ทำงานหามรุ่งหามค่ำ ตื่นตี 5 นอน 5 ทุ่ม ใช้ชีวิตแบบวันชนวัน ความวุ่นวายในเมือง รถติด ผู้คนนับแสน เสียงแตรเสียงตด ห่าเหวเยอะแยะไปหมด หงุดหงิด โมโห รำคาญ เหนื่อย ล้า เพลีย อ่อนแรง อยากพักผ่อน! ไอบ้าเอ้ยยยยยย!!

03

โอเคร ใจเย็นๆ ค่อยๆตั้งสตินะ วางถุงกาวลง ผมเชื่อว่าหลายๆคนในเมืองกรุงกำลังประสบปัญหานี้... ห๊ะ แต่เดี๋ยวก่อน เพียงคุณโทรมาใน 5 นา ไม่ใช่ว้อยย! หลายๆคนคงกำลังเบื่อหน่ายกับสภาพความเป็นอยู่ตอนนี้ของเมืองกรุงสุดวุ่นวาย แต่โบราณเค้าว่า มีสวรรค์ก็ต้องมีนรก  มีครกก็ต้องมีสาก พอคนเราเจอความวุ่นวายเข้ามากๆ ร่างกายมันก็ต้องการการพักผ่อน จึงทำให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์ที่วัยสะรุ่นยุคดิจิตอลพูดกันติดปากอย่างกับหมากฝรั่งติดรองเท้า นั่นคือคำว่า "Slow life"  ไอตัวผมเองจะว่าตอนนี้ใช้ชีวิตสโลวไลฟ์อยู่ก็ไม่เชิง เรียกว่าไม่มีเงินจนทำอะไรไม่ได้มากกว่า แต่มันก็ไม่ทำให้ร่างกายผมที่ต้องการการเดินทางมาหล่อเลี้ยงชีวิตต้องหยุดลงหรอก ยิ่งช่วงหลังๆมานี้ผมได้ยินสถานที่ที่ผู้คนที่แสวงหาความช้า ชีวิตที่เรื่อยเปื่อยกัน บ่อยมาก เค้าว่ากันว่าเป็นที่พักผ่อนสำหรับคนเมืองที่ดีงามไม่แพ้เตียงนอนที่บ้านเลยทีเดียว ผมและเพื่อนๆอีก 3 หน่อจึงตัดสินใจ ไปนอนเหยียดเท้ากันที่นั่น และมันคือ...บ้านระเบียงดาว

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

จริงๆ บทความนี้ผมอยากค่อยๆ เขียนเอาซักเดือนละย่อหน้า ให้มันสมกับความเรื่อยเปื่อยของทริปเราซะหน่อย แต่พอคิดถึงบทความอื่นๆ ที่รออยู่ข้างหน้า...โอเคร เรามารีบกันหน่อยละกันพวกเรา 4 หน่อ นั่งรถทัวร์ตั้งแต่มืดค่ำของคืนท้ายเดือนพฤษภาคม ซึ่งแน่นอนว่าเป็นช่วงหน้าร้อนอันแสนภาคภูมิใจของคนไทยเรา และเมื่อมาท่ารถเชียงใหม่ เมืองไทยก็ไม่ทำให้เราผิดหวังครับ ความร้อนอยู่ในระดับที่ผมสามารถหยิบไข่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วกลายเป็นไข่ต้มได้ง่ายๆ (ไข่ไก่นะครับ) พวกเราไม่รีรอ รีบบึ่งไปหารถตุ๊กตุ๊กที่อยู่ข้างหน้าเพื่อให้พี่เค้าไปส่งที่สถานทีขนส่งช้างเผือก เพื่อต่อรถประจำทางไปลงยังเชียงดาวอีกที...

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ความหลากหลายของผู้คนบนรถประจำทางค่อนข้างมากทีเดียวครับ ตอนแรกนึกว่าขึ้นมารถนำทัวร์นานาชาติ ฝรั่งโซนยุโรปก็มี แอฟริกาก็มี และคนเยอะมากๆ ถึงขั้นต้องยืนกันเลยหล่ะครับ

