เอาใจคนที่ชอบกินปู ชิลไปไหนจะพาไปเช็คอินในที่พักบรรยากาศสุดชิล ที่ อ.ขลุง จันทบุรี แต่บอกไว้ก่อนเลยว่าที่นี่แตกต่างและไม่เหมือนโฮมสเตย์แห่งอื่นๆ เลยนะคะ เพราะว่าเค้าสร้างบ้านพักยื่นลงไปในทะเล ให้เราได้นอนรับลม ชมวิว พร้อมฟังเสียงคลื่นจากบนเตียงได้ตั้งแต่ลืมตาตื่น เรียกว่าบรรยากาศชิลสุดๆ จ่ายแค่หลักพัน แต่วิวหลักแสน กับ “ขาหย่างโฮมสเตย์” แค่ได้ยินชื่อก็ชวนให้อยากรู้แล้วว่าจะน่าสนใจขนาดไหน ลองตามไปชมรีวิวกันเลยค่ะ




จากกรุงเทพฯ เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงนิดๆ เข้าทางอำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี วิ่งผ่านตำบลหนองชิ่มเข้ามาทางตำบลบางชัน เลี้ยวรถขับตาม GPS มาเรื่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของป่าโกงกางสองข้างทาง ในที่สุดเราก็จะพบกับสะพานข้ามแม่น้ำแห่งนี้ แสดงว่ามาถูกทางแล้วค่ะ แค่ทางเข้าก็สวยและเป็นธรรมชาติมากๆ เลยอดไม่ได้ที่จะแวะลงไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันสักหน่อย



พอขับเข้ามาจนสุดทาง เราก็จะพบกับหมู่บ้านท่าขาหย่าง ซึ่งเป็นชุมชนหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายไว้ ซึ่งชาวบ้านก็เปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยว ทำเป็นธุรกิจโฮมสเตย์เล็กๆ ในชุมชน ให้เราได้มาพักผ่อน ซึมซับบรรยากาศหมู่บ้านชาวเลริมทะเล เหมือนเช่นขาหย่างโฮมสเตย์แห่งนี้




ตัวโฮมสเตย์จะมีทางเดินทอดยาวยื่นลงไปในทะเล เพื่อไปยังส่วนของบ้านพักและห้องอาหาร พอไปเช็คอินกับคุณแม่อ่อนที่รอต้อนรับอย่างอบอุ่นและใจดีแล้ว พี่ๆ แม่ครัวก็ช่วยกันยกอาหารเที่ยงออกมาต้อนรับกันชุดใหญ่เลยค่ะ มีทั้งเมนูอย่างน้ำพริกปูไข่ ต้มส้มปลากระบอก หรือบางฤดูกาลก็อาจเป็นปลากะพงหรือแกงส้มกุ้ง ทอดมันปลาอินทรีย์ ผัดผักกุ้งสด และทีเด็ดที่พลาดไม่ได้คือเมนูอาหารขึ้นชื่อของเมืองจันทบุรี อย่างแกงหมูชะมวง นอกจากนี้ ยังมีเมนูเสริมอย่างส้มตำและขนมจีนให้เราได้ตำกินกันเอง หรือหากใครทำไม่เป็น จะให้พี่ๆ ที่โฮมสเตย์ช่วยปรุงให้ก็ได้ค่ะ




นั่งทานอาหารฟังเสียงคลื่น รับลมทะเลเย็นๆ กันไป บรรยากาศชิลสุดๆ พอหนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มหย่อน ก่อนที่เราจะเผลอหลับไปเสียก่อน ลองไปสำรวจบ้านพักที่นี่กันดีกว่าค่ะ



ขาหย่างโฮมสเตย์มีบ้านพักทั้งหมด 9 หลัง โดยบ้านพักส่วนใหญ่จะสร้างอยู่ติดริมทะเล และมีบางหลังที่ตั้งอยู่ริมคลองที่เชื่อมออกสู่ทะเลอีกทีหนึ่ง บรรยากาศชิลไปคนละแบบ โดยบ้านพักหลังแรกที่จะพาไปชมกัน คือ บ้านพักที่สร้างยื่นออกไปในทะเล สามารถชมวิวได้อย่างใกล้ชิดแบบริงก์ไซด์สุดๆ หลังนี้สามารถพักได้สูงสุด 7-8 คนเลยค่ะ และยังเป็นบ้านพักยอดฮิตที่ได้รับความนิยมจากแขกที่เคยมาพัก โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาว ที่ชอบบรรยากาศชิลๆ แบบค่อนข้างเป็นส่วนตัว มีศาลาให้นั่งเล่นชมวิวทะเลชิลๆ ด้านหน้าอีกด้วย






บ้านพักหลังถัดมาอยู่ใกล้ๆ กัน เป็นบ้านไม้ริมทะเลยกใต้ถุนสูง มีจุดเด่นอยู่ที่ชานระเบียงบ้าน ซึ่งเราสามารถนอนเล่นรับลม หรือจะปาร์ตี้กับเพื่อนๆ พร้อมชมวิวทะเลไปด้วยได้ ภายในบ้านพักตกแต่งเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งแอร์ ทีวีให้พร้อมสรรพ สามารถพักได้สูงสุด 5-6 คนเลยค่ะ




ห้องน้ำที่นี่ วิวไม่ธรรมดามากๆ แค่เปิดหน้าต่างออกไปก็มองเห็นทะเลแบบนี้แล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่หรูหรา แต่ก็ชิลไม่แพ้รีสอร์ทเลยเชียวค่ะ




และสำหรับใครที่มาเป็นคู่ อยากได้ความเป็นส่วนตัวหน่อย แนะนำให้เลือกบ้านพักหลังเล็ก ที่พักได้ 2-3 คน  มีทั้งหมด 2 หลัง ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งแอร์และทีวี ห้องน้ำในตัวทุกหลัง พร้อมยังมีระเบียงส่วนตัวให้นั่งเล่นชมวิวได้ด้วยค่ะ






อีกหลังเป็นบ้านแฝด ที่มีห้องพัก 2 ห้องติดกัน สามารถพักได้ห้องละ 6-7 คน เหมาะกับใครที่มาพักเป็นครอบครัวใหญ่ ไม่อยากพักแยกกัน ทั้งยังอยู่ใกล้กับห้องอาหาร ไม่ต้องเดินไกล ครอบครัวไหนมีผู้สูงอายุหรือเด็กๆ มาด้วยก็นับว่าสะดวกมากๆ เลยค่ะ แต่ละห้องมีห้องน้ำในตัว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างแอร์และทีวีทุกห้อง




 


ส่วนใครมากันเป็นก๊วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อนสนิท หรืออยากจัดปาร์ตี้ออฟฟิศ แนะนำไปเช็คอินที่บ้านพักหลังใหญ่ ขนาด 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พักได้ทั้งหมด 32 คน บรรยากาศเป็นส่วนตัวมากๆ เลยค่ะ นอกจากจะมีทางเดินเป็นของตัวเอง ไม่ปะปนกับบ้านพักหลังอื่นๆ แล้ว ยังมีระเบียงนั่งเล่นกว้างขวาง อยากนั่งทานข้าว ถ่ายรูป เล่นกีต้าร์ ร้องเพลงก็สามารถครื้นเครงได้เต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีกระชังปลาให้ชมบริเวณหน้าบ้านพักอีกด้วย






มาถึงอีกโซนหนึ่งซึ่งทางขาหย่างโฮมสเตย์เพิ่งขยายสร้างบ้านพักเพิ่มขึ้นอีก 3 หลัง จะอยู่อีกทางด้านหนึ่งไม่ไกลกันมากนักค่ะ โดยแต่ละหลังก็จะมีวิวเป็นของตัวเอง และมีทางเดินเชื่อมให้เราชมวิวทะเลจากบริเวณหน้าห้องพักได้ 



อย่างหลังนี้ เป็นบ้านพักแบบ 7 คน ภายในตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นแต่แฝงความอบอุ่นด้วยพื้นไม้ มีประตูบานเลื่อนและหน้าต่างกระจกบานใหญ่ให้เปิดรับลม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งแอร์ ทีวี และอุปกรณ์ชงชากาแฟ พร้อมเครื่องทำน้ำอุ่นภายในห้องน้ำที่ทันสมัยสไตล์ลอฟท์




หลังถัดมา สามารถพักได้สูงสุด 16 คน เหมาะสำหรับใครที่มาพักผ่อนกันเป็นแก๊งค์ใหญ่ จากห้องนอนสามารถมองเห็นวิวทะเลได้อยู่ไม่ไกล มีห้องน้ำภายในถึง 2 ห้องและมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบครันเช่นกันค่ะ



 

ปิดท้ายด้วยบ้านพักหลังใหญ่ ขนาด 2 ห้องนอน 1 ห้องโถง 3 ห้องน้ำ ที่สามารถพักได้ตั้งแต่ 11-20 คน ใครญาติเยอะเพื่อนแยะ แต่อยากได้ความเป็นส่วนตัว หรือมองหาบ้านพักที่มีครัวเล็กๆ ให้ด้วยแนะนำหลังนี้เลยค่ะ แถมยังเป็นบ้านพักที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้จัดเต็ม ทั้งแอร์ ทีวี ตู้เย็น และเครื่องทำน้ำอุ่นอีกด้วย


 
 


หลังจากสำรวจห้องพักเสร็จแล้ว ตอนบ่ายเราเปลี่ยนชุดเตรียมไปล่องแพเปียกกัน ซึ่งทางขาหย่างโฮมสเตย์ก็มีกิจกรรมหลากหลายให้เลือกทำ นอกจากกิจกรรมล่องแพเปียก ให้อาหารเหยี่ยวที่รวมอยู่ในแพ็คเกจแล้ว ใครที่อยากไปเที่ยวหมู่บ้านไร้แผ่นดินและเที่ยวทะเลแหวก ที่นี่ก็มีบริการให้ด้วยค่ะ โดยจะคิดค่าใช้จ่ายคนละ 100 บาทเท่านั้น




พอล่องแพไปสักพัก เราก็เริ่มให้อาหารเหยี่ยวแดงกันค่ะ พอโปรยมันหมูแค่แป๊บเดียว เหยี่ยวแดงหลายตัวฝูงใหญ่ก็จะออกมาบินโฉบโชว์ตัวให้เราถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกัน




เด็กๆ ก็กระโดดน้ำเล่นจากแพอย่างสนุกสนาน ส่วนผู้ใหญ่ก็พายเรือ เล่นน้ำห่วงยางชิลๆ กันไป





พอตกเย็นเราก็ล่องแพกลับมาที่โฮมสเตย์ ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วเตรียมตัวมาทานมื้อเย็นกันค่ะ โดยสำหรับอาหารเย็นที่ขาหย่างโฮมสเตย์จะจัดเต็มเมนูซีฟู้ดเน้นๆ มีทั้งเมนูปูนึ่ง ปลาหมึกสดนึ่ง และกุ้งลวก พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด ซึ่งกุ้งและปูที่นี่มาจากแหล่งธรรมชาติ ไม่ใช่กุ้งหรือปูเลี้ยง แต่รับซื้อมาจากชาวประมงในพื้นที่ และยังมีหอยนางรมที่ใช้หอยตัวใหญ่จากฟาร์มในอำเภอขลุง สั่งแกะแบบวันต่อวัน จึงการันตีความสดมากๆ รวมทั้งยังมีแกงส้มชะอมกุ้ง กุ้งแช่น้ำปลา ห่อหมกปลาอินทรี ไข่เจียวกุ้งสับ ปิดท้ายด้วยผลไม้ตามฤดูกาลอย่างแตงโม ทุกเมนูสามารถเติมได้เรื่อยๆ ไม่ต้องกลัวไม่อิ่มเลยค่ะ


 

บรรยากาศตอนเย็นที่ขาหย่างโฮมสเตย์ชิลและโรแมนติกมากๆ เลยค่ะ อิ่มแล้วใครอยากไปเดินเล่น ถ่ายรูป ย่อยอาหาร ก็มีมุมสวยๆ ให้เราเก็บภาพประทับใจหลายมุมมากๆ เลยทีเดียว




หลังจากพักผ่อนเข้านอนกันเต็มอิ่ม ตอนเช้าเราก็ตื่นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นริมทะเล เดินเล่นดูวิถีชีวิตชาวบ้าน สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ชุ่มปอด





ก่อนจะไปเติมพลังมื้อเช้ากันด้วยเมนูบุฟเฟต์ อย่างข้าวต้มทะเล เส้นจันท์ผัดปูหรือกุ้งตามฤดูกาล และข้าวผัดกุ้ง ปลาหมึก ไข่ดาว พร้อมยังมีกาแฟ โอวัลตินที่กินได้ไม่อั้นตลอดทั้งวัน ตบท้ายด้วยของหวานอย่างถั่วเขียวต้ม หรือฟักทองแกงบวด อิ่มกันจนพุงกางเลยค่ะ



จากนั้นก็ไปเดินเที่ยวในหมู่บ้านกันต่อค่ะ เริ่มด้วยศาลเจ้าพ่อบ้านท่าขาหย่าง หรือที่ชาวบ้านที่นี่เรียกกันว่าศาลเจ้าพ่อปากคลอง เนื่องจากตัวศาลเจ้าตั้งอยู่บริเวณปากคลองที่ไหลสู่ทะเล ลักษณะเป็นศาลเจ้าสไตล์จีนที่สวยงามและยังอยู่คู่กับชุมชนมานานหลายสิบปี เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านที่นี่




ใครอยากแวะซื้อของฝากในชุมชนก็มีสินค้าและอาหารทะเลที่ชาวบ้านช่วยกันทำเอง อาทิ กะปิ ปลาแห้ง กุ้งแห้ง ฯลฯ ให้ซื้อติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่บ้านอีกด้วยค่ะ เราจะเห็นบ้านแต่ละหลังวางโพงพาง หรือตากแห ตากอวน ผูกเรือไว้หน้าบ้าน การมาเที่ยวที่นี่จึงได้ช่วยกระจายรายได้ให้กับชุมชนอีกทางหนึ่ง



ส่วนสายบุญต้องไม่พลาดแวะไปสักการะ “หลวงพ่อลอย” ที่วัดเทพขาหยั่ง หรือวัดท่าขาหย่างเพื่อความเป็นสิริมงคล ประวัติของหลวงพ่อลอยซึ่งเป็นพระพุทธรูปสมัยเชียงแสน เนื้อทองสัมฤทธิ์อายุประมาณกว่า 1,300 ปี ซึ่งชาวบ้านที่นี่ต่างให้การนับถือและเล่าสืบต่อกันมาว่า เดิมเป็นพระพุทธรูปลอยน้ำมาตามแม่น้ำยม จังหวัดอุตรดิตถ์ มีสองตายายพบและได้มอบให้สองสามีภรรยาที่เป็นชาวอำเภอขลุง ซึ่งได้ทำพิธีเสี่ยงทายก่อนจะนำมาประดิษฐานไว้ที่วัดแห่งนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2489 นอกจากจะได้ทำบุญไหว้พระแล้ว บริเวณวัดยังร่มรื่นสวยงาม มีสะพานไม้ทอดยาวเชื่อมกับชายทะเลให้เราเก็บภาพเป็นที่ระลึกได้อีกด้วยค่ะ




เรียกว่าได้มาพักผ่อนที่นี่ นอกจากจะได้สัมผัสวิถีหมู่บ้านชาวประมง ยังได้เที่ยวพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ ถูกใจทั้งสายชิลและสายแข็งที่ชอบกินซีฟู้ด ใครมองหาโฮมสเตย์บรรยากาศชิลๆ ริมทะเลที่จันทบุรี ลองหาโอกาสมาพักกันที่  "ขาหย่างโฮมสเตย์"  กันได้เลยค่ะ



ขาหย่างโฮมสเตย์
ราคาแพ็คเกจ ที่พัก กิจกรรม พร้อมอาหาร 3 มื้อ
วันศุกร์, เสาร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
: ราคาคนละ 1,800 บาท
วันธรรมดา อาทิตย์ - พฤหัสบดี
: ต่ำกว่า 5 คน คนละ 1,800 บาท
: 5 คนขึ้นไป คนละ 1,600 บาท
: เด็กอายุไม่เกิน 5 ขวบ คิดครึ่งราคา
ที่ตั้ง หมู่บ้านท่าขาหย่าง ต.บางชัน อ.ขลุง จ.จันทบุรี
โทร. 0899102612, 0961565911
Facebook : Kayang Homestay - Ban Kayanga




Line ID : @Chillpainai ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องท่องเที่ยว หาข้อมูลเที่ยวได้ 24 ชั่วโมง

แค่พิมพ์ชื่อเมืองเช่น หัวหิน พัทยา เชียงใหม่ ก็ได้ข้อมูลทันที