เชื่อว่าพอถึงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ทั้งที หลายคนคงอยากพักผ่อนให้เต็มที่ นอนตื่นสายได้อย่างสบายใจ แต่ก็ทำให้พลาดมื้อเช้าไปอย่างน่าเสียดาย วันนี้ชิลไปไหนจะพาไปแนะนำให้รู้จักกับ “Brunch Room” (บรั้นช์รูม) ร้านอาหารที่รู้จักกันว่าขายอาหารเช้าแบบ All Day Breakfast เป็นหลัก แต่ตอนนี้เพิ่มเมนูพรีเมียมสำหรับดินเนอร์มาให้เลือกมากขึ้น และเปิดตัวกับชิลไปไหนเป็นที่แรกอีกด้วย จะน่าสนใจขนาดไหน..ตามไปชมรีวิวกันเลยค่ะ 


จากเส้นถนนสนามบินน้ำ นนทบุรี เราขับรถเลี้ยวเข้าไปในบริเวณโครงการสนามบินน้ำมาร์เก็ตพาร์ค ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้าน Brunch Room พอจอดรถปุ๊บเดินมาไม่ไกลก็สะดุดตากับหน้าร้านที่ตกแต่งสวยสไตล์ยุโรป คุมโทนด้วยสีขาวดำแบบเรียบเท่แต่เก๋ไก๋ ชวนให้เราอยากเปิดประตูเข้าไปสำรวจด้านในกันเลยทีเดียวค่ะ


บรรยากาศด้านในร้านตกแต่งได้เก๋ชิคไม่แพ้ด้านนอกเลยค่ะ ด้วยการตกแต่งสไตล์ลอฟต์ โชว์โครงสร้างเพดานและผนังอิฐทาสีขาว เบรกความดิบด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีน้ำตาล และต้นไม้สีเขียวสดชื่นสบายตา ทำให้บรรยากาศในร้านดูอบอุ่น สบายเป็นกันเอง ให้ความรู้สึกเหมือนทานอาหารอยู่บ้านเลยจริงๆ ค่ะ

สำหรับจุดเริ่มต้นของร้านอาหารแห่งนี้ มีที่มาจากการที่เจ้าของร้านเห็นว่าในย่านนนทบุรียังไม่มีร้านที่เปิดเป็น All day breakfast ส่วนใหญ่ร้านประเภทนี้จะอยู่ในกรุงเทพฯ จึงตัดสินใจเปิดร้าน Brunch Room เพื่อในวันหยุดลูกค้าจะได้ไม่ต้องฝ่ารถติดเดินทางเข้าเมือง ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์ลูกค้าคนไทยที่ชื่นชอบทานอาหารประเภทนี้แล้ว ยังมีลูกค้าประจำที่เป็นชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบมาใช้บริการอีกด้วยค่ะ

หลังจากประสบความสำเร็จกับเมนูอาหารในสไตล์ All day breakfast แต่มาช่วงหลังลูกค้าให้การตอบรับที่ดีกับเมนู A la carte ที่หนักขึ้นมาหน่อย ทางร้านจึงเพิ่มเมนูสเต็ก และ A la carte ให้มากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า โดยยังคงคอนเซ็ปต์เดิมคือ “Authentic Recipe” เพื่อให้ลูกค้าได้สามารถเลือกทานอาหารที่เป็นเมนูพรีเมี่ยมระดับอินเตอร์ รสชาติดั้งเดิม ในราคาท้องถิ่น โดยที่ไม่ต้องจ่ายแพงและเดินทางไปห้องอาหารหรูๆ ในเมือง นอกจากนี้ จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่คือเป็นร้าน Brunch ที่มีเมนู Dinner ให้เลือกทานเวลาไหนก็ได้ จึงนับได้ว่ามาเช็คอินที่ Brunch Room แล้วได้จัดเต็มทั้งเมนู All day breakfast และ All day dinning แบบ All in one เลยค่ะ

สำหรับเมนูอาหารของ Brunch Room จัดว่าไม่ธรรมดา ด้วยประสบการณ์ของเจ้าของร้านทั้งคู่ที่เคยคร่ำหวอดอยู่ในวงการโรงแรมทั้งเบื้องหน้าและเบื้้องหลัง โดย “เชฟอ๊อฟ” เชฟเจ้าของร้านได้นำประสบการณ์กว่า 10 ปีจากห้องอาหารโรงแรมห้าดาว ไม่ว่าจะเป็นห้องอาหารอิตาเลียน, ฝรั่งเศส, ยุโรป และเมดิเตอร์เรเนียน  มาใช้ในการคัดเลือกวัตถุดิบและคิดค้นเมนูอาหาร โดยนำมาปรับเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับสไตล์ของร้านและถูกปากคนไทยมากขึ้น โดยที่รสชาติไม่เพี้ยนไปจากต้นฉบับเดิม

เมนูซิกเนเจอร์จานเด็ดของที่นี่ จานแรกนำทีมมาด้วย “Fries & Wagyu”  เมนู Brunch สุดฮิตที่ไม่หนักและเบาจนเกินไป ทางร้านเลือกใช้สเต็กเนื้อวากิวนำเข้าจากออสเตรเลียทานคู่กับขนมปังย่าง, ไข่, และถั่วตุ๋น เรียกว่าเหมาะสำหรับเป็นเมนูจานแรกของวันสำหรับคนตื่นสายได้อย่างดีทีเดียวเลยค่ะ