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

นั่งมาได้ซักพัก พี่กระเป๋ารถเมล์ก็บอกให้คนที่จะไปเชียงดาวลงตรงนี้ ซึ่งไอตรงนี้ของพี่เค้าก็ไม่รู้ว่าตรงไหน แต่พวกผมก็เหลือบไปเห็นรถเหลืองตามที่ได้ศึกษาเส้นทางมาพอดี แต่หารู้ไม่ พี่คนขับรถเหลืองเห็นพวกเราตั้งแต่อยู่บนรถประจำทางนานแล้ว! พอเท้าเราใกล้แตะพื้น พวกนางก็ขับรถมาปาดหน้า พร้อมเปิดกระจกถามว่าไปบ้านระเบียงดาวใช่ไม๊... นั่นแน๊! อ่านใจกุออกหราา... พวกเรายังตั้งสติได้อยู่ครับ ยังไม่คล้อยตามคำพูดของพี่เค้าง่ายๆ เราเลยถามพี่เค้าว่าค่ารถเท่าไหร่ นางตอบกลับมาว่า 600 ราคาทั่วไปเลย พวกผมทำท่าคิดอยู่นาน และบอกพี่เค้าว่าเด๋วขอตัดสินใจอีกที... ทันใดนั้น เหมือนมีเสียงปริศนามาพูดในหัวสมองพี่เค้าหรือยังไงก็ไม่รู้ นางก็แอบกระซิบกับพวกเราว่า "งั้นถ้าน้องตัดสินใจได้เมื่อไหร่ โทรหาพี่นะ เด๋วลดให้พิเศษ แต่ต้องไปรอพี่อีกที่นึงนะ" ฮั่นแน่! เห็นกุหล่อละสิเลยใจอ่อนแบบนี้ พวกชั้นไม่โง่นะครับเราจึงตัดสินใจโทรไปหาพี่เค้าทันที (อ้าวเห้ย!)

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

รอได้ซักพักพี่เค้าก็ขับมารับเราตามจุดนัดหมายฮะ รถค่อนข้างใหม่ หรูหราทีเดียว สีดำของกระโปรงรถนี่มันเงาวับเหมือนเพิ่งขัดมาใหม่ๆ... เอ่อ.. ขอโทษครับผิดคัน

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

เส้นทางที่เราขึ้นไปห้อมล้อมไว้ด้วยต้นไม้เพียบเลยฮะ ทำให้เราไม่ค่อยเห็นอะไรภายนอกมากนัก ค่อนข้างตื่นเต้นกับสิ่งที่เราจะได้เห็นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังออกรายการเกมโชว์แล้วพิธีกรจะทำเซอร์ไพรซ์ว่ามีแขกคนพิเศษมาร่วมรายการนี้ด้วยเลยนะ ขอบอก นั่งมาได้ครึ่งค่อนชั่วโมง ลุงคนขับก็มาจอดทิ้งเราลงที่หน้าซุ้มหลังคาสังกะสีโทรมๆหลังนึง ซึ่งมีคุณลุงเจ้าของที่พักมาต้อนรับพวกเราถึงที่ แต่สายตาพวกเราตอนนั้นไม่ได้สนใจคุณลุงเลยฮะ กล้องผมสั่นระริกระรัว เหมือนมันกำลังตื่นเต้นที่จะได้เอาภาพเบื้องหน้าผมมาใส่ในตัวมัน...

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

เคยได้ยินเสียงลิง เสียงชะนีในสวนสัตว์ไม๊ครับ.....นั่นแหละฮะ เสียงผมในตอนนั้น ผมหยุดที่จะร้องโหยหวนไม่ได้จริงๆ ครับ เพราะภาพข้างหน้ามันสวยมากกก อย่างกับในหนัง

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ผมรีบเช็คอิน วางกระเป๋าในบ้านแล้วหยิบกล้องออกมายิงสาดกระสุนรัวๆ ไม่กุก็เมิงหล่ะวะที่ต้องตาย! (ใจเย็นๆ นะ)

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน  ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ลูกสาวเจ้าของที่พักฮะ นางมีมาดของความน่ารัก ปะปนไปด้วยความน่ากลัวยังไงไม่รู้ 555 แต่พอขอนางถ่ายรูป นางก็ไม่เคอะเขิล พร้อมสาดท่วงท่าอารมณ์ออกมาประดั่งนางแบบวิคตอเรียซีเคร็ดก็ไม่ปาน

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

แต่เดี๋ยวจะหาว่าลำเอียง พวกผมก็ไม่ยอมน้อยหน้า พกนางแบบระดับ Thailand's Top model มาประชันกับธรรมชาติแห่งนี้ด้วย เป็นไงกันละครับ อึ้งกันเลยทีเดียว (กูก็อึ้ง)

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

อากาศข้างบนไม่หนาวเลยครับ แต่ก็ไม่ร้อนเกินไป สามารถอยู่ได้โดยไม่ใช้พัดลม ซึ่งคาดว่าหน้าฝน หรือหน้าหนาวคงจะฟินกว่านี้แน่ๆ คุณลุงเจ้าของบอกกับพวกเราว่า ที่บ้านระเบียงดาวมีคนจองเต็มตลอดทั้งปีเลยทีเดียว

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

อย่างที่บอกว่าที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องสโลว์ไลฟ์มากครับ นอกจากนั่งชมวิวแล้ว... ผมหาอย่างอื่นทำไม่ได้เลยครับ 555 ผมกับเพื่อนเลยตัดสินใจลงไปถ่ายรูปข้างล่างกัน

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน  ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

จริงๆ ถ้าเป็นช่วงที่ชาวบ้านทำเกษตรกัน พื้นที่ตรงนี้จะเต็มไปด้วยต้นข้าวสีทองอร่ามเลยหล่ะฮะ แค่ผมนึกภาพตามก็น้ำลายไหลแล้ว

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

มุมมองของบ้านระเบียงดาวจากด้านล่างฮะ แปลกตาดีเหมือนกัน

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ครอบครัวคนว่าน่ารักแล้ว  ครอบครัวไก่ก็ไม่ยอมแพ้ฮะ มากันทั้งตระกูล พอพวกมันเห็นผมเดินมาพร้อมกล้องถึงกับรีบวิ่งไปรวมตัวกันประหนึ่งส่งความเป็นนัยๆ ว่า "ถ่ายรูปครอบครัวให้หน่อยสิแกร"

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

กลางค่ำกลางคืนก็บางคนก็จะจุดเทียนตั้งวงเล่นไพ่ ร้องเพลง พี้ยา (อันหลังไม่น่ามี) กันสนุกสนานครับ เป็นรายการบันเทิงท่ามกลางหุบเขาที่แค่ฟังก็สนุกแล้ว

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

และแน่นอนว่ามาถึงที่หมายแล้วก็ต้องปฏิบัติภารกิจที่เราตั้งใจไว้แต่แรกให้สำเร็จ... นั่นคือการนอนเหยียดขาสูดหายใจเข้า ออกช้าๆ พร้อมอิ่มเอมไปกับภาพข้างหน้า ... ห๊าววววววววว แค่คิดตามก็อยากจะนอนมันตรงนี้เลยหล่ะฮะ

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ช่วงบ่ายแก่ๆ ฝนเริ่มตกหนักขึ้น หนักขึ้น แต่มันทำให้อากาศเย็นขึ้นเยอะเลยฮะ

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

พวกเราได้พักบ้านพิมสาย ซึ่งมีวิวข้างหน้าโล้งโจ้ง เห็นภูเขาชัดเจน บ้านใหญ่พอสมควร ไปกัน 4 คนเหลือๆ เลยฮะ ทางที่พักมีมุ้งให้พร้อม ไม่ต้องกลัวแมลง ยุง จะเข้ามาไต่ตอมเราได้ แต่ถ้ามีคนจะเข้ามาไต่ตอมเรานั่นก็เป็นอีกเรื่องนึง (อร๊างงงงค์)

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

บอกเลยว่าพระเอกของวันนี้โดนถ่ายจนช้ำฮะ วิวจริงๆ มันสวยมากเลยนะ ยิ่งพอฝนหยุดตกมีหมอกลอยมาสัมผัสยอดเขาเบาๆ โอ้ยตาย อยากจะวิ่งเข้าไปกอดจูบลูบคล้ำ

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

เราเสียเงินไป 500 บาทให้กับที่พัก แต่ที่นี่เค้าจะจัดอาหารมาให้เรามื้อเย็นโดยเฉพาะด้วยครับ อาหารก็รสชาติเหมือนกินในเมือง แต่ที่เติมรสชาติให้อร่อยสุดๆ คงเป็นบรรยากาศรอบๆ เนี่ยแหละ อ่อ ที่นี่เค้ามีน้ำพริกสูตรพิเศษที่เค้าทำขึ้นมาเองด้วยฮะ บอกตงว่าโคตรอร่อย! พวกเราทิ้งตัวปล่อยเวลาให้ไหลไปกับสายลมที่ผ่านไปมา พอตกดึกก็เล่นดนตรีคลอๆ ให้เพื่อนบ้านที่มาพักได้ยินด้วย (จริงๆ กลัวเค้ารำคาญ แต่เห็นว่าคุยกันเสียงดังกว่าเราอีก 555) อากาศตอนกลางคืนค่อนข้างหนาวเลยหล่ะครับ นอนห่มผ้าหลับสบายกว่าอยู่บ้านอีก

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ใครที่ไม่เคยลิ้มรสอากาศยามเช้า พระอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้นแต่งเติมสีสันให้ท้องฟ้า พร้อมน้ำชาหรือกาแฟร้อนๆ ให้จิบเบาๆ ข้าวต้มที่เพิ่งยกออกจากเตาเอาไว้ให้ซดน้ำซุปกระดูกหมูอร่อยๆ เป็นเมนูที่เรียบง่ายแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ปลุกความเป็นชายในตัวผมได้ดีทีเดียวเชียวละแม่เอ้ย

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

วิวอมตะสำหรับบ้านระเบียงดาวแห่งนี้ครับ ใครไม่ได้ถ่ายถือว่ายังมาไม่ถึง กรุณาลงจากเขาแล้วขึ้นมาใหม่อีก 15 รอบ ปฏิบัติ!

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ด้วยความสามารถระดับนางแบบ นายแบบประจำคณะ พวกเราจึงสามารถดึงท่วงท่าจากเบื้องลึกสุดของอารมณ์มาได้อย่างงดงาม ภูเขาที่ว่าสง่า ก็ต้องพลาดท่าเมื่อเจอพวกเรา 4 คน

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ขากลับคุณลุงเจ้าของที่พักเดินมาบอกกับเราว่าจะลงไปส่งถึงข้างล่างเลย ฟรี! ฮั่นน๊ออ ท้าทายความหนาของหน้าพวกเราเกินไปแล้วว พวกเราตอบตกลงตั้งแต่คุณลุงทำท่าจะเดินมาหาแล้วละครับ บอกเลยว่าทริปนี้เป็นทริปที่ชิวที่สุดของผมเลยนะ เพราะมันไม่ได้ทำอะไรจริงๆ เลยนั่นแหละ แต่ด้วยความที่ไม่มีอะไรให้ทำ มันเลยได้ใช้เวลากับตัวเองเยอะแยะมากมาย แถมยังได้พูดคุยกะเพื่อนอีก 3 หน่อด้วย แม้เราจะสนิทกันแต่บางช่วงเวลาเราไม่มีโอกาสได้เปิดใจพูดคุยกันมากขนาดนี้เนอะ บางทีไอคำว่า Slow life มันอาจจะหมายถึงให้เราหยุดสิ่งเร้ารอบตัวเพื่อหันมาสนใจคนรอบข้างมากขึ้นก็ได้นะ (แอร๊ย คมสลัดผัดกระเพรา) ใครอยากจะมาพักผ่อนไกลๆ แต่ไม่ต้องมีแพลนอะไรเยอะแยะ ใช้เวลาแค่ 2-3 วัน ผมอยากให้เก็บที่นี่ไว้เป็นตัวเลือกครับ รับรองว่าคุณๆ จะไม่ผิดหวังเลยหล่ะ ก่อนจากกันก็ขอลาไปด้วยภาพที่นิมมานต์ระหว่างที่พวกเรารอรถกลับตอนเย็นละกันครับ...

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ระเบียงดาว...ชีวิตที่มีแต่เขากับพวกเรา สาม สี่คน

ขอบคุณที่ทนอ่านมาจนจบ 555 รอติดตามการหลงทางครั้งใหม่ของผมด้วยนะ
สำหรับวันนี้ ราตรีสวัสดิ์ครับ พี่น้องชาวไทย ทุกท่าน...

 

ขอบคุณเรื่องเล่าสนุกๆ จากสมาชิกพันทิปคุณ Magod Funkleaw และสามารถติดตามเรื่องราวมันส์ๆ อื่นๆ ได้ที่นี่เลย 
www.facebook.com/magodtravelmagodtravel.blogspot.com

 


Line ID : @Chillpainai ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องท่องเที่ยว หาข้อมูลเที่ยวได้ 24 ชั่วโมง

แค่พิมพ์ชื่อเมืองเช่น หัวหิน พัทยา เชียงใหม่ ก็ได้ข้อมูลทันที