3 วัน 2 คืน ขับ Fortuner เที่ยวเขาใหญ่ 3 จังหวัด
โคราช ปราจีน นครนายก 
สนุกครบครัน ค่าน้ำมันหลักร้อย


จะเดินทางกับแก๊งค์เพื่อนทีไร เป็นต้องเถียงกันอยู่เรื่อยว่าจะไปไหนกันดี!
อย่างทริปนี้ คนหนึ่งอยากจะไปกินหรู อยู่สบาย แถวปากช่อง
อีกคนจะเที่ยวชิลๆ ใกล้ชิดธรรมชาติแถวนครนายก
หาข้อสรุปกันอยู่นาน 

..............................

จนในที่สุด.. เราได้เพื่อนร่วมเดินทางที่ทั้งเท่ ทั้งดูดีมีระดับ และมีสไตล์เป็นเอกลักษณ์อย่าง Toyota Fortuner คันนี้มาขับ ด้วยความที่เป็นรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ความมั่นใจจึงมาเต็ม คำตอบสุดท้ายจึงสรุปว่า งั้นเราขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบเดินทางข้ามภูเขา เหมารวม 3 จังหวัดเลยละกัน...

แผนการเดินทาง

เราวางแผนทริปนี้ไว้ 3 วัน 2 คืน โดยวันที่ 1 เราเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1(พหลโยธิน) แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ที่สระบุรี ไปจนถึงปากช่อง -เขาใหญ่ และแวะพัก 1 คืน จากนั้นวันที่ 2 ก็ขึ้นเขาใหญ่ ข้ามมาลงฝั่งปราจีนบุรี หาร้านอะไรอร่อยๆ ทาน ก่อนเดินทางต่อเข้าสู่นครนายก พักอีก 1 คืน แล้ววันที่ 3 ก็ตะลุยเที่ยวนครนายกให้จุใจ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ

Fortuner คันนี้มีพื้นที่กว้างขวาง ไปกันได้หลายคน แถมที่เก็บของด้านหลังก็กว้างขวางเพียงพอ เมื่อรถพร้อม คนพร้อม แล้วจะกลัวอะไรล่ะ…ลุย!!!


เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ตอนสายๆ ตั้งใจว่าจะไปถึงปากช่องตอนเที่ยง และหาร้านอาหารสวยๆเก๋ๆ ไว้จัดมื้อเที่ยงกันก่อนเลย ก็เลยนั่งหาข้อมูลกัน หาข้อมูลอยู่ไม่นาน เสียงโหวตก็ออกมาเป็นเอกฉันท์ สรุปว่าเราจะไปร้าน “ลูกไก่” เขาใหญ่ ว่าแล้วก็ตั้งพิกัดในเนวิเกเตอร์ ให้นำทางพวกเราจากซอยอารีย์ กรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่เขาใหญ่ นครราชสีมากันเลย...

ลูกไก่
เขาใหญ่ นครราชสีมา

ร้านลูกไก่นี้ตั้งอยู่ริมถนนธนะรัชต์ (กม.3) คือถ้ามาจากทางปากช่องขับเข้ามาทางไปเขาใหญ่แค่ 3 กิโลเมตร จะเห็นร้านอยู่ริมถนนทางซ้ายมือเลย ตัวร้านสวยโดดเด่น และสวนอังกฤษอันงดงามตรงบริเวณหน้าร้าน


บรรยากาศและการตกแต่งภายในร้านเป็นแนว Farm House สไตล์ยุโรปผสมกลิ่นอายอินดัสเตรียล สวยงามน่าถ่ายรูปจนพวกเราลืมเลือกมุมที่นั่ง และลืมขอเมนูสั่งอาหารกันเลยทีเดียว

เมนูอาหารของที่นี่มีทั้งอาหารไทยและอาหารฝรั่ง พวกเราเลือกทานอาหารไทยกันค่ะ สั่งไก่ทอดเกลือ เซี่ยงไฮ้ลุยสวน ส้มตำข้าวโพดคอหมูย่าง ต้มแซ่บหมูเด้ง นอกจากนี้ที่ร้านยังมีขนมหวาน เค้ก เครื่องดื่มเย็นๆ อีกด้วย แต่มื้อนี้พวกเราขอจัดของหนักๆ กันก่อน

อิ่มมื้อเที่ยงจากร้านลูกไก่กันแล้ว จากนั้นเราเดินทางต่อไปยัง Hotel des Artists ที่พักของเราคืนนี้
 
 

Hotel des Artists
เขาใหญ่ นครราชสีมา

ถึงแล้ว!! Hotel des Artists เขาใหญ่ ตั้งอยู่บนถนนธนรัชต์ กม.ที่ 22 ใกล้ด่านอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นบูติกโฮเทลแรกในเครือ Hotel des Artists ตั้งอยู่ท่ามกลางทิวทัศน์และบรรยากาศอันสวยงาม ที่พักยึดคอนเซปต์ขาว-เขียว สบายตา แต่ซ่อนความหรูหราในทุกๆ ดีเทล

เราพักกันที่นี่ 1 คืนค่ะ เข้าที่พักมาเช็คอินเรียบร้อย ทางที่พักมีชาร้อนๆ และขนมเค้กคอยต้อนรับ ห้องที่เรานอนเป็นห้องแบบวิลล่า สามารถเดินลงสระว่ายน้ำได้จากห้องนอน แต่ก่อนที่เราจะขนสัมภาระเข้าห้องพัก เราขอตะลุยถ่ายภาพที่พักมาฝากกันให้จุใจก่อน 

ในห้องแบบวิลล่าแบ่งสัดส่วนของห้องนอนและห้องน้ำลงตัว พอตกเย็นก็น่าออกไปนั่งเล่นริมระเบียงห้องชิลๆ หรือใครอยากจะเล่นน้ำก็เดินลงบันไดห้องได้เลยนะ

นอกจากห้องวิลล่า ที่ Hotel des Artists ยังมีห้องพักอีก 2 แบบค่ะ คือแบบอาคาร 2 ชั้นสไตล์ โรงแรม มีทั้งหมด 14 ห้อง และแบบไลบรารี่ มีทั้งหมด 3 ห้อง 
โดยห้องแบบโฮเทลชั้นล่างสามารถเดินลงสระได้จากห้องนอนด้วยค่ะ ส่วนห้องด้านบนจะมองเห็นทิวเขาสีเขียวชอุ่ม ตอนเช้าจะมองเห็นหมอกคลอเคลียยอดไม้ ฟินยามเช้ากันเลยค่ะ

หลังจากเดินชมและถ่ายรูปห้องพักแต่ละห้องจนเพลินแล้ว กระเพาะน้อยๆ เริ่มมีอาการงอแงว่าหิวแล้ว งั้นเราไปขนสัมภาระเข้าห้องพักกันเลยดีกว่า Fortuner คันนี้มีระบบ Power Back Door ช่วยอำนวยความสะดวกสาวน้อยอย่างเราได้เยอะเลยทีเดียว เพราะเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า แค่กดปุ่ม...ประตูก็ค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างนุ่มนวล



เก็บของเข้าห้องเรียบร้อย ก็ได้เวลาออกไปหาของอร่อยทานกันค่ะ วันนี้เราจะไปทานมื้อเย็นกันที่ร้าน “Midwinter Green” 

 

Midwinter Green
เขาใหญ่ นครราชสีมา

เป็นร้านอาหารที่บรรยากาศดีทีเดียวค่ะ มีทั้งโซนที่นั่งด้านใน ฟังเพลงเพราะๆ หรือจะนั่งด้านนอกสัมผัสอากาศที่กำลังหนาวได้ บวกกับอาหารอร่อยแล้วลงตัวมากๆ ค่ะ 
 
ส่วนพวกเราชอบฟังเพลงเลยเลือกนั่งกันด้านในร้าน 

เปิดหน้าเมนูปุ๊บ.. พวกเราก็สั่ง Midwinter Mixed Sausage ไส้กรอกหมูรวม, Midwinter pizza พิซซ่าสูตรแนะนำของร้าน เสิร์ฟมา 8 ชิ้น, Mix Salad Sweet & Sour สลัดผักรวม และสั่งค็อกเทล Throne Room รสชาติอาหารอร่อยค่ะ