 
ส่วนใครอยากได้เมนูที่หนักท้องขึ้นมาหน่อย ลองสั่ง “Duck confit” เป็ดตุ๋นในน้ำมะกอกและนำมาทอดจนหนังกรอบ ทานคู่กับซอสส้ม เกรวี่ เสิร์ฟพร้อมมันบดและสลัดผัก นับเป็นเมนูอาหารฝรั่งเศสจานเด่นที่รสชาติแบบต้นตำรับจริงๆ ค่ะ


และสำหรับใครที่ชอบทานบาร์บีคิวต้องไม่พลาด “BBQ. Kurobuta Pork Ribs” ซี่โครงหมูคุโรบูตะบาร์บีคิว ที่เชฟเลือกใช้ซี่โครงหมูชิ้นใหญ่ ผ่านขั้นตอนและกรรมวิธีเพื่อให้ทานง่าย เนื้อหลุดล่อนออกจากระดูก ทานคู่กับข้าวโพดย่างและ Potato wedges มันฝรั่งอบชิ้นโตแบบไม่ปอกเปลือก เข้ากันได้อย่างลงตัวทีเดียวค่ะ


มาถึงเมนูไฮไลท์ที่จัดเป็นจานเด่นของร้านเลยก็ว่าได้ กับ “Aus. Lamb shank” ขาแกะนำเข้าจากออสเตรเลีย ที่ใช้เวลาตุ๋นนานกว่าสามชั่วโมงและนำมาเคี่ยวกับซอส red wine และเกรวี่เข้มข้น เพื่อให้ได้เนื้อที่นุ่นเปื่อยยุ่ยและชุ่มฉ่ำซอส จานนี้เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมจริงๆ ค่ะ


 
ส่วนใครที่ชอบทานเนื้อรับรองต้องถูกใจกับเมนูนี้ “AUS. Waguy Top side steak” สเต็กเนื้อวากิวนำเข้าจากออสเตรเลีย สูตรเด็ดเคล็ดลับความอร่อยของจานนี้อยู่ที่ซอสเนยฝรั่งเศส (Cafe de paris) ด้านบน ทานพร้อมกันกับเกรวี่เข้มข้น เนื้อนุ่มชุ่มซอสละมุนลิ้นสุดๆ เลยค่ะ
 
 

อีกหนึ่งเมนูที่คนรักเนื้อต้องไม่พลาด คือ เมนู “Beef Lasagna” ลาซานญ่าเครื่องแน่นชีสยืดเยิ้ม ไส้ด้านในมีเนื้อสับ เห็ด ผักโขม ไซส์ค่อนข้างใหญ่สำหรับทานคนเดียว เหมาะจะสั่งมาแชร์กันกับเพื่อนหรือครอบครัวน่าจะอร่อยมากขึ้นค่ะ


ปิดท้ายด้วยของหวานเบสต์เซลเลอร์ของทางร้านอย่าง “Croissant pudding” ครัวซองต์พุดดิ้งโฮมเมดรสชาติหวานหอม เพิ่มรสชาติอมเปรี้ยวตัดเลี่ยนด้วยลูกเกดและแบล็คเบอร์รี่ อบร้อนพร้อมเสิร์ฟคู่กับผลไม้สดอย่าง กีวี่ ส้ม ท็อปปิ้งด้วยไอศกรีมและวิปปิ้งครีมก่อนเสิร์ฟ ทานแล้วฟินสุดๆ ไปเลยค่ะ


ส่วนใครเป็นคอกาแฟต้องไม่พลาด เมนูเด็ดอย่างกาแฟ “Salted Caramel” และ “Affogato” เอสเพรสโซ่ช็อต ใช้กาแฟ อราบิก้า 100% ร้านพิถีพิถันในการเลือกกาแฟโดยใช้เมล็ดกาแฟคั่วถึง 3 ระดับมาเบลนเข้าด้วยกัน (อ่อน กลาง เข้ม) เพื่อให้ได้ช็อตกาแฟที่หอมละมุนกลมกล่อม ไม่มีรสเปรี้ยวและกลิ่นไหม้จนเกินไป ราดลงบนกับไอศครีมวนิลลาของ Haagen-dazs ที่มีรสชาติเข้มข้นไม่แพ้กัน จัดเป็นเครื่องดื่มแนะนำที่มาแล้วต้องลองเลยค่ะ
 

ใครมองหาร้านอาหารเช้าอร่อยๆ ในวันหยุด โดยไม่จำเป็นต้องขับรถเข้าเมืองให้ยุ่งยาก Brunch Room เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารที่เราอยากแนะนำให้เพื่อนๆ แวะมาลองฝากท้องกันที่นี่ รับรองอิ่มอร่อยกันได้ทั้งวันเลยจริงๆ ค่ะ


Brunch Room
เปิด 10.00-20.00 น. (หยุดทุกวันพฤหัสบดี)
ที่ตั้ง โครงการสนามบินน้ำมาร์เก็ตพาร์ค เส้นถนนสนามบินน้ำ นนทบุรี เลยกองสลากมาประมาณ 500 ม. อยู่ด้านซ้ายมือติดกับสามแยกไฟแดง
โทร. 0814050059, 0818541486
Facebook / IG : brunchroomdeli