ไปทำไมอะ ?

อุบลมีอะไรเที่ยววะ ?

เที่ยวอีสานจะเวิร์คเหรอ ?


นี่คือคำถามที่มักจะได้ยินบ่อยมาก ตอนที่บอกเพื่อนว่า เฮ้ยแกร~ ทริปหน้าฉันมีแพลนไปอุบลว่ะ
แต่ยังไง๊ยังไงเพื่อนก็ไม่เชื่อสักทีว่า อีสานบ้านเฮาจะมีอะไรน่าเที่ยวขนาดนั้น เอาล่ะ ในเมื่อเพื่อนไม่เชื่อ
เราก็จะขอพิสูจน์ เพราะสิบปากว่าย่อมไม่เท่าตาเห็น จัดไปเลยค่ะ เที่ยวอุบลแบบคนคูลๆ แล้วอัพรูปอวดเพื่อนรัวๆ
ให้พวกนางได้รู้ว่า อุบลแซ่บเว่อร์ขนาดที่ต้องมาลองเที่ยวด้วยตัวเองดูสักที
แล้วจะได้รู้ว่าอุบลราชธานีเป็นเมืองชิคๆขนาดไหน !!!

06

 


แก่งชมดาว

       แก่งชมดาว หรือ หาดชมดาว ภูเขาหินกลางลำน้ำโขงโดยเมื่อถึงหน้าแล้ง น้ำจะลดลงจนเกาะแก่งหินต่างๆที่เคยจมอยู่ใต้แม่น้ำโขงปรากฎกายขึ้นมา กระทั่งความงามนี้จะจมหายไปอยู่ใต้น้ำอีกครั้งเมื่อถึงฤดูน้ำหลาก นักท่องเที่ยวนิยมมาดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่นี่ โดยเฉพาะเวลาที่แสงสีส้มของพระอาทิตย์สาดส่องย้อมไปทั่วหินทุกก้อนจนเป็นสีเหลืองอร่ามนี้ แก่งชมดาวยิ่งดูสวยงามมากเป็นพิเศษ หากใครขยันจะเดินรับลมมาเรื่อยๆจนถึงไฮไลท์ด้านในอย่างหินชมนภาก็ได้นะ หรือถ้าอยากประหยัดแรง ก็มีรถกระบะของชาวบ้านที่นี่ไว้บริการ ในราคา 300 บาท ไป-กลับชั่วโมงครึ่ง ส่วนเรื่องวิวบนนี้ไม่ต้องพูดถึง ดีงามระดับสิบ นึกว่ามาโร้ดทริปเมืองนอกกันเลยทีเดียว มีทั้งโลเคชั่นแบบพื้นผิวดวงจันทร์ ทะเลทราย และชายหาด การันตีเลยว่าใครชอบถ่ายรูปต้องถูกใจแน่นอน 
 






 

หาดหงส์

       ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าประเทศไทยของเราก็มีทะเลทรายกับเค้าเหมือนกัน หาดหงส์ เนินทะเลทรายเล็กๆ ในจังหวัดอุบลราชธานีแห่งเดียวในประเทศไทย ที่พิเศษก็คือทะเลทรายแห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงติดกับดินแดนสามพันโบก จึงทำให้ทัศนียภาพสวยงามตระการตาเป็นพิเศษ ซึ่งวิธีเดียวที่จะไปถึงหาดหงส์ได้คือการนั่งเรือล่องผ่านแม่น้ำโขงเข้าไป ใครที่ชอบถ่ายภาพและรักการผจญภัยหาโอกาสมากดซัตเตอร์กันได้ หรือจะเอาไปแอ๊บเนียนหลอกเพื่อนว่าไปเที่ยวต่างประเทศก็สบ๊าย ขอให้พร็อพพร้อมก็พอ รับรองได้ภาพสวยงามแปลกตาเสมือนอยู่ต่างประเทศเลยล่ะ 







สามพันโบก

       สามพันโบก หรือแกรนด์แคนยอนเมืองไทยแก่งหินขนาดใหญ่มากคล้ายภูเขากลางลำน้ำโขงที่มีแอ่งกว่า 3,000 แอ่ง ที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่งจนมองเห็นเป็นภาพต่างๆ ดูสวยงาม และมีรูปร่างแตกต่างกันออกไปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรูป หัวใจ หัวใจคู่ สุนัข หรือแม้แต่มิกกี้เม้าส์ ก็มีให้เห็นตามแต่ที่เราจะจินตนาการ นักท่องเที่ยวสามารถชมความสวยงามของแก่งหินได้ดีในช่วงประมาณเดือนตุลาคม-พฤษภาคม ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ช่างภาพและคนที่รักการผจญภัยก็ว่าได้...
 






 


วัดสิรินธรวราราม ภูพร้าว

       วัดสิรินธรวราราม ภูพร้าว หรือที่คนทั่วไปชอบเรียกกันว่า วัดเรืองแสง ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงในจังหวัดอุบลราชธานี ตัววัดออกแบบโดยการจำลองสภาพแวดล้อมมาจากวัดป่าหิมพานต์หรือเขาไกรลาส ตัวพระอุโบสถมีต้นแบบมาจากวัดเชียงของ ประเทศลาว ด้านในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระประธานองค์ใหญ่ที่แต่เดิมเป็นองค์พระพุทธชินราช แต่ถอดรัศมีและพระเกตุมาลาออก แล้วแกะสลักไม้เป็นต้นโพธิ์ไปวางอยู่ด้านหลังพระประธานแทนที่ โดยช่วงเวลาโพล้เพล้ไปจนถึงค่ำของที่นี่ถือว่าเป็นไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาตั้งกล้องเตรียมลั่นชัตเตอร์ รอฟ้าเริ่มมืดจนต้นกัลปพฤกษ์ด้านหลังอุโบสถเปล่งเริ่มเปล่งประกายเรืองแสง ยิ่งนับว่าเป็นกิมมิคของที่นี่เลยทีเดียว ซึ่งไอเดียนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากต้นไม้แห่งชีวิตในภาพยนตร์เรื่องอวตารนั่นเอง จากด้านบนนี้ยังสามารถชมวิวแม่น้ำจากเขื่อนสิรินธร และพระอาทิตย์ตกเก๋ๆได้อีกด้วย
 





 

ผาแต้ม

       อุทยานแห่งชาติผาแต้ม นับเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นแห่งแรกของประเทศไทย จากสภาพทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกสุดของประเทศ พระอาทิตย์ที่ผาแต้มจะขึ้นเวลาประมาณ 05.30 นาฬิกา และจะละตามแนวหน้าผาบนภูเขาที่ทอดยาวขนานไปตามลำน้ำโขง นับเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สามารถมองเห็นลำน้ำโขงและยอดเขาสูงสลับซับซ้อนที่ปกคลุมไปด้วยป่าเขียวขจีของฝั่งลาวได้อย่างชัดเจน รวมทั้งเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามแห่งหนึ่งของเมืองไทย แต่นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามตามธรรมชาติแล้ว ผาแต้มยังเต็มไปด้วยสถานที่ทางประวัติศาสตร์มากมายให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย
 






เรียบเรียงโดยชิลไปไหน


Line ID : @Chillpainai ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องท่องเที่ยว หาข้อมูลเที่ยวได้ 24 ชั่วโมง

แค่พิมพ์ชื่อเมืองเช่น หัวหิน พัทยา เชียงใหม่ ก็ได้ข้อมูลทันที