เมื่อคืนหลังจากเต็มอิ่มกับมื้อเย็นเราก็กลับมานอนฝันหวานซะจนไม่อยากตื่นเลย อากาศดีมากกก...ดีจนอยากนอนอยู่บนเตียงนานๆ แต่ความหิวชนะค่ะ เราตื่นมาทานอาหารเช้า โดยจะเปิดตอน 7 โมง ถึง 10 โมงเช้าค่ะ

หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว เที่ยงตรงก็ถึงเวลาเก็บของเช็คเอาท์ออกจากที่พัก แล้วเดินทางกันไปต่อที่จังหวัดปราจีนบุรี โดยใช้เส้นทางผ่านอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

 

จุดชมวิว กม.30

เขาใหญ่ นครราชสีมา

เรากำลังจะขับข้ามเขาใหญ่กันค่ะ ธรรมชาติสวยๆ ต้องขับมาไกลสักหน่อย แต่พวกเราไม่เคยเป็นกังวลเรื่องน้ำมัน เพราะ Fortuner มีระบบ ECO MODE ที่ช่วยประหยัดน้ำมัน แต่เมื่อถึงจุดที่ต้องขับขึ้นเขา เราก็เปลี่ยนไปใช้ POWER MODE ช่วยเร่งสปีด ใช้กำลังการขับขี่ เพิ่มขึ้น ขับสนุกได้ดั่งใจ

 


ในระหว่างที่เรากำลังขับรถผ่านตรงจุดชมวิว กม.30 ก็ต้องแปลกใจ! วันนี้ำทำไมมีรถจอดอยู่เยอะ และเหล่าบรรดานักส่องนกที่มาพร้อมกับเลนส์ยาวๆ ก็ยืนอยู่ตรงระเบียงชมวิวกันเต็มไปหมด จึงขอแวะลงไปดูสักหน่อยว่ามีอะไรกัน

 

แล้วเราก็ได้คำตอบ วันนี้มีนกเงือกหลายตัวมากินลูกไทรอวดโฉมให้นักถ่ายภาพลั่นชัตเตอร์กันรัวๆ เลยค่ะ เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจเพราะไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้เจอ

 

นอกจากจะมองเห็นนกเงือกแล้ว จุดชมวิว กม.30 ยังมองเห็นเมืองเขาใหญ่มุมกว้างอีกด้วยค่ะ เราเลยขอลงไปเก็บภาพสักหน่อย

จากนั้นเราขับรถผ่านเขาใหญ่กันไปเรื่อยๆ ท่ามกลางธรรมชาติของต้นไม้สีเขียว 

ขับรถไกลๆ ก็ไม่มีเบื่อเพราะมีเพื่อนๆร่วมทางที่น่ารัก ประกอบกับระบบเอนเตอร์เทนที่ครบครันของ Fortuner คันนี้ ทั้งวิทยุ เครื่องเล่นแผ่น CD ช่องต่อสายแบบ USB หรือเชื่อมต่อกับ Smartphone ด้วยสัญญาณ Bluetooth สามารถฟังเพลงชิลๆได้ตลอดเส้นทาง ไม่มีเบื่อเลย... 

เนินหอม คาเฟ่
เขาใหญ่ ปราจีนบุรี

เราขับข้ามเขาใหญ่มาเรื่อยๆ จนไปถึงทางออกฝั่งจังหวัดปราจีนบุรี นั่งรถมาเม้าท์กันจนคอแห้ง เราเลยแวะหาน้ำและขนมทานกันที่ร้าน “เนินหอม คาเฟ่” ร้านกาแฟแบบบ้านดิน ตกแต่งเรียบง่าย บรรยากาศร่มรื่นสุดๆ มีต้นไม้เยอะจนนึกว่ายังไม่ออกมาจากเขาใหญ่เลยค่ะ 

เนินหอมคาเฟ่เป็นร้านที่นักปั่นจักรยานชอบมาแวะทานข้าว นั่งพักขา และอาบน้ำกันหลังจากปั่นมาจากเขาใหญ่อีกด้วยค่ะ ร้านมีที่นั่งให้เราเลือก 2 โซนค่ะ ทั้งในห้องแอร์ สำหรับคนที่ปั่นจักรยานมาร้อนๆ และด้านนอกใกล้ชิดสวน เราเลือกนั่งกันตรงด้านนอก บรรยากาศโล่งๆ ต้นไม้สีเขียวๆ สดชื่นดีค่ะ

ส่วนเมนูอาหารมีทั้งกาแฟ เครื่องดื่มเย็นๆ และขนมเค้ก หรือใครอยากทานเมนูข้าว ไข่กระทะ ก็มีให้ทานกันนะคะ

จากปราจีนบุรี เรากำลังจะขับรถมุ่งหน้าสู่นครนายก เพื่อไปพบกับที่พักน่ารักๆ ที่รอเราอยู่ ^^

บ้านขนมปังขิง
นครนายก

มาถึงแล้ว...ที่พักที่นี่น่ารัก ตกแต่งด้วยสีสันเหมือนขนม และยังตั้งชื่อตามขนมหวานอย่าง “มาการอง” “ทีรามิสุ” “บลูเบอร์รี่” “ชีสเค้ก” ฯลฯ แต่ละห้องสีสันจะเป็นไปตามสีของขนมด้วย

เรานอนห้อง “มาการอง” กันค่ะ เป็นห้องที่มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พักได้ 4 คนแบบไม่อึดอัดเลยค่ะ แบ่งได้เป็นสัดเป็นส่วนลงตัว ในห้องนอนทุกห้องมีทีวี ห้องพักมีไมโครเวฟ ตู้เย็น แถมยังมีเตาปิ้งบาร์บีคิวหน้าบ้านให้เราปาร์ตี้ตอนเย็นได้อีกด้วย เดินทางมาทั้งวัน คืนนี้ขอนอนเอาแรงก่อนละจ้า…



เช้านี้เราตื่นมาทานอาหารเช้ากันที่ล็อบบี้ของที่พักค่ะ แต่นอกจากอาหารเช้าแล้ว บ้านขนมปังขิงยังมีของหวาน ขนมเค้กจำหน่ายอีกด้วยนะคะ

เติมพลังเต็มอิ่มกับมื้อเช้าแล้ว ได้เวลาออกเดินทางต่อกันแล้วค่ะ เราเดินทางไปยังสถานีต่อไป นั้นก็คือ น้ำตกสาริกา.. มาเที่ยวนครนายกต้องได้เที่ยวน้ำตกค่ะ
 

น้ำตกสาริกา
นครนายก

น้ำตกสาริกาเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีถึง 9 ชั้น สวยงามแถมยังเขียวชอุ่ม เหมาะมากที่จะมาเดินเล่น เล่นน้ำเย็นๆ โดยเขามีห่วงยางให้เช่า ราคาไม่แพงเลยค่ะ 

เราเดินเล่นกันตั้งแต่ชั้นล่างถึงชั้นบนสุด เดินกันได้สบายๆ ค่ะ ไม่ต้องปีนป่ายอะไรมาก ระหว่างทางเจอนักท่องเที่ยวเล่นน้ำ หรือบางคนเช่าห่วงยางมานอนลอยน้ำเล่นชิลๆ ฟินได้อีกค่ะ แบบนี้ต้องขอลงเล่นน้ำซะหน่อยแล้ว ให้สมกับที่เราได้มาถึงน้ำตกสาริกา 

ถึงแม้จะออกจากน้ำตกสาริกาแบบหัวเปียกปอน แต่งานนี้หายห่วงเพราะเรามีไดร์เป่าผมมาด้วย ^^ ผู้หญิงต้องสวยเป๊ะทุกสถานการณ์สิคะ ว่าแล้วก็เสียบปลั๊กเป่าผมกันในรถเลยจ้า พร้อมสำหรับการมุ่งหน้ากันไปที่ร้าน “The Memorized” 


 

 เดอะ เมมโมไรซ์
นครนายก

ร้านคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ริมถนน หน้าโรงแรมภูเขางามพาโนราม่า ก่อนถึงน้ำตกนางรองและวังตะไคร้ บรรยากาศชิลๆ มีหลายโซนให้เลือกนั่งค่ะ ทั้ง outdoor และโซนด้านในห้องแอร์ เมนูอาหารหลากหลาย ทั้งคาว หวาน เราสั่งเครื่องดื่มเย็นๆ มานั่งคุยเล่นๆ กาแฟเข้มข้น รสชาติดีทีเดียว ราคาเครื่องดื่มก็ไม่แพงมากค่ะ


หลังจากที่ทานจนอิ่ม นั่งเม้าท์จนสนั่นร้านกันแล้ว เราก็มุ่งหน้ากันต่อไปที่เขื่อนขุนด่านปราการชล ที่เที่ยวอีกที่ของนครนายกที่เราจะพลาดไม่ได้เลยค่ะ 
 

เขื่อนขุนด่านปราการชล
นครนายก

เขื่อนขุนด่านปราการชลได้ชื่อว่าเป็นเขื่อนคอนกรีตอัดบดที่ใหญ่ที่สุดในโลก บรรยากาศดีมาก..มองจากบนเขื่อนเห็นทิวทัศน์เมืองนครนายกกว้างไกล แถมยังเห็นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้จากบริเวณสันเขื่อนด้วยค่ะ


เดินเล่นถ่ายรูปรอบๆ กันเพลินแบบลืมเวลากันเลยค่ะ รู้ตัวอีกทีเกือบจะเย็นแล้ว 

เราเลยลงจากเขื่อน แต่ก่อนกลับเราแวะฝากท้องทานอาหารเย็นกันที่ร้าน “มีนา วิลล่า เรสเตอรองท์”
 

มีนา วิลล่า เรสเตอรองท์
นครนายก

ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในที่พักชื่อมีนา วิลล่า (Meena Villa) ตัวร้านบรรยากาศดี ร่มรื่น โปร่งสบาย และสงบ ตกแต่งร้านสไตล์ลอฟท์เก๋ๆ มีของสะสมน่ารักๆ ทั้งของเก่าและของใหม่ตกแต่งทั่วร้าน ด้านหน้าร้านยังเป็นคาเฟ่เท่ๆ และนอกจากจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่แล้วยังเป็นที่พักเท่ๆ ที่มีชื่อห้องตามแบบเรียนภาษาไทยสมัยเรายังละอ่อน ว่า มานี มานะ ปิติ ชูใจอีกด้วยค่ะ 
เมนูอาหารมีทั้งไทย และประเภทสเต็ก สปาเก็ตตี้ค่ะ พวกเราสั่งอาหารไทย มีแกงป่าไก่บ้าน กุ้งทอดกระเทียม แกงจืดเต้าหู้ไข่ ไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟถึงโต๊ะ สาวๆ สายกินชิมแล้วชอบใจกันใหญ่ รสชาติอาหารอร่อยถึงพริกถึงขิงดีค่ะ  

ไม่นานเราก็จัดการอาหารบนโต๊ะหมดเกลี้ยง เลยไปเดินถ่ายรูปเล่นในร้านมีมุมเก๋ๆ ให้ถ่ายเพียบเลย

เพลิดเพลินเต็มที่ได้เวลาโบกมือลาเดินทางกลับกรุงเทพฯ เราเลือกเดินทางออกจากนครนายกไม่เย็นมากค่ะ เพราะกลัวเข้ากรุงแล้วรถจะติด ทริปนี้เรียกได้ว่าสนุกกันทั้งทริปเลยค่ะ ต่างคนต่างฟิน เติมพลังพร้อมกลับไปลุยงานกันต่ออย่างเต็มที่เลย 

สุดท้าย ถึงกรุงเทพฯแล้ว เราไม่ลืมที่จะแวะเข้าปั๊มเติมน้ำมันเต็มถัง ไม่น่าเชื่อว่าทริป 3 วัน 2 คืนที่สนุกครบครันแบบนี้ค่าน้ำมันไม่ถึงพัน ทั้งขับสนุก นั่งสบาย และประหยัดแบบนี้ คงมีโอกาสได้เดินทางด้วยกันอีกแน่นอน ^ ^

และนี่ก็เป็นประสบการณ์เดินทางของพวกเรากับ Fortuner ที่ทำให้เราอยากวางแผนเดินทางในทริปหน้ากันต่อทันทีเลยจ้า

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย Toyota Fortuner

 

Line ID : @Chillpainai ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องท่องเที่ยว หาข้อมูลเที่ยวได้ 24 ชั่วโมง

แค่พิมพ์ชื่อเมืองเช่น หัวหิน พัทยา เชียงใหม่ ก็ได้ข้อมูลทันที