นานเท่านั้น เป็นไปได้มากที่เขาจะยอมให้คุณใช้โทรศัพท์และคุณก็สานต่อเองได้เลย

ข้อที่แปด โซเชียลมีเดียคือเพื่อนที่ดีที่สุด การใช้โซเชียลเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเริ่มบทสนทนากับใครสักคน เขาอาจจะโพสต์รูปหรือข้อความสเตตัสขำ ๆ และนั่นแหละเป็นหนทางเริ่มต้นของคุณ คุณสามารถส่งข้อความหรือจะคุยกับเขาตอนเจอกันเกี่ยวกับคำพูดตลก ๆ ที่เขาโพสต์ลงหรือจะเป็นรูปคู่ของเขากับคุณยายเขาก็ได้

ข้อที่เก้า ตรงนี้มีคนนั่งไหมคะ? ไม่ว่าจะอยู่ในชั้นเรียน บนรถบัส หรือหน้าห้องผู้ป่วย ลองใช้คำถามประมาณว่าที่ตรงนี้มีคนนั่งไหม ถ้าเขาบอกไม่มีก็ให้กล่าวขอบคุณหรือจะลองหาบทสนทนาอื่น ๆ เพื่อดูปฏิกิริยาตอบโต้จากเขา ถ้าหากเขาสนใจคุณเขาก็จะเริ่มคุยกับคุณต่อเอง

ข้อที่สิบ ต้องรักสุนัข คุณไม่มีวันล้มเหลวที่จะเริ่มการสนทนากับใครแน่นอนถ้าคุณคุยเกี่ยวกับสุนัขของเขา วิธีนี้ใช้ได้ผลมาแล้วกับทุกคน หากคุณเห็นเขาจูงสุนัขมาเดินเล่น อย่าอายที่จะหยุดและเล่นกับสุนัขของเขา จากนั้นคุณสามารถหยิบยกหัวข้อการสนทนาอีกหลากหลายมาใช้ได้ เช่น สุนัขชื่ออะไร? อายุเท่าไหร่แล้ว? พันธุ์อะไร?

ข้อที่สิบเอ็ด ถามเกี่ยวกับเพลงที่ฟัง ถ้าคุณอยู่ที่ร้านกาแฟหรือบาร์ ลองเริ่มบทสนทนาง่าย ๆ เกี่ยวกับเพลงที่กำลังเปิดอยู่ในร้านตอนนี้ วิธีนี้เป็นวิธีการเริ่มการสนทนาที่ค่อนข้างปลอดภัย ฉันหมายถึงเขาไม่มีทางที่จะไม่สนใจคำถามคุณอย่างแน่นอน

ข้อที่สิบสอง ดูว่าเขากำลังอ่านอะไรอยู่ เขาอาจจะอยู่บนรถบัสหรือสนามบินและเขากำลังอ่านหนังสือเล่มหนึ่งอยู่ รอให้เขาเงยหน้าขึ้นจากหนังสือสักพักแล้วค่อยถามว่าเขากำลังอ่านอะไร ถ้าคุณรู้จักผู้แต่ง คุณอาจจะพูดไปถึงหนังสือเล่มอื่น ๆ ที่มีผู้แต่งคนเดียวกัน วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่จะแสดงให้เห็นว่าคุณก็มีความชอบคล้าย ๆ กับเขา

ข้อที่สิบสาม ตอนนี้คะแนนเท่าไหร่แล้ว? ถ้าคุณอยู่ในผับที่กำลัง เปิดให้ชมการแข่งขันกีฬาอะไรสัก ลองเข้าไปถามเขาว่าคะแนนตอนนี้อยู่ที่เท่าไหร่แล้ว แต่คุณต้องแน่ใจว่าพอจะมีความสนใจกีฬาชนิดนี้อยู่บ้าง ไม่เช่นนั้นคุณก็จะเป็นฝ่ายนั่งฟังเขาพล่ามอย่างเดียวว่าทีมไหนกำลังรุกทีมไหนกำลังรับ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ คุณค่อยหาเรื่องคุยต่อก็ได้ เช่น คุณเชียร์ทีมไหนอยู่

ข้อที่สิบสี่ มาเต้นกันเถอะ วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้เฉพาะตอนนี้คุณอยู่ตามไนท์คลับหรือในงานปาร์ตี้ที่บ้านเท่านั้น คุณอาจจะเต้นข้าง ๆ เขาและดึงเขามาเต้นสนุก ๆ ด้วยกัน นี่ถือเป็นช่องทางที่ดีที่จะโชว์ให้เขาเห็นมุมขี้เล่นของคุณและเขาก็จะได้เห็นความสดใสของคุณด้วย หลังจากที่เพลงจบลงคุณก็ถามชื่อเขาต่อได้เลย

ข้อที่สิบห้า พูดชมเขา มันอาจจะแปลกสำหรับคุณ แต่อย่าอายที่จะบอกให้เขารู้ว่าคุณชอบเสื้อที่เขาใส่และทรงผมของเขา ใคร ๆ ก็ชอบให้คนชมทั้งนั้นแหละ ดังนั้นเราก็ใช้วิธีนี่แหละเป็นการเบิกทางให้ได้คุยกับเขา

ข้อที่สิบหก สวมบทคุยจ้อที่สนามบิน สงสัยใช่ไหมว่าเราจะเริ่มคุยกับเขาก่อนยังไงในเวลาที่เรากำลังจะเดินทางไปไหนสักแห่ง ถ้าคุณอยู่บนรถไฟ รถบัส หรือเครื่องบิน แค่ลองถามดูว่าเขากำลังจะไปที่ไหน ดูให้ดีก่อนล่ะว่าเขาไม่ได้จะกำลังกลับออฟฟิศ ถ้าดูเหมือนเขากำลังจะออกเดินทาง ก็เริ่มต้นคุยกับเขาได้เลย คุณทั้งสองคนอาจจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ  หรืออาจจะแลกข้อมูลการติดต่อกันก็ได้ จริงไหม?

ข้อที่สิบเจ็ด คุณเหมือน.. เริ่มสนทนากับเขาโดยใช้คำพูดที่ว่า “คุณหน้าเหมือนคนดังเลย” ก็ดูไม่เลวนะ แค่หาคนดังที่คิดว่ายังดูดีมีเสน่ห์ แต่อย่าพยายามยัดเยียดให้เขาเป็นแบรต พิตต์เลยถ้าเขาดูไม่เหมือนแบรต พิตต์เลยสักนิด

ข้อที่สิบแปด ดินฟ้าอากาศ เพราะสภาพอากาศก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เราสามารถเริ่มต้นบทสนทนากับใครสักคนได้ ถ้าอยู่ในช่วงฝนตกแล้วคุณไม่ได้พกร่มไป คุณอาจใช้เหตุผลนี้เป็นข้ออ้างที่จะได้อยู่ใกล้ชิดเขาก็เป็นได้

ข้อที่สิบเก้า รอยสัก หากเขามีรอยสักที่น่าสนใจและสังเกตเห็นง่าย ทำไมคุณไม่ลองถามเขาเกี่ยวกับรอยสักนั้นดูล่ะ คนส่วนใหญ่มักจะมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับรอยสักของพวกเขา และนี่ก็เป็นวิธีเริ่มต้นการสนทนากับเขาที่ดีวิธีหนึ่ง และยังใช้เป็นข้ออ้างที่ช่วยให้คุณจ้องมองเขาได้แบบที่ดูไม่น่าเกลียดจนเกินไป

ข้อที่ยี่สิบ สั่งเครื่องดื่มให้ไปส่งให้เขาที่โต๊ะ เอาล่ะถ้าคุณทำแบบนั้นถือว่าคุณกล้ามากและฉันจะปรบมือให้ด้วยความชื่นชม ถ้าคุณอยู่ในร้านอาหารหรือในบาร์และคุณเกิดสบตากันเข้าพอดี ลองสั่งเครื่องดื่มให้ไปส่งให้เขาที่โต๊ะดูสิ วิธีนี้บอกเขาได้ชัดเจนมากว่าคุณกำลังสนใจเขาอยู่ และเขาก็คงจะโง่มากเช่นกันถ้าไม่ใช้โอกาสนี้เดินเข้ามาทักทายคุณ


Credit: Natasha Ivanovic via lovepanky.